
สถานการณ์เดือดกลางกรุง
ความรุนแรงจากการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มเสื้อแดง กับทหารรอบพื้นที่สี่แยกราชประสงค์ยังคงดำเนินต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 4 ยิ่ง ศอฉ. ประกาศให้ผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ราชประสงค์ภายในเวลา 15.00 น. ก็ยิ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดัน
แต่เมื่อถึงเวลาดังกล่าว ผู้ชุมนุมไม่ได้มีท่าทีจะเดินทางออก สำหรับจำนวนผู้ชุมนุมที่ราชประสงค์บางตาลงเรื่อยๆ แม้ว่าจะมีผู้สูงวัยและสตรีบางส่วนแจ้งความประสงค์ต้องการเดินทางกลับ แต่แกนนำก็ประกาศว่าอาจไม่ปลอดภัย
ช่วงเวลา 15.00 น. ทหารได้เริ่มขยับบีบพื้นที่เข้าใกล้แยกปทุมวัน ห่างจากด่านสกัดของ นปช. หน้าห้างสยามพารากอนประมาณ 300 เมตร ขณะเดียวกันทหารก็เสริมกำลังโอบเข้ามาอีกทางด้านสนามศุภชลาศัยและบริเวณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำให้ผู้ชุมนุมต้องจัดเวรยามที่ด่านสยามพารากอนหนาตาขึ้น แต่ด้านนี้ไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นแต่อย่างใด
พื้นที่ตั้งแต่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิต่อเนื่องไปถึงสามเหลี่ยมดินแดงและถนนราชปรารภ ยังคงเป็นสมรภูมิกลางเมืองที่หนักหน่วง ตั้งแต่กลางดึกคืนวันที่ 16 ต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 17 พ.ค. มีการปะทะกันระหว่างทหารกับกองกำลังชุดดำที่ไม่ทราบฝ่ายตลอดทั้งคืน กระทั่งช่วงเช้าทหารยิงปืนลูกซองกระสุนยาง 23 นัด เพื่อขู่กลุ่มนปช. ที่พยายามจะนำยางรถยนต์เข้ามาบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง
ต่อมาเวลาประมาณ 13.00 น. กลุ่มเสื้อแดงด้านหน้าห้างเซ็นเตอร์วัน อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ขนโครงเหล็กมากองไว้บริเวณด้านหน้าห้างเพื่อตั้งเวทีปราศรัย ซึ่ง พ.ต.ท.อนุรักษ์ ประดับมุข ผู้บังคับกองร้อยปราบจลาจล บก.น.1 ได้เจรจาขอไม่ให้ตั้งเวทแต่ไม่สำเร็จ นอกจากนี้กลุ่มเสื้อได้นำยางรถยนต์มาวางและจุดไฟบริเวณปากทางเข้าถนนพหลโยธิน และทำบังเกอร์บริเวณทางลงทางด่วนอนุสาวรีย์ชัยฯ
ขณะที่ทหารได้เสริมกำลังเข้ามาเพิ่ม รวมทั้งนำกระสอบทรายมาสร้างแนวป้องกันและวางแนวรั้วลวดหนามเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งชั้น
เวลา 15.30 น. สถานการณ์ในซอยรางน้ำเริ่มตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่กลุ่มคนเสื้อแดงที่อยู่บริเวณถนนดินแดงพยายามฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตรงปากซอยรางน้ำ ทำให้เจ้าหน้าที่ระดมยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อขู่อย่างต่อเนื่อง
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. แถลงว่า มีข้อมูลชัดเจนว่ากลุ่มก่อการร้ายพยายามสร้างสถานการณ์และทำร้ายประชาชนให้บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยมีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 510 คน แต่งกายคล้ายทหารขึ้นไปซุ่มยิงที่ชั้น 24 ถึงชั้นที่ 27 ตึกชีวาไทย ใกล้โรงแรมเซ็นจูรี่ปาร์ค ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าว ซึ่ง ศอฉ. พยายามส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปกดดันในพื้นที่ต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่เรดโซนเพื่อให้ดำเนินมาตรการต่างๆ ต่อไปได้
พระราม4ระทึกแดงเข็นรถน้ำมันขวางถนน
เหตุการณ์ด้านถนนพระราม 4 ตั้งแต่แยกศาลาแดงต่อเนื่องมาจนถึงย่านบ่อนไก่ เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 17 พ.ค. คนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่หน้าโรงแรมดุสิตธานีหลายลูก ทำให้กระจกหน้าโรงแรมแตก และเกิดเพลิงไหม้บริเวณชั้น 5 และชั้น 17 แขกที่เข้าพักต่างพากันย้ายออกจากโรงแรม
ความรุนแรงขยายออกมายังพื้นที่ถนนพระราม 3 เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน มีแก๊งรถจักรยานยนต์ประมาณ 30 คัน ใช้ไม้และอุปกรณ์ต่างๆ ทุบทำลายตู้โทรศัพท์และไฟฟ้าส่องทางตามแนวถนน
กลุ่มคนเสื้อแดงและทหารเกิดการเผชิญหน้ากันอีกครั้งในช่วงเที่ยง บริเวณหน้าตลาดบ่อนไก่ เจ้าหน้าที่ได้ยิงปืนขู่กลุ่มเสื้อแดงที่พยายามนำล้อยางเข้าไปสุมไฟ
กระทั่งช่วงเย็นเหตุการณ์บริเวณแยกบ่อนไก่เริ่มรุนแรงขึ้นมีเสียงปืนดังขึ้นจากทั้งสองฝั่งอย่างต่อเนื่อง และในเวลา 17.30 น. กลุ่มเสื้อแดงได้เข็นรถน้ำมันจากปั๊ม ปตท. ถนนพระราม 4 ติดกับสวนลุมไนท์บาซาร์ ออกมาขวางถนนพระราม 4 อยู่ห่างจากแนวบังเกอร์ทหารที่บริเวณตีนสะพานไทยเบลเยียมราว 100 เมตร ขณะที่กลุ่มเสื้อแดงได้จุดไฟเผายางอยู่บนถนนใกล้กับรถน้ำมันคันดังกล่าว เป็นที่น่าหวาดกลัวเนื่องจากยังไม่มีรายงานว่ามีน้ำมันอยู่ในรถน้ำมันดังกล่าวหรือไม่







