
กาแฟอาเซียนผนึกแข่งยุโรป
เร่งรวมพล10ประเทศตั้งสมาคมฯยักษ์กาแฟลาวดาวคอฟฟี่ลั่นบุกนอก
เร่งรวมพล10ประเทศตั้งสมาคมฯยักษ์กาแฟลาวดาวคอฟฟี่ลั่นบุกนอก
ดาวคอฟฟี่เล็งผนึก 10 ประเทศอาเซียนตั้งสมาคมกาแฟอาเซียนสู้ยุโรป พร้อมลุยไทยชิงตลาด 2 หมื่นล้าน
น.ส.บุญเฮือง ลิดดัง รองประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท ดาวเฮือง ผู้ดำเนินธุรกิจกาแฟภายใต้แบรนด์ ดาวคอฟฟี่ กลุ่มธุรกิจค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ สินค้าอุปโภคบริโภค และธุรกิจโรงแรม จาก สปป.ลาว เปิดเผยว่า ในอีก 2 เดือนข้างหน้าจะร่วมกับผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกาแฟ 10 ประเทศในกลุ่มอาเซียน เช่น แบรนด์เขาช่องในไทย เพื่อจดทะเบียนตั้งสมาคมกาแฟอาเซียน ที่สิงคโปร์ตั้งเป้าให้กาแฟอาเซียนแข่งขันกับกาแฟจากยุโรปได้ง่ายขึ้น
ขณะที่แนวทางการทำธุรกิจกาแฟดาวคอฟฟี่นับจากนี้ บริษัทจะให้ความสำคัญกับการทำตลาดต่างประเทศมากกว่าการทำตลาดในประเทศเพื่อเพิ่มรายได้มากขึ้น เนื่องจากประเทศลาวมีประชากรน้อย จากปัจจุบันบริษัทส่งออกกาแฟดาวคอฟฟี่ไปทำตลาดในประเทศไทย เวียดนาม พม่า กัมพูชา และญี่ปุ่น โดยมีแผนขยายตลาดในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น
เนื่องจากเป็นกลุ่มประเทศที่มีคนดื่มกาแฟเยอะ และจากการเข้าไปศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในกลุ่มประเทศดังกล่าวโดยเริ่มจากประเทศจอร์แดน พบว่า ผู้บริโภคนิยมดื่มกาแฟทรีอินวัน บริษัทจึงมีแผนที่จะนำกาแฟทรีอินวันส่งออกเข้าไปทำตลาดในกลุ่มประเทศดังกล่าว
สำหรับแผนการทำตลาดในประเทศไทยนั้น จะหันมาทำกิจกรรมการตลาดและสร้างแบรนด์ดาวคอฟฟี่อย่างจริงจังมากขึ้น หลังจากเริ่มทดลองทำตลาดแล้ว 5-6 ปี โดยปีนี้จะใช้งบ 80 ล้านบาท ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อๆ และทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อให้กาแฟดาวคอฟฟี่เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคคนไทยมากขึ้น
ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์กาแฟที่นำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยประกอบด้วย 3 กลุ่มหลัก คือ 1.กาแฟทรีอินวัน เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางลงไปถึงระดับล่าง 2. กาแฟสำเร็จรูป เน้นทำตลาดระดับบน ซึ่งคู่แข่งหลัก คือ เนสกาแฟ และ 3.ร้านกาแฟดาวคอฟฟี่ เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบนตลาดเดียวกับร้านสตาร์บัคส์
“เรามีแผนจะเปิดร้านกาแฟปีละ 1 สาขา ใช้งบลงทุนสาขาละกว่า 10 ล้านบาท โดยเปิดสาขาแรกแล้ว คือ เดอะทรีรูม บายดาวคอฟฟี่ ที่ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค และจะเปิดอีก 1 สาขาในปีนี้ที่ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน” น.ส.บุญเฮือง กล่าว
นอกจากนี้ ในอีก 23 เดือนบริษัทยังมีแผนจะนำกาแฟกระป๋องเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย และในอีก 1-2 ปี นับจากนี้ จะทำคอนแทร็กฟาร์มมิ่งทางภาคเหนือของประเทศไทยจำนวน 1,000 ไร่ เพื่อเพิ่มการผลิตกาแฟสำหรับรองรับแผนบุกตลาดดังกล่าว
น.ส.บุญเฮือง กล่าวว่า หลังจากเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยอย่างจริงจัง คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีรายได้โตจากปี 2556 จาก 20 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 40 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังจากนั้นภายใน 3-5 ปี คาดว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดกาแฟรวมที่ 12% จากมูลค่าตลาดรวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท
สำหรับภาพรวมรายได้ของบริษัทในปีนี้ คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 20% จากปี 2556 ที่มีรายได้ 160 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งในมูลค่าดังกล่าวเป็นรายได้จากการส่งออกกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ และหลังจากหันมาขยายตลาดส่งออกมากขึ้น คาดว่าสิ้นปีนี้น่าจะมีสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 20-30%







