posttoday
ส่งออกวูบ5แสนล้าน

ส่งออกวูบ5แสนล้าน

30 เมษายน 2557

หอการค้า ระบุ หากการเมืองยืดเยื้อถึงไตรมาส 4 สูญรายได้ 5.36 แสนล้าน

หอการค้า ระบุ หากการเมืองยืดเยื้อถึงไตรมาส 4 สูญรายได้ 5.36 แสนล้าน

นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์การส่งออกไทยไตรมาส 2 และแนวโน้มทั้งปีพบว่า ผลจากความขัดแย้งทางการเมืองส่งผลให้การส่งออกไม่สดใสเท่าที่ควร โดยหากการเมืองยังยืดเยื้อ ไม่มีรัฐบาลใหม่จนถึงไตรมาส 4 การส่งออกจะขยายตัวเพียง 0.25% ทำให้สูญเสียรายได้จากการส่งออก 5.36 แสนล้านบาท

นายอัทธ์ ชี้แจงว่า ปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อการส่งออกใน 3 ด้าน คือ 1.ทำให้ศักยภาพการแข่งขันสินค้าไทยลดลง 2.ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้นำเข้าสินค้าไทยในตลาดโลกลดลง เพราะเกรงว่าปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้อจะทำให้ไม่สามารถส่งสินค้าได้ทันตามออร์เดอร์ และ 3.ในช่วงสุญญากาศทางการเมืองไม่มีการขับเคลื่อนกิจกรรมทางการค้าทั้งจากภาครัฐและเอกชน ทำให้ไม่มีช่องทางในการขยายตลาดส่งออก

ทั้งนี้ หากไตรมาส 2 สามารถตั้งรัฐบาลขึ้นมาใหม่ได้ เชื่อว่าการส่งออกจะขยายตัวได้ 2.47%

ขณะที่ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ปรับลดประมาณการการส่งออกปีนี้เหลือ 4% จากเดิมที่ 5% เนื่องจากผลกระทบจากการเมืองทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยสินค้าส่งออกที่หดตัวมากที่สุด คือ ยางพารา ซึ่งจะติดลบถึง 16% ตามมาด้วยเคมีภัณฑ์และพลาสติกที่จะไม่ขยายตัวมีเพียง สินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าที่คาดว่าจะโตขึ้น 5% จาก 1% ในปีที่แล้ว

ด้าน นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในช่วงเดือน พ.ค.นี้ จะหารือกับทูตพาณิชย์ในประเทศ เพื่อหามาตรการผลักดันการส่งออกในปีนี้ให้ขยายตัวได้ 5% แม้ในไตรมาสแรกจะขยายตัวติดลบ 1% และภาคเอกชนเสนอให้ปรับตัวเลขการส่งออกลดลงก็ตาม นอกจากนี้จะหารือมาตรการการส่งออกในปี 2558 ที่จะมุ่งส่งเสริมเป็นรายภูมิภาคและรายประเทศ

ทั้งนี้ ในการหารือกับภาคเอกชนเรื่องการส่งออกพบว่า ภาคเอกชนเสนอให้ปรับตัวเลขการส่งออกให้ลดลงและบางกลุ่มที่ขอปรับเพิ่มการส่งออกใหม่ ทำให้มีความมั่นใจว่า การส่งออกในปี 2557 นี้ ยังจะขยายตัวได้ 5% เป็นไปตามที่ได้ประมาณการณ์ไว้ และไม่มีแผนปรับตัวเลขใหม่ โดยในไตรมาสแรกที่ผ่านมา การส่งออกติดลบ 1%

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรม ที่ขอปรับลดตัวเลขการส่งออกลง ได้แก่ กุ้ง มียอดการส่งออกลดลง โดยในปีนี้ คาดว่าการส่งออกจะอยู่ที่ 350,000 ตัน แต่แนวโน้มน่าจะไม่ถึงประมาณการดังกล่าว และอุตสาหกรรมรถยนต์ ที่คาดว่า การส่งออกจะขยายตัว 8% จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 10% ซึ่งการปรับลดตัวเลข มาจากการประมาณคำนวณตัวเลขใหม่ ที่มีการคำนวณตัวเลขคลาดเคลื่อนไป แต่จำนวนการส่งออกรถยนต์ไม่ได้ปรับลดลงแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ภาคอุตสาหกรรมหลักของประเทศไทยยังมีการขยายตัวของส่งออกที่ดีอยู่ ส่วนในภาพรวมเศรษฐกิจโลกเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวขึ้นแล้วในหลายประเทศ แต่มีปัจจัยลบที่ต้องติดตาม ได้แก่ ค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น ทำให้ภาคเอกชนที่ส่งออกไปประเทศญี่ปุ่นมีรายได้ลดลง ผลผลิตทางการเกษตร และปัญหาความไม่สงบทางการเมืองในประเทศไทย

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี