
แจ้งจับ"ยันตระ"แต่งกายเลียนแบบสงฆ์
ประธานกลุ่มธรรมาธิปไตย แจ้งความกองปราบ จับ"ยันตระ"แต่งกายเลียนแบบสงฆ์
ประธานกลุ่มธรรมาธิปไตย แจ้งความกองปราบ จับ"ยันตระ"แต่งกายเลียนแบบสงฆ์
นายประจิณ ฐานังกรณ์ อายุ 59 ปี ประธานกลุ่มธรรมาธิปไตย เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.คมกฤช สังข์ทอง พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ กองกำกับการ 5 กองปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายวินัย ละอองสุวรรณ หรืออดีตพระยันตระ อมโรภิกขุ ในความผิดฐานแต่งกายเลียนแบบพระภิกษุ สามเณร หรือนักบวชในศาสนาโดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 208 โดยนำ น.ส.พ.ข่าวสด ฉบับวันที่ 24 เมษายน 2557 ซึ่งปรากฎภาพของอดีตพระยันตระ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง มอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาดำเนินคดี
นายประจิณ กล่าวว่า เหตุที่เข้าแจ้งความในครั้งนี้ เนื่องจากทนไม่ได้กับพฤติกรรมของอดีตพระยันตระ ที่เดินทางกลับประเทศไทย อีกครั้ง ภายหลังหลบหนีคดีความต่างๆ เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ได้ไปอาศัยอยู่ในต่างประเทศ จนคดีขาดอายุความ แต่กลับยังแต่งกายด้วยผ้าที่คล้ายจีวรพระสงฆ์ ห่มตัวไว้โดยไว้ผมหนวดเครายาว เข้าไปพักอาศัยที่ภูมิลำเนาเดิมใน ต.ปากพนังตะวันออก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง การแต่งกายแบบนี้จะให้คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ว่าอดีตพระยันตระ ต้องการให้ผู้อื่นเข้าใจว่ายังเป็นพระสงฆ์ ทั้งที่ความจริงได้ปาราชิก แล้ว
นายประจิณ กล่าวต่อว่า ไม่ได้รู้จักกับอดีตพระยันตระ เป็นการส่วนตัว แต่เห็นการกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และจะเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี ทำให้เกิดการลอกเลียนแบบขึ้นได้ ตนไม่ได้รังเกียจอดีตพระยันตระ ในเมื่อคดีความที่เคยถูกกล่าวหาไว้ก่อนหน้านั้นได้ขาดอายุความไปหมดแล้ว ก็สามารถเข้าประเทศได้ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง หากแต่งกายเป็นฆราวาสก็คงไม่เป็นไร แต่เมื่อทำแบบนี้ตนก็ต้องแจ้งความดำเนินคดีเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับผู้อื่น
สำหรับ นายประจิณ นั้น ในอดีตเมื่อปี 2538 ได้เคยเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับอดีตพระยันตระ มาแล้วครึ่งหนึ่งในความผิดข้อหาเดียวกัน โดยเหตุการณ์ครั้งนั้นสืบเนื่องจาก อดีตพระยันตระ ถูกกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์กับหญิงสาว มีการล่อลวงไปเสพเมถุนจนหญิงสาวรายดังกล่าวตั้งครรภ์ และมีบุตรสาว ต่อมาก็ถูกดำเนินคดี แต่อดีตพระยันตระ กลับแต่งกายด้วยจีวรที่มีสีเขียว ปรากฎภาพที่ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนหลายแขนง จนเป็นที่ฮือฮาและได้รับฉายาว่า “จิ้งเขียว” หรือ “สมียันดะ” ก่อนจะหลบหนีคดีไปอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา กระทั่งคดีขาดอายุความดังกล่าว.







