posttoday
เอสเอ็มอีมุ่งสร้างนวัตกรรมสู่ความยั่งยืน

เอสเอ็มอีมุ่งสร้างนวัตกรรมสู่ความยั่งยืน

24 เมษายน 2557

กระทรวงอุตสาหกรรม หน่วยงานหลักที่ให้ความสำคัญดูแลภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการ

โดย...วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

กระทรวงอุตสาหกรรม หน่วยงานหลักที่ให้ความสำคัญดูแลภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการ ครั้งหนึ่งเคยมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนชื่อเป็นกระทรวงอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการ ซึ่งวันนี้นโยบายของกระทรวงอุตสาหกรมมุ่งให้บริการผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีอย่างครบวงจร

นโยบายส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของกระทรวงอุตสาหกรรม เริ่มตั้งแต่การสร้างโอกาส การบ่มเพาะ ฟูมฟัก การขออนุญาตตั้งโรงงาน มาตรฐานการผลิต รวมไปถึงการให้สินเชื่อผู้ประกอบการผ่านธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์)

ปัจจุบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี มีจำนวนประมาณ 2.7 ล้านราย ขณะที่วิสาหกิจขนาดใหญ่มีประมาณ 7,591 ราย โดยมูลค่าของเอสเอ็มอีคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 50% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไทย หรือจีดีพี แบ่งเป็นผู้ประกอบการภาคการเกษตร 12.3% และภาคนอกเกษตร 87.7%

นอกจากนี้ ยังมีการจ้างงานกว่า 11 ล้านคน หรือคิดเป็น 90% ของแรงงานทั้งหมดในประเทศไทย ถือเป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ รวมถึงสร้างงานทั้งในภาคการผลิตและบริการให้กับสังคมไทย

ธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นพื้นฐานสำคัญของทุกประเทศในโลกนี้ เพราะฉะนั้นนโยบายในการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ ถือว่าสำคัญที่สุด

สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจในภาวะปัจจุบัน การสร้างโอกาสของผู้ประกอบการ รวมถึงการหาตลาดใหม่ผ่านการจับคู่ธุรกิจ หรือ Business Matching เป็นช่องทางในการสร้างความแข็งแกร่งและสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการต้องปรับตัวใน 4 ด้านหลัก

1.เข้าถึงแหล่งข้อมูล ทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรธุรกิจ เพื่อปรับตัวอย่างรวดเร็ว เพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีความซับซ้อน เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการต้องเรียนรู้เพื่อปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลง

ในส่วนกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการแก่ผู้ประกอบการให้ง่ายและเร็วขึ้น เช่น การให้ใบอนุญาตตั้งโรงงานเร็วขึ้น ปรับปรุงกระบวนการให้บริการ และไม่ใช้เกณฑ์เดียวกันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อทำให้เอสเอ็มอีดำเนินธุรกิจได้ง่ายขึ้น

2.เสริมสร้างความสามารถด้านการแข่งขัน ทั้งในด้านต้นทุน คุณภาพของสินค้าและบริการ ความรวดเร็ว 3.การสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโตอย่างสมดุลระหว่างสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม 4.เสริมศักยภาพของเอสเอ็มอีสู่ตลาดโลกและประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี

ปัจจุบันมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ประกอบด้วย 1.ขนาดการลงทุน (ไม่รวมค่าที่ดินและเงินทุนหมุนเวียน) ไม่น้อยกว่า 5 แสนบาท แต่ไม่เกิน 20 ล้านบาท

2.เมื่อรวมทั้งกิจการแล้ว ต้องมีสินทรัพย์ถาวรสุทธิ หรือขนาดการลงทุนไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียนไม่เกิน 200 ล้านบาท เมื่อรวมทั้งส่วนเดิมและที่จะลงทุนใหม่

3.มีคนไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของทุนจดทะเบียน 4.อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนไม่เกิน 3 ต่อ 1 โดยคำนวณรวมทั้งส่วนเดิมของผู้ขอรับการส่งเสริม และโครงการที่ขอรับการส่งเสริม 5.สิทธิประโยชน์ ประกอบด้วยการยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรไม่ว่าตั้งอยู่ในเขตใด และยังได้รับการยกเว้นภาษี

ขณะที่มาตรการด้านการเงินของเอสเอ็มอีแบงก์ ประกอบด้วย มาตรการพักชำระหนี้เงินต้น 6 เดือน วงเงินรวมไม่เกิน 5 ล้านบาท สำหรับลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและการชุมนุมทางการเมือง สินเชื่อเพื่อพัฒนาผลิตภาพการผลิต (Productivity Improvement Loan) วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท ดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ลบ 3% สินเชื่อโครงการส่งเสริมการเพิ่มศักยภาพและลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ผลิตไข่และสุกร วงเงินไม่เกิน 30 ล้านบาท เป็นต้น

กระทรวงอุตสาหกรรมมีแผนดำเนินการอย่างชัดเจนในระยะ 20 ปี (2555-2574) ที่จะนำพาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและอุตสาหกรรมโรงงานไปสู่เป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยระยะ 5 ปีแรก (25552559) เป็นการสร้างพื้นฐานความรู้ให้ผู้ประกอบการ (Knowledge Based) โดยเน้นการสร้างภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์จากประเทศไทย โดยเฉพาะในด้านอาหาร สมุนไพร และการเกษตร

แผนระยะ 10 ปี (2555-2564) เป็นการสร้างอุตสาหกรรมเชิงนวัตกรรม (Innovative Industry) และแผนระยะ 20 ปี (2555-2574) เป็นการสร้างอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน (Sustainable Industry)

การปรับตัวของเอสเอ็มอีเพื่อเติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นเอสเอ็มอีแห่งอนาคต คือ การมุ่งให้ธุรกิจใช้นวัตกรรมมากขึ้น โดยเฉพาะการออกแบบสินค้าและบรรจุภัณฑ์ต่างๆ การออกแบบสินค้าให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การมุ่งเพิ่มผลผลิตเพื่อลดต้นทุน และเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจ การรวมกลุ่มเป็นเครือข่ายเพื่อทำให้ธุรกิจแข็งแกร่งขึ้น การเป็นองค์กรที่สามารถเรียนรู้และปรับตัวได้เร็ว และหาโอกาสการลงทุนในต่างประเทศ

นอกจากนี้ ภาคธุรกิจเอสเอ็มอีควรปรับธุรกิจและการผลิตสินค้าสู่สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะในระยะเวลาอีก 40 ปีข้างหน้า ประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ประเทศสหรัฐ จะมุ่งใช้สินค้าที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือเลือกใช้ตราสินค้าที่มีสัญลักษณ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และในปัจจุบันผู้บริโภคในโลกก็หันมาใช้สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นแล้ว

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม