posttoday
ทางเดินที่ตีบตันของยิ่งลักษณ์

ทางเดินที่ตีบตันของยิ่งลักษณ์

01 พฤษภาคม 2557

หนทางของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์กำลังเดินไปสู่ทางตันมากขึ้นทุกที มันเป็นสถานการณ์บังคับที่เลี่ยงไม่ได้ และถูกบังคับให้เดินไปสู่จุดจบในไม่ช้า แม้ว่าพี่ชายและทีมงานพยายามทุกวิถีทางแก้ไขปัญหาเพื่อความอยู่รอด และไม่ยอมปล่อยให้อำนาจอันหอมหวานหลุดลอยไปง่ายๆ

หนทางของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์กำลังเดินไปสู่ทางตันมากขึ้นทุกที มันเป็นสถานการณ์บังคับที่เลี่ยงไม่ได้ และถูกบังคับให้เดินไปสู่จุดจบในไม่ช้า แม้ว่าพี่ชายและทีมงานพยายามทุกวิถีทางแก้ไขปัญหาเพื่อความอยู่รอด และไม่ยอมปล่อยให้อำนาจอันหอมหวานหลุดลอยไปง่ายๆ

เวลานี้ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองทั้งหลายมองสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้เดือน พ.ค. 2557 ค่อนข้างจะตรงกันว่านายกรัฐมนตรีเข้าสู่วิกฤตทางการเมืองที่อาจนำไปสู่การพ้นจากตำแหน่งจาก 2 เหตุการณ์ คือ (1) หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่านายกรัฐมนตรีทำผิดรัฐธรรมนูญกรณีสั่งย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี ลมช. นายกรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งทันที และ (2) หาก ป.ป.ช.ตัดสินว่านายกรัฐมนตรีทุจริตในโครงการจำนำข้าว นายกรัฐมนตรีต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่อีกครั้งต่อไป ป.ป.ช.ต้องส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หากศาลฎีกาฯ ตัดสินว่าทุจริต นายกฯ ยิ่งลักษณ์ก็จะเดินตามรอยพี่ชาย และคงหนีไปต่างประเทศโดยไม่รออยู่ฟังคำพิพากษาของศาล

เชื่อว่าทีมกฎหมายของนายกรัฐมนตรีรู้จุดอ่อนทั้งสองดี จึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อช่วยนายกรัฐมนตรีและเพื่อตัวเอง มีการวางแผนตอบโต้ทั้งทางกฎหมายและนอกกฎหมาย แกนนำพรรคดาหน้าออกมาประกาศไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาตีปลาหน้าไซ กล่าวหาศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช.ว่าจะตัดสินไม่เป็นธรรม ไม่ยุติธรรม ไม่ตรงไปตรงมา รัฐบาลพยายามทำลายภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กรทั้งสอง เหมือนกับคนที่ติดบ่วงพยายามดิ้นรนทุกวิถีทางให้พ้นบ่วงที่รัดคอแน่นเข้าทุกที

ทีแรกก็อ้างว่าเรื่องจบไปแล้วที่ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจมาตัดสินอีก แต่พอเห็นว่าสู้ในประเด็นนี้ไม่ได้ ก็สู้ในประเด็นที่ว่า หากผิดก็ผิดเฉพาะตัวนายกรัฐมนตรีไปคนเดียว แต่รัฐมนตรียังอยู่ โดยอ้างกรณีของสมัคร สุนทรเวช ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าแตกต่างกับกรณีของถวิลนั้น ซึ่งเป็นมติ ครม. ที่ ครม.ทุกคนต้องรับผิดชอบด้วย เมื่อเห็นว่าจะสู้ประเด็นนี้ไม่ได้ ก็อ้างว่ารัฐมนตรีที่เข้ามาทีหลังไม่รู้เรื่องจึงมีสิทธิอยู่ต่อ นอกจากนั้น ได้กดดัน กกต.ให้จัดการเลือกตั้งโดยเร็ว เพื่อใช้ผลการเลือกตั้งที่ตนเองได้เปรียบสร้างความชอบธรรมโดยใช้ประชาชนกดดันศาลและ ป.ป.ช. แต่ กกต.ไม่อาจจัดการเลือกตั้งให้เร็วตามที่รัฐบาลต้องการได้

นักวิชาการสายรัฐบาลบางคนออกมาบิดเบือนข้อมูลว่า ต่อไปรัฐบาลคงแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงไม่ได้ ทั้งที่เขาก็รู้ดีว่ารัฐบาลสามารถแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงได้ แต่ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่ประโยชน์ส่วนตน ไม่ใช่โยกย้ายถวิลออกไปเพื่อประโยชน์ของญาติพี่น้อง ซึ่งเป็นการกระทำดังกล่าวถือว่าขัดรัฐธรรมนูญชัดเจน เมื่อไปทางไหนก็ตันรัฐบาลจึงใช้วิธีดึงเรื่องไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้มีการเลือกตั้งเสร็จก่อน โดยเสนอพยานมากมายต่อ ป.ป.ช.และศาล แต่ ป.ป.ช.และศาลรัฐธรรมนูญก็รู้ทัน ยอมผ่อนปรนให้เท่าที่จำเป็น

มีการใช้กฎหมู่ข่มขู่ศาลและ ป.ป.ช.ว่า หากตัดสินให้นายกรัฐมนตรีมีความผิดจะเกิดความวุ่นวาย นองเลือด ฯลฯ มีการคุกคามด้วยการยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่ ป.ป.ช.หลายครั้ง ส่วนศาลรัฐธรรมนูญนั้นหากไม่มีพระพุทธะอิสระยึดพื้นที่ไว้ก่อน คงถูกเอ็ม 79 หรือมีเสื้อแดงมาปิดประตูเข้าออกเรียบร้อยแล้ว ยิ่งกว่านั้นรัฐบาลได้ใช้ ศอ.รส.ออกแถลงการณ์ในลักษณะข่มขู่คุกคามศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. และ กกต. อดีต สส.พรรคเพื่อไทยบางคนขู่ว่าหากศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช.ตัดสินไม่ถูกใจ มวลชนของรัฐบาลจะลุกฮือยึดศาลากลางและค่ายทหาร ทั้งหมดเป็นวิธีเก่าๆ ที่เคยใช้ได้ผลมาแล้วในคดีซุกหุ้นภาคแรกปี 2544

ศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช.คงจะตัดสินหลังวันฉัตรมงคล เรื่องเร่งด่วนอันดับแรกเป็นกรณีของศาลรัฐธรรมนูญ หากนายกรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งทันที ครม.ต้องไปทั้งชุด รัฐบาลวางแผนจะกราบบังคมทูลขอพระราชทานคำวินิจฉัยให้นายกรัฐมนตรีรักษาการต่อไป รวมทั้งหาทางกันคณะรัฐบุคคล นำโดย พล.อ.สายหยุด เกิดผล ไม่ให้กราบบังคมทูลขอพระราชทานนายกรัฐมนตรี เร่งเลือกประธานวุฒิสภาเพื่อหาทางคุมการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ป้องกันไม่ให้อำนาจรัฐตกไปอยู่ในมือของฝ่ายอื่น

แต่กรณีของ ป.ป.ช.นั้น หาก ป.ป.ช.ตัดสินว่ามีการทุจริตจริง นายกรัฐมนตรีต้องไปเสี่ยงเอากับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งถือว่ารุนแรงกว่าคดีแรก

ประชาชนต้องรู้ทันนักการเมือง รัฐบาลเข้าสู่อำนาจด้วยรัฐธรรมนูญปี 2550 แต่พอได้อำนาจกลับเลือกที่จะรับเฉพาะบางมาตราที่เป็นประโยชน์กับตนเอง ดังนั้น ต้องปล่อยให้ศาลและองค์กรอิสระทำหน้าที่ของตนไปตามครรลอง ประชาชนไม่ว่าฝ่ายใดต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของนักการเมืองบางพวกที่จะใช้เพื่อรักษาอำนาจของตนเอง โดยไม่คำนึงว่าชาติบ้านเมืองจะเสียหายมากขึ้นอย่างไร เวลานี้มีการปลุกระดมประชาชนเพื่อนำไปสู่ความรุนแรงอีกครั้ง ประชาชนต้องเสพข้อมูลข่าวสารอย่างมีสติ อย่าหลงเชื่อการปลุกระดมโฆษณาชวนเชื่อ

ในช่วงเดือน พ.ค. 2557 จึงเป็นช่วงวิกฤตที่สุด หากศาลและ ป.ป.ช.ตัดสินว่ายิ่งลักษณ์มีความผิด นปช.คงนำคนออกมากดดันข่มขู่และไม่ยอมรับอำนาจศาล กปปส.ก็คงระดมพลสนับสนุนศาลและ ป.ป.ช. และกดดันให้นายกรัฐมนตรีลาออกและเกิดสุญญากาศทางการเมืองเพื่อนำไปสู่โอกาสการใช้ ม.3 และ ม.7 ของรัฐธรรมนูญ

หากเกิดความวุ่นวายกว้างขวาง ฝ่ายความมั่นคงของชาติโดยเฉพาะกองทัพก็มีเหตุผลและความจำเป็นต้องออกมาคุมสถานการณ์ตามความเหมาะสม เพื่อให้มีการฟื้นฟูบ้านเมืองและปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ ตามคำเรียกร้องของประชาชน จัดระเบียบให้เหมาะสมก่อนที่จะมีการเลือกตั้งต่อไป

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม