
สังหารแกนนำแดงสัญญาณส่อรุนแรง
เหตุการณ์คนร้ายบุกยิง “ไม้หนึ่ง ก.กุนที” หรือ กมล ดวงผาสุก กวีเสื้อแดง เสียชีวิต ณ ลานจอดรถร้านอาหารกลางเมือง
โดย...ทีมข่าวการเมือง
เหตุการณ์คนร้ายบุกยิง “ไม้หนึ่ง ก.กุนที” หรือ กมล ดวงผาสุก กวีเสื้อแดง เสียชีวิต ณ ลานจอดรถร้านอาหารกลางเมือง กำลังกลายเป็นสัญญาณอันตรายชวนให้วิตกว่าบรรยากาศความขัดแย้งทางการเมืองที่เป็นอยู่ในเวลานี้จะปะทุรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญหากแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่หาทางสกัดกั้นอย่างจริงจังย่อมบานปลายนำไปสู่ความเสียหายและสูญเสียอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ยิ่งในสภาวะวิกฤตกลางเมืองที่สุกงอมใกล้จะถึงจุดแตกหัก สัญญาณความรุนแรงเริ่มก่อตัวชัดเจนมากยิ่งขึ้น แม้แน่นอนว่าจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนยืนยันได้ว่าการรัวยิง กวีเสื้อแดง 45 นัดรายนี้ มีต้นตอโยงใยมาจากความขัดแย้งทางการเมืองหรือไม่ เพราะแม้จะไม่ได้เป็นแกนนำหลักที่มีส่วนสำคัญในกระบวนการเคลื่อนไหวของเสื้อแดง แต่ ไม้หนึ่ง ก.กุนที ก็เป็นเป็นผู้ดำเนินรายการทางเอเชียอัพเดท และร่วมจัดรายการวิทยุ รวมทั้งเป็นหนึ่งในเสนาธิการคนสำคัญของกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.)
แต่ทว่าเสียงสะท้อนจากแกนนำเสื้อแดงต่างปักใจเชื่อว่ามาจากเหตุผลทางการเมือง ไม่ว่า จะเป็น “ก่อแก้ว พิกุลทอง” ซึ่งมองว่าสอดรับกับข่าวก่อนหน้านี้ที่มีการตั้งทีมไล่ล่าแกนนำ เสื้อแดง จนมีเหตุการณ์ยิง ขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดรฯ ถูกยิง และจากรูปรอยกระสุน มองว่าเป็นมืออาชีพ พร้อมห่วงว่าสถานการณ์หลังจากนี้อาจจะรุนแรงมากขึ้น
รวมไปถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังฝากความเป็นห่วงผ่านมาทาง แรมโบ้อีสาน สุภรณ์ อัตถาวงศ์ เตือนให้คนเสื้อแดงระมัดระวังตัวและดูแลรักษาความปลอดภัยให้ดีที่สุด
คล้ายกับ พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่รู้ถึงแผนเด็ดแกนนำมาแล้ว 2 เดือน และยืนยันว่าสาเหตุมาจากการเมืองแน่นอน
ไม่ต่างจาก อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า หากสาเหตุมาจากการเมือง ถือเป็นสัญญาณที่อันตราย ซึ่งทุกฝ่ายต้องช่วยกันคลี่คลายสถานการณ์ถอนฟืนออกจากกองไฟ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่อาจนำไปสู่สงครามกลางเมืองได้
ที่สำคัญเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ค่อยๆ มีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดไม่กี่วันที่ผ่านมา คนร้ายกระหน่ำยิงปืนใส่สถานีวิทยุสื่อมหาชนคนรักประชาธิปไตย เอฟเอ็ม 105.25 อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี กว่า 20 นัด แม้จะไม่มีผู้บาดเจ็บเสียชีวิต แต่สร้างความเสียหายให้ตัวอาคารและรถยนต์ในที่เกิดเหตุ และก่อนหน้านั้นเคยมีคนร้ายปาระเบิดขวดจนเกิดไฟไหม้สร้างความเสียหายมาแล้วรอบหนึ่ง ซึ่งสถานีวิทยุแห่งนี้ถูกเชื่อมโยงไปถึง โกตี๋วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ ฮาร์ดคอร์แดงที่กำลังถูกไล่ล่าจากคดีหมิ่นสถาบัน จนมีกระแสข่าวว่าหลบหนีออกนอกประเทศ
ก่อนหน้านั้น โกตี๋ ประกาศตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์รัฐบาล เปิดหน้าชนกับ กปปส. พร้อมอาจหาญไปเปิดศึกกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. จนหลายฝ่ายวิตกว่าจะทำให้ความขัดแย้งระหว่าง “กองทัพ” กับ “เสื้อแดง” คุกรุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ
ไม่ต่างจากก่อนหน้านั้น เมื่อ ขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดรฯ ถูกยิงถล่มด้วยปืนอาก้าที่บ้านพัก จ.อุดรธานี แม้จะรอดตายมาได้ แต่ก็บาดเจ็บสาหัส ที่สำคัญผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ที่จับได้ 5 คน เป็นนายทหาร ยิ่งตอกย้ำปัญหาระหว่างเสื้อแดงและกองทัพ สอดรับเหตุการณ์การจับกุมทหารได้หลายราย ที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่นำเสนอข้อมูลที่อ้างว่าเป็นข้อมูลเชิงลึกว่าจากกรณี ไม้หนึ่ง แล้วจะมีไม้สอง ไม้สาม ตามมา พร้อมระบุตัวเป้าหมาย ที่เข้าข่ายว่าจะโดนเล่นงาน
ไม่เฉพาะเสื้อแดงที่เป็นฝ่ายถูกกระทำ เพราะที่ผ่านมาเหตุการณ์ความรุนแรงกับฝ่าย กปปส. หรือฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาลก็มีอยู่บ่อยครั้ง ไล่มาตั้งแต่ ประทัดยักษ์ ระเบิดปิงปอง ระเบิด RGD5 มาจนถึงเอ็ม 79 ในหลายพื้นที่ ตั้งแต่ถนนบรรทัดทอง พื้นที่ชุมนุม บ้านพักภรรยา สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. บ้านพักแกนนำ กปปส. คนอื่นๆ ทั้งที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
ล่าสุดไม่กี่วันที่ผ่านมา คนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่บ้าน นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ข้าราชการระดับสูงที่เปิดหน้าออกมาร่วมเคลื่อนไหวกับ กปปส. จนทำให้กำแพงปูนเป็นรู รถยนต์เสียหาย
ไปจนถึงเหตุการณ์ยิงหรือปาระเบิดใส่ขบวนเคลื่อนไหวของ กปปส.อย่างต่อเนื่องในช่วงเกือบ 6 เดือนที่ผ่านมา จนมีทั้งผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก แม้หลายครั้งจะมีภาพ หลักฐานชัดเจน แต่ก็ไม่อาจหาตัวคนผิดมาดำเนินคดีได้
ปัญหาที่เจ้าหน้าที่รัฐไม่อาจหาเบาะแสผู้ก่อเหตุหรือติดตามนำตัวมาดำเนินคดี รวมทั้งยังไม่อาจหามาตรการป้องกันความรุนแรงที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น ส่งผลให้บรรยากาศความอึมครึมยิ่งตกอยู่ในความสุ่มเสี่ยงรุนแรง
ดังนั้น ในภาวะที่ความขัดแย้งรุนแรง เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐไม่อาจเข้ามาดำเนินการจัดการคลี่คลายปัญหาได้ ยิ่งทำให้แต่ละฝ่ายออกมาดำเนินการจัดการปัญหากันเอง และนำไปสู่สถานการณ์ที่จะรุนแรงขึ้น
ที่เห็นชัดเจน ความพยายาม แรมโบ้อีสาน สุภรณ์ อัตถาวงศ์ เดินหน้าจัดตั้งกองกำลัง กลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตย แห่งชาติ (อพปช.) ซึ่งเริ่มจัดอบรมไปแล้วเป็นรอบที่สอง มีผู้ผ่านการอบรมหลายหมื่นคน และเตรียมเคลื่อนไหวในช่วงศาลรัฐธรรมนูญหรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีคำวินิจฉัยชี้ขาดในคดีเกี่ยวกับสถานะของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ไปจนถึงการเคลื่อนไหวของ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ที่ออกมาประกาศก่อตั้ง “องค์กรเก็บขยะแผ่นดิน” ดำเนินการกับผู้ที่กระทำการหมิ่นสถาบัน ที่ถูกทางเสื้อแดงออกมาจับตาว่าเกี่ยวข้องกับคดีการยิงกวีเสื้อแดงหนนี้หรือไม่
ดังนั้น บรรยากาศการเมืองใกล้เข้าสู่จุดแตกหัก ในห้วงเวลาที่องค์กรอิสระเตรียมวินิจฉัยชี้ชะตาคดีสถานะเก้าอี้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ บรรยากาศความขัดแย้งยิ่งตั้งเค้ารุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สัญญาณความรุนแรงที่เกิดขึ้นนับจากนี้จึงมีส่วนสำคัญกับการเติมเชื้อเร่งเร้าความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต







