
รัฐขอทูลเกล้าฯพึ่งในหลวง
รัฐบาลทิ้งไพ่ตายส่ง ศอ.รส.แถลงขอพระบรมราชวินิจฉัยให้ทรงชี้ขาดว่า ครม.ต้องพ้นสภาพหรือไม่ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้หลุดทั้งยวง
รัฐบาลทิ้งไพ่ตายส่ง ศอ.รส.แถลงขอพระบรมราชวินิจฉัยให้ทรงชี้ขาดว่า ครม.ต้องพ้นสภาพหรือไม่ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้หลุดทั้งยวง
ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ซึ่งมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศอ.รส. ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ถึงฝ่ายต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบเรียบร้อย โดยเรียกร้องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาคดีโครงการรับจำนำข้าวที่มี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นผู้ถูกกล่าวหาว่าต้องไม่เลือกปฏิบัติเป็นสองมาตรฐานระหว่างคนของพรรคฝ่ายค้านกับพรรคฝ่ายรัฐบาล
ศอ.รส.ขอเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคดียิ่งลักษณ์ ในกรณีการแต่งตั้งโยกย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี อย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ต้องวินิจฉัยเกินเลยไปถึงขนาดว่า หากความเป็นนายกฯ สิ้นสุดลงแล้ว รัฐมนตรีทั้งคณะจะต้องพ้นจากตำแหน่งไป เพราะตามรัฐธรรมนูญมาตรา 180 กำหนดว่าคณะรัฐมนตรีจะอยู่ในตำแหน่ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่
แถลงการณ์ ศอ.รส. ยังระบุว่า คณะรัฐมนตรีและ ศอ.รส.ขอเรียกร้องว่าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกินกว่ารัฐธรรมนูญตามที่กล่าวมา ครม.จะต้องแก้ไขปัญหามิให้เกิดสุญญากาศด้วยการทูลเกล้าฯ ถวายขอพระบรมราชวินิจฉัยว่า ครม.ต้องพ้นจากการอยู่ในตำแหน่งตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกินจากรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะ ครม.ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง การจะพ้นไปก็สมควรที่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พ้นไป มิใช่ศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้ชี้ขาดเสียเอง โดยในระหว่างทูลเกล้าฯ ถวายขอพระบรมราชวินิจฉัยนี้ก็เพื่อให้เกิดข้อยุติอันจะนำมาซึ่งความสงบสุขของบ้านเมือง โดยมิต้องเกิดการใช้กำลังของกลุ่มคนสองกลุ่ม เข้าก่อเหตุร้ายต่อกัน และป้องกันมิให้คณะรัฐมนตรีกระทำผิดตามมาตรา 181 ด้วย
นอกจากนั้น ขอให้ประชาชนงดเว้นการเข้าร่วมชุมนุมไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม กปปส.และ นปช. นอกจากจะก่อให้เกิดความขัดแย้งและอันตรายแล้ว แกนนำของทุกฝ่ายยังปลุกระดมในลักษณะสงครามทางจิตวิทยา เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อฝ่ายตนและเพิ่มความเกลียดชังฝ่ายอื่นมากขึ้นเรื่อยๆ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่พี่น้องประชาชนจะต้องมีสติและใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบให้มากที่สุด
ชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า แถลงการณ์ของ ศอ.รส.เป็นการเตือนทุกฝ่ายว่าควรจะทำในสิ่งที่ทำให้บ้านเมืองเกิดความเรียบร้อย ส่วนการทูลเกล้าฯ ถวายขอพระบรมราชวินิจฉัยนั้นเป็นแนวคิดดั้งเดิมของตนเอง เป็นการพึ่งพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างน้อยบ้านเมืองไม่เป็นสุญญากาศ
ขณะที่ ไชยันต์ ไชยพร นักวิชาการรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้แจงว่า การที่ ครม.จะขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายขอพระบรมราชวินิจฉัยว่ารัฐมนตรีต้องพ้นจากการอยู่ในตำแหน่งตามที่ ศอ.รส.แถลงนั้น เป็นการกระทำที่ไม่บังควรอย่างยิ่ง ซึ่งทางออกที่ดีที่สุดคือการฟังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินก่อนว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร และเมื่อคำตัดสินออกมาก็ยอมรับความจริง
ด้าน กิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ถ้า ครม.เสนอเรื่องทูลเกล้าฯ ถวายก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยก็สามารถทำได้ เนื่องจากนายกฯ และคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่รายงานการบริหารงานราชการแผ่นดินอยู่แล้ว แต่ทางออกที่ดีที่สุดคือการรอฟังคำพิพากษาของศาลที่ว่าด้วยเหตุและผลก่อน ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำแนะนำว่าควรปฏิบัติอย่างไรต่อไป แต่ถ้าหากศาลวินิจฉัยให้นายกฯ ขาดคุณสมบัติก็ให้พ้นสภาพการณ์รักษาการนายกฯ ไปด้วย ซึ่งหลังจากนี้จะไปขอทูลเกล้าฯ ถวายนั้นคงเป็นไปไม่ได้ เพราะสำนักราชเลขาธิการจะตั้งคำถามว่าขอเข้าเฝ้าในฐานะอะไร
ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรค ปชป. แถลงว่า แถลงการณ์ของ ศอ.รส.พาดพิงการทำงานขององค์กรอิสระ อีกทั้งยังมีการสั่งการให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ปฏิเสธคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นการข่มขู่ ดูหมิ่นการตรวจสอบถ่วงดุล กระบวนการยุติธรรม โดย ศอ.รส.ตั้งตนเป็นศาลรัฐธรรมนูญและกระบวนการยุติธรรมเสียเองถึงขนาดให้คำแนะนำว่า การพิจารณาแบบไหนถูกใจหรือไม่ถูกใจ ถือเป็นการก้าวล่วงอำนาจตุลาการอย่างร้ายแรง แถลงการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายเป็นกบฏ เพราะโจมตีโครงสร้างกระบวนการประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง และกรรมการ ศอ.รส.ที่ลงมติในแถลงการณ์ถือว่าเข้าข่ายกบฏอย่างร้ายแรงด้วย ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอาญามาตรา 157 ซึ่งฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อฟ้องร้อง และยังถือเป็นการกระทำระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง







