posttoday
เสียงจาก"มิตร"น้ำหมึกถึงกวีราษฎร"ไม้หนึ่ง ก.กุนที"

เสียงจาก"มิตร"น้ำหมึกถึงกวีราษฎร"ไม้หนึ่ง ก.กุนที"

24 เมษายน 2557

เสียงสะท้อนจากมิตรในแวดวงนักเขียน-ศิลปินถึงไม้หนึ่ง ก.กุนที ที่ผสมปนเปทั้งความตกใจ โกรธแค้น โศกเศร้า อาลัยอาวรณ์

โดย...โพสต์ทูเดย์ออนไลน์

การเสียชีวิตของ "กมล ดวงผาสุก" หรือ ไม้หนึ่ง ก.กุนที กวีเสื้อแดง เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา นอกจากจะตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์หลายฉบับแล้ว ยังส่งผลสะเทือนต่อวงการนักเขียนด้วย เพราะไม้หนึ่ง ก.กุนที ไม่ได้มีบทบาทเพียงแค่นักเคลื่อนไหวทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นศิลปินฝีมือดีที่มีผลงานเป็นที่รู้จักของผู้อ่านมากมาย

เสียงสะท้อนที่ผสมปนเปทั้งความตกใจ โกรธแค้น โศกเศร้า อาลัยอาวรณ์ จึงดังมาจากทุกทิศทุกทาง

เวียง-วชิระ บัวสนธ์ บรรณาธิการสำนักพิมพ์สามัญชนและอดีตคณะกรรมการตัดสินรางวัลพานแว่นฟ้า โพสต์แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า

ความตายของ ‘ไผ่’ : ไม้หนึ่ง ก กุนที เมื่อวานนี้จะมีสายเหตุมาจากเรื่องใดก็ตาม ขออนุญาตประณามอย่างเป็นทางการไว้ ณ ทีนี้ว่านี่คือการกระทำขั้นบัดซบ!

และโดยเฉพาะผู้ยินดีปรีดากับความตายของชายคนหนึ่ง พึงรับรู้ไว้ด้วยเถิดว่า จิตใจของคุณคือ อมนุษย์แล้ว (โว้ย!)

ด้าน อุทิศ เหมะมูล นักเขียนซีไรต์ ระบุว่า ไม่ใช่ความตายหายใจรด แต่คือฆาตกรรมอุกอาจต่อนักเขียน ไม่อยากนับความตายแต่ต้องนับหนึ่งความตาย ของนักเขียนร่วมยุคสมัยประเทศไทยนี้ ขอแสดงความอาลัยต่อ ไม้หนึ่ง ก. กุนที  

พินิจ นิลรัตน์ นักวิจารณ์วรรณกรรมชื่อดัง แสดงความรู้สึกส่วนตัวในฐานะเพื่อนร่วมวงการน้ำหมึกที่ใกล้ชิดกันมายาวนานว่า

ผมไม่ทราบหรอกครับว่ากับคนอื่นๆ หรือใครๆ ไผ่-ไม้หนึ่ง ก.กุนที มีท่าทีหรือปฏิบัติตัวอย่างไร แต่ไผ่กับผม...แม้ว่าแนวทางและอุดมการณ์เราต่างกันหลายเรื่อง และเคยวิวาทะทางความคิดซึ่งๆ หน้ามาก็หลายครั้ง อีกทั้งเขาพยายามโน้มน้าวในสิ่งที่เขาเชื่อ ขณะเดียวกันผมก็เชื่อในความคิดของผมกระนั้น ไผ่ไม่เคยแสดงออกถึงความก้าวร้าวกับผม เขามีท่าทีที่ดีและสุภาพมาก ผมเคยชื่นชมเขาในเรื่องนี้ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ดังนั้น ตลอดระยะเวลาที่เรารู้จักกันเกือบ 20 ปี ผมไม่เคยคิดว่าเขาเป็นคนอื่น เพราะนอกเหนือจากความเป็น 'เพื่อนมนุษย์' เขาคือ 'เพื่อนกวี' และ 'เพื่อน' คำเดียวสั้นๆ เนื่องจากเขาเป็น 'เพื่อนรุ่นน้อง' ในทางส่วนตัวไผ่จึงเรียกผมว่า "พี่พินิจ" ทุกคำ...

เหนื่อยมามากแล้ว พักผ่อนเถอะไผ่

เช่นเดียวกับ โดม-วุฒิชัย เขียนประเสริฐ นักเขียนรุ่นใหญ่ที่แม้จะมีจุดยืนทางการเมืองต่างกัน แต่ก็ยกย่องว่าอุดมคติทางการเมืองของไม้หนึ่งนั้นบริสุทธิ์

"ถึงแม้ผมกับไม้หนึ่ง ก.กุนทีจะไม่ได้สนิทสนมกัน แค่รู้จักหน้าค่าตากัน ผมเคยอ่านบทกวีเขาต่อเนื่องยาวนานมาพักหนึ่งในมติชนสุดสัปดาห์ และต่อมาแม้ความคิดทางการเมืองเราจะอยู่ตรงข้ามกัน แต่ผมก็ไม่เคยนึกเกลียดเขาเหมือนที่รู้สึกกับบางคน ผมเชื่อว่าเขาเป็นแดงอุดมคติบริสุทธิ์และเชื่อว่าเขาเป็นคนดีคนหนึ่ง แต่อุดมคติแห่งชีวิตเราต่างกันเท่านั้นเองวันนี้เมื่อรับรู้ข่าวว่าเขาโดนยิงเสียชีวิตผมรู้สึกสะเทือนใจ ไม่ว่าเขาจะโดนยิงเพราะสาเหตุใดก็ตาม ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว เขารู้ว่าผมทอดผ้าป่าไปสร้างสระน้ำที่วัดที่บ้านเกิด เราเจอกันในร้าน เจน อาร์ต คาเฟ่ เขายื่นธนบัตรให้ผมแล้วบอกว่า "พี่โดมผมร่วมทำบุญด้วยคน" - ขอให้สู่สุคติเถอะนะไม้หนึ่ง ก กุนที

มนตรี ศรียงค์ กวีซีไรต์ปี 2550 โพสต์บรรยายถึงความสัมพันธ์ในฐานะเพื่อนกวีว่า

ในแวดวงนักเขียน - กวี ผมมีเพื่อนรักอยู่ไม่กี่คนที่สามารถไปมาหาสู่กันได้สนิทใจ หนึ่งนั้นคือ ไม้หนึ่ง ก กุนที

ทุกครั้งที่ผมนั่งรถไฟไปกรุงเทพฯ ในช่วงปีที่สายการบินราคาต่ำยังไม่มี ผมจะลงที่สามเสน แล้วไปยังราชวัตร ที่นั่น ไม้หนึ่งทำหน้าที่เป็นฝ่ายผลิตให้แก่ร้านข้าวหน้าเป็ดของพ่อตา

เขามีลูกชายสองคน คนโตชื่อ นาวิน ซึ่งผมก็ได้อุ้มมาแล้ว คนน้องชื่ออะไรจำไม่ได้ เพราะเป็นช่วงที่ผมไม่ค่อยได้ขึ้นกรุงเทพฯ นัก

ก่อนปี 43 เขาเคยมาที่บ้านผม พักอยู่ 2-3 คืน ผมถ่ายทอดวิชาหมี่เป็ดให้เขาฟังด้วยการเล่า และบอกว่า หากเขาสนใจจริงจังก็ให้มาฝึกได้ทุกเมื่อ เช่นที่เขากล่าวว่า จะสอนผมทำเป็ดพะโล้และซอสราดข้าวหน้าเป็ด

เราสองคนเป็นกวีเป็ดๆ ที่วงการกวีจับตา โดดเด่นตามหน้านิตยสารในช่วงปี 2536 - 2545 เป็นสองกุมารสยามยุคใหม่ หลังจากยุคของ ขรรค์ชัย บุญปาน - สุจิตต์ วงษ์เทศ

เราติดต่อทางจดหมายกันไม่รู้กี่สิบฉบับ ลายมือเขาน่ารัก อ่านยากแต่สวย เขาส่งรูปถ่ายขาวดำตอนถ่ายในสวนส้มโอที่บ้านของเขา มีรูปหนึ่งเขานั่งกอดหมาพันธุ์พื้นบ้านแล้วยิ้มให้กล้อง

จดหมายของเขาแต่ละฉบับมักจะเขียนยาวหลายหน้า และมีบทกวีที่เพิ่งเขียนเสร็จใหม่แนบมาด้วย โดยเฉพาะชุด วิหารน้อยฟังเสียงนก

มีเสียงบอกว่าเขาฝักใฝ่ซ้ายมานับสิบปี ก็คงเริ่มประมาณปี 2540 กว่าๆ เพราะก่อนหน้านั้นเขาสนใจในธรรมะแบบเซน สนใจธรรมะในนิยายกำลังภายใน สำนวนบทกวีของเขาเป็นสำนวนกำลังภายใน

เขาเป็นเสื้อแดงจัดจ้าน เคยโทร. มาชวนผมขึ้นเวที นปก. ด้วยทฤษฏีฝ่ายซ้าย และผมปฏิเสธ นับแต่นั้นเราก็ไม่ได้ติดต่อกันเลย แต่ก็ไม่ใช่การตัดเยื่อใยสัมพันธ์ ไม้หนึ่ง ไม่ใช่โทรศัพท์มือถือ ผมมีเบอร์บ้านที่ราชวัตร ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเบอร์บ้านที่ศาลายา ซึ่งเขาไปเปิดร้านข้าวหน้าเป็ดที่นั่น

คืนหนึ่งในสถานการณ์การเมืองที่เริ่มรุนแรง และหลังจากที่เขาโทร.ชวนผมขึ้นเวที นปก. ผมได้โทร.หาเขา ก่อนที่เด็กในร้านจะบอกว่าไม่อยู่ เขาไปห้องเรียนที่ธรรมศาสตร์ ซึ่งผมไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร แต่คิดเอาเองว่าน่าจะเป็นเหมือนหนึ่งโรงเรียนการเมือง

มักจะมีคนถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างเรา ผมตอบไปทุกครั้งว่ายังดีอยู่ รักกันห่วงใยกันเสมอ ไม่ว่าเขาจะแดงแค่ไหนก็ตามที สำหรับผม เขาคือไม้หนึ่ง คือไผ่ เพื่อนที่ผมรักและสนิทที่สุดคนหนึ่งในวงการกวี

ผมและเขามักจะได้รับการพูดถึงทุกครั้ง ในกรณีที่มีการพูดคุยเรื่องความแตกต่างทางความคิด ว่าคนสองฝ่ายจะยังคบหากันได้ไหม

เขาถูกยิง และเสียชีวิตแล้ว ข่าวมาถึงผมช่วงบ่าย ทั้งตกใจและเศร้า พยายามเช็กข่าวจากคนที่เชื่อถือได้

ประมาณปี 2537-2538 ผมกับเขาเคยนั่งดื่มกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวถนนพระอาทิตย์ เราดื่มกันจนรุ่งสาง ขอร้องเจ้าของร้านให้เปิดเพลง “กว๊านพะเยา” ของ สุรพล สมบัติเจริญ ซ้ำไปซ้ำมา และเราตะเบ็งเสียงร้องเพลงนี้กันจนรุ่ง อย่างอ้อแอ้ๆ เขาชอบเพลงนี้มาก “กว๊านพะเยา” ของ สุรพล สมบัติเจริญ / แต่งเองร้องเอง

นอกจากนี้ยังมีศิลปิน นักเขียน กวีชื่อดังอีกหลายคนพากันร่ายบทกวีนิพนธ์อาลัย อาทิ ศิริวรณ์ แก้วกาญจน์ กวีชื่อดัง เขียนว่า
 
เมื่อวานนี้จริงเกินไป...
ในพื้นที่ที่ไม่ใช่ของเพื่อน
จะมีใครเล่าคอยตักเตือน
ทั้งเพื่อนก็ไม่ยอมฟังใจตัวเอง
กร้าวเกินไป...
ในพื้นที่ที่มีแต่คนแก่งแย่งกันเก่ง
ขยี้บี้บดทุกบทเพลง
เคี้ยวกินกันครื้นเครงแต่พวกตน
โหดร้ายเกินไป...
เลือดเพื่อนคือเปลวไฟ คือสายฝน
สั่นกระเพื่อมสักนิยามความมืดมน
ส่งหนึ่งวรรคกวีนิพนธ์สู่โพ้นภพ.

ชมัยพร แสงกระจ่าง นักเขียนอาวุโสและอดีตนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย บันทึกผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า

แด่ ไม้หนึ่ง ก.กุนที
เศร้าใจทุกครั้งที่มีใครตาย
ตายโดยง่ายดายเกินคาดฝัน
บ้านเมืองเรานี้มันอะไรกัน
เขาเธอเราฉัน ก็อาจตาย
ขออาลัยด้วยใจเศร้าต่อการจาก
ชีวิตนี้อยู่ยาก โอ้ ใจหาย
จะเหลืองแดงขาวดำ ล้วนอันตราย
หากใจคนยัง "ร้าย"อยู่ฉะนี้

ขณะที่ ศิลปินเพลงเพื่อชีวิตที่เป็นที่ทราบกันดีว่าสนับสนุนแนวทางการต่อสู้ของฝ่ายกปปส. สุรชัย จันทิมาธร หรือหงา คาราวาน ก็เขียนบทกวีไว้อาลัยเช่นกัน

กวีถูกยิงตาย ผมเสียดายชีวิตเขา
เสียขวัญมิบันเบา ใครหนอมาฆ่ากวี
จะสีแดงหรือสีใด ก็ไม่ควรตายเพื่อสี
โหดร้ายทำไมมี คำสั่งนี้เป็นผู้ใด
กวีที่รังสรร และสานฝันให้เป็นใฝ่
กาพย์โคลงจรรโลงใจ เขียนเพื่อให้จิตสำนึก
รักในมนุษย์โลก ในสุขโศกที่รู้สึก
ถ้อยคำยังรำลึก แม้ตัวตายแต่ชื่อยัง
กวีฐานันดร สโมสรอันเข้มขลัง
สโมศิลป์ต้องภิณฑ์พัง เพราะนักฆ่ามหาโจร

ตื่นเถิดหมู่กวี อาจต้องมีเรื่องผาดโผน
น้ำไพรในตาดโตน มิไหลรื่นเป็นผืนเดียว
เรื่องราวจึงพราวพร่าง ความอ้างว้างในไพรเปลี่ยว
อันตรายในทางเทียว บางทีเลี้ยวไปเจอหลุม
โจรร้ายไอ้ห้าร้อย พวกเถื่อนถ่อยมาชุมนุม
ดุเดือดจนเลือดชุ่ม มิรู้ว่ามันฆ่ากวี

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จาก สนานจิตต์ บางสะพาน หรือ เกษมศักดิ์ วงศ์รัฐปัญญา นักวิจารณ์ภาพยนตร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ และคอลัมนิสต์ชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เรียกร้องให้ผู้บริหารสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ออกมาแสดงบทบาทและกำหนดแนวทางดำเนินการ มีเนื้อหาดังนี้

จดหมายเปิดผนึก ถึง เจน สงสมพันธ์ นายกฯ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย

"ในฐานะ นักเขียนอาชีพ..และเป็น สมาชิกตลอดชีวิต สมาคมนักเขียนแห่งประเท่ศไทย กรณียิงทิ้ง ไม้หนึ่ง กุนที ไม่ใช่ เรื่อง เหลือง แดง หัวค.... อะไรอีกต่อไปแล้ว  มันเป็นเรื่อง สวัสดิภาพและความปลอดภัยของนักเขียนไทย  จุดยืนทางการเมือง เป็นเรื่อง สิทธิส่วนบุคคลโว้ย ไม่ใช่เหตุที่จะทำให้ สมาคมฯไม่ทำเห...อะไรเลย

ถ้ากรรมการบริหารชุดปัจจุบันเลือกที่จะอยู่ข้างเหลือง แล้วมองว่า ไอ้น้องไม้หนึ่งเป็นแดง ถ้าสมาคมฯ ไม่ทำเห....อะไรเลย ก็ขอได้รับการประณามจากกูเลย..

พวกเมิงต้องมีมาตรการที่ชัดเจนและเห็นผลในทางปฏิบัติต่อกรณีนี้ โว้ย กูจะรอดู..... อย่าถึงขั้น ต้องให้ นักเขียนไทยแม่งต้อง แบ่งข้าง ยิงกันอย่างที่ กู "อำ" มาตลอดเลย..แก่แล้ว ลูกยังเรียนไม่จบ ขี้เกียจเลือกข้างอีกรอบ ถ้าสมาคมฯนักเขียน ไม่ทำเหี้ยอะไรเลย ก็คงต้องลาออกกันหละ นี่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวโว้ย นายกฯ มันเรื่อง หลักการ”

ซึ่งก่อนหน้านั้น สนานจิตต์ โพสต์ด้วยว่า

"เอาแล้วโว้ย.. เล่นกันแรงถึงขั้น ยิงทิ้ง กันแล้ว เหยื่อ รายแรกคือ คนใน "วงวรรรณกรรมไทย "ไม้หนึ่ง กุนที" เริ่มแล้วเรื่องเหี้ย ๆ ของ สงคราม "ตัวประกอบ" ระดับไม้หนึ่ง โดนได้ กวีขาใหญ่ ทั้งหลายก็ ต้องเหลียวซ้ายแลขวากันมั่งแล้ว คราวนี้ รวมไปถึง นักเขียน นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ การ์ตูนนิสต์ นักร้องนักดนตรี จะเพื่อชีวิต หรือ เพื่อเงิน ก็เหอะ..งานนี้ ไม่เว้นแม้กระทั่ง สนจ. ขนาดป่าวๆ ว่า กูสองไม่เอา งานนี้ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ควรจะต้องทำอะไร กันบ้าง อย่ามัว นั่ง อมกล้วย อมสาก ต่อกรณีการ ลอบสังหาร คนในอาชีพเดียวกันอย่าง ไม้หนึ่ง ล่าสุด กวีใหญ่สองคน ที่เป็นเพื่อนพ้องน้องพี่ อย่าง ทองเบิ้ม บ้านด่าน กับ เทพเจ้าหัวฟู ก็มีรายการปุจฉา กันด้วยบทกวี กันแล้ว...เมืองไทยอยู่ยากขึ้นเรื่อยๆ แล้วโว้ย..หัวเราะไม่ออก..งานนี้"

ต่อมา เมื่อเวลา 17.00 น.ของวันที่ 24เม.ย.ได้มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย โดยมีรายละเอียดดังนี้

จากที่ปรากฏเหตุคนร้ายบุกสังหารนายอิ๊ด อิสรนาวี หรือนายกมล ดวงผาสุก หรือกวีเจ้าของนามปากกา “ไม้หนึ่ง ก.กุณที” เมื่อบ่ายวันที่ 23 เมษายน 2557 ณ ร้านอาหารครกไม้ไทยลาว ลาดปลาเค้า กรุงเทพฯ นับเป็นการกระทำอันอุกอาจ รุนแรง

องค์กรเครือข่ายนักเขียน อันประกอบด้วย สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย สมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย และเครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ขอแสดงความเสียใจ และขอประนามต่อการกระทำไม่ว่ากรณีใดๆด้วยความรุนแรง

ไม้หนึ่ง ก.กุณที มีทั้งบทบาทส่วนตน บทบาทการเมือง และทัศนะที่แสดงผ่านงานเขียนซึ่งได้ปรากฏต่อสาธารณชนในสถานการณ์ปัจจุบัน องค์กรทางวรรณกรรมจึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินคดีให้ปรากฏข้อเท็จจริงและความเป็นธรรมอย่างเร็วที่สุด

สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
สมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย
เครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย
24 เมษายน 2557

เจน สงสมพันธ์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยให้สัมภาษณ์กับโพสต์ทูเดย์ว่าการออกแถลงการณ์ครั้งนี้ก็เพื่อเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามคดีดังกล่าว เพื่อให้เกิดความกระจ่างโดยเร็วที่สุด  

"แถลงการณ์ฉบับนี้ออกมาเพื่อเร่งรัดให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามคดีความข้อเท็จจริง เพื่อให้เกิดความกระจ่างโดยเร็วที่สุด เนื่องจากไม้หนึ่งมีหลายบทบาท ทั้งนักเคลื่อนไหว กวี เมื่อยังไม่มีความชัดเจนว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาจากอะไร สังคมก็ยังจะมีความคลุมเครืออยู่ตลอดเวลา ไม่เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย

นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ยังบอกอีกว่าถือเป็นความสูญเสียของแวดวงวรรณกรรมไทย เนื่องจากไม้หนึ่ง ก.กุนที เป็นกวีที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น และยังเป็นที่รักของเพื่อนนักเขียนด้วย

"โดยส่วนตัวแล้ว ไผ่เป็นคนมีเหตุมีผล บางทีบทบาทของเขาที่ถูกมองจากสังคมกับตัวตนจริงๆนั้นมันอาจเป็นคนละเรื่องกันก็ได้ ยกตัวอย่างตอนที่เขาอ่านบทกวีปะทะกับพี่เนาว์ (เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กวีซีไรต์และศิลปินแห่งชาติ)ที่หอศิลป์ แต่พอลงจากเวที เขาเดินกราบพี่เนาว์ คือเขาเคารพซึ่งกันและกัน นี่คือตัวตนของไม้หนึ่ง ก.กุนที

เขายังเชื่อว่าแม้สถานการณ์การเมืองจะรุนแรง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย แต่สังคมนักเขียนยังเป็นพี่น้องกัน เอื้ออาทรต่อกัน

"ในความเป็นจริง มันไม่ได้ทำลายกันขนาดนั้น เราปะทะสังสรรค์กันได้ในเรื่องความคิด แต่ว่าทุกคนในวงการนักเขียนยังเป็นพี่น้องกัน สังคมนักเขียนก็ยังมีความเอื้ออาทรกันอยู่ ถ้าเป็นนักเขียนแล้วให้ทุกคนมีความคิดเห็นเหมือนกันหมดไม่ได้ ไม่งั้นเราจะทำงานวรรณกรรมได้อย่างไร การเสียชีวิตของไม้หนึ่ง ก.กุนที ทำให้เห็นว่านักเขียนทุกคนเคารพซึ่งกันและกัน อาลัยอาวรณ์ เสียดายซึ่งกันและกัน"

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี