ก.ตร.มีมติโยกบิ๊กแจ๊ดพ้นเก้าอี้ผบช.น.
ที่ประชุมก.ตร.มีมติโยก "พล.ต.ท.คำรณวิทย์" ไปนั่ง ผบช.ภ.5 และให้ "พล.ต.ทสุเทพ" เข้าดำรงตำแหน่งแทน ขณะที่กรรมการบางส่วนคัดค้าน
ที่ประชุมก.ตร.มีมติโยก "พล.ต.ท.คำรณวิทย์" ไปนั่ง ผบช.ภ.5 และให้ "พล.ต.ทสุเทพ" เข้าดำรงตำแหน่งแทน ขณะที่กรรมการบางส่วนคัดค้าน
เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่มี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รักษาการรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม ได้มีมติแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ตามที่ได้มีการประชุมคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยให้ พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) ขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.แล้วเสนอให้ พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ เสาวคนธ์ รองนายแพทย์ใหญ่ (สบ 7) ขึ้นเป็นแพทย์ใหญ่ (สบ 8)
นอกจากนี้ได้โยกย้ายสลับตำแหน่งในระดับผู้บัญชาการ โดย ผบ.ตร.ได้เสนอ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.ไปเป็น ผบช.ภ.5 และให้ พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 มาเป็น ผบช.น.โดยที่ประชุมใช้เวลาการประชุมกว่า 1 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตามที่ประชุมได้มีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย โดย พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้คัดค้านการโยกสลับตำแหน่ง ผบช.น. เนื่องจากเห็นว่า พล.ต.ท.สุเทพไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานในพื้นที่นครบาลมาก่อน และเห็นว่าควรเสนอให้ พล.ต.ท.อนุชัย เล็กบำรุง ผบช.ภ.4 และ พล.ต.ท.วรศักดิ์ นพสิทธิพร ผบช.ภ.6 มาดำรงแหน่งนี้แทนเพราะเคยดำรงตำแหน่งรอง ผบช.น.มาก่อน จึงให้ลงบันทึกความเห็นคัดค้านดังกล่าวไว้ในบันทึกการประชุม
ขณะที่ พล.ต.อ.บุญฤทธิ์ รัตนะพร ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้เสนอให้ ผบ.ตร.บันทึกเหตุผลที่แท้จริงในการสลับตำแหน่งในครั้งนี้ลงในบันทึกการประชุม ไม่ใช่แค่เพียงระบุว่ามีความเหมาะสมเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเช่นเดียวกับกรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ จนต้องมีการฟ้องร้องกันภายหลัง
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. กล่าวภายหลังการประชุมว่า การแต่งตั้งโยกย้ายเป็นไปตามที่บอร์ดกลั่นกรองเสนอ ส่วนกรณีที่มีการคัดค้านเรื่องการโยก พล.ต.ท.สุเทพมาดำรงตำแหน่ง ผบช.น.นั้นได้ชี้แจงเรื่องความเหมาะสมต่อที่ประชุมไปแล้ว โดยพล.ต.ท.สุเทพมีบุคลิกความเป็นผู้นำ อีกทั้งเป็นคนที่นุ่มนวล เป็นนักประสานงานที่ดี เมื่อเข้ามาดำรงตำแหน่งอาจต้องปรับตัวเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำงานได้







