
โอบามาทัวร์
บทวิเคราะห์จากไฟแนนเชียลไทมส์ แสดงความเห็นเกี่ยวกับการเดินทางมาเยือน 4 ประเทศ ในเอเชีย ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ของประธานาธิบดีสหรัฐ ว่า น่าจะเป็นการเริ่มหันมากระชับความสัมพันธ์กับภูมิภาคที่ดูจะยังสดใสในอนาคตอีกครั้ง พร้อมๆ ทั้งถ่วงดุลอำนาจจีนที่เริ่มแข็งแกร่งขึ้นมาวัดรอยเท้าอเมริกา
บทวิเคราะห์จากไฟแนนเชียลไทมส์ แสดงความเห็นเกี่ยวกับการเดินทางมาเยือน 4 ประเทศ ในเอเชีย ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ของประธานาธิบดีสหรัฐ ว่า น่าจะเป็นการเริ่มหันมากระชับความสัมพันธ์กับภูมิภาคที่ดูจะยังสดใสในอนาคตอีกครั้ง พร้อมๆ ทั้งถ่วงดุลอำนาจจีนที่เริ่มแข็งแกร่งขึ้นมาวัดรอยเท้าอเมริกา
แม้โอบามาตั้งใจจะหันมาให้ความสำคัญกับเอเชียแปซิฟิกมากขึ้น แต่สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับเพื่อนบ้าน อาทิ ยูเครน และซีเรีย รวมถึงความวุ่นวายในตะวันออกกลางก็ดูจะทำให้พญาอินทรีไม่สามารถเดินหน้านโยบายต่างประเทศที่มุ่งความสนใจมายังเอเชียได้อย่างเต็มที่
เห็นได้จากบทบาทด้านการทหารในการช่วยเหลือหลายประเทศในภูมิภาคแถบนี้ที่มีข้อพิพาทเรื่องการอ้างสิทธิเหนือดินแดนต่างๆ ทับซ้อนกับจีน หลังสหรัฐแทบจะไม่มีท่าทีใดๆ ต่อการคุกคามของจีน เช่น กรณีที่ทางการจีนประกาศใช้เขตป้องกันภัยทางอากาศในทะเลจีนตะวันออก ซึ่งสร้างความกังวลให้แก่ญี่ปุ่นอย่างมาก
เช่นเดียวกับข้อพิพาทเรื่องดินแดนระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์ ที่ทางการตากาล็อกออกมาให้ความเห็นเชิงตำหนิว่า สหรัฐหยิบยื่นความช่วยเหลือมาให้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
อย่างไรก็ดี การเดินทางมาเยือนเอเชียในครั้งนี้ของโอบามาน่าจะมีจุดมุ่งหมายสำคัญในการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) ครั้งใหม่ กับทั้ง 11 ประเทศ ที่ไม่มีจีนรวมอยู่ด้วย เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐและมีนัยสำคัญในการป้องกันการขยายอำนาจของจีนในภูมิภาคนี้







