
"เซลส์-วิศวะ-ไอที"งานดีไม่หวั่นศก.ติดลบ
ความขัดแย้งทางการเมืองที่ลากยาวตั้งแต่เดือน พ.ย. 2556 ถึงปัจจุบัน เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
โดย...วิทยา ปะระมะ
ความขัดแย้งทางการเมืองที่ลากยาวตั้งแต่เดือน พ.ย. 2556 ถึงปัจจุบัน เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างพาเหรดปรับลดตัวเลขการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) กันเป็นแถว แน่นอนว่าย่อมกระทบมาถึงตลาดแรงงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นพวรรณ จุลกนิษฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) ประเมินแนวโน้มช่วงที่เหลือของปี ว่า หากสถานการณ์การเมืองยังยืดเยื้อต่อไป คาดว่าภายในสิ้นปีนี้อัตราการว่างงานอาจจะเพิ่มขึ้นถึง 11.1% ซึ่งผู้ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงคือนักศึกษาจบใหม่ในปีนี้กว่า 4 แสนคน ที่อาจตกงานถึง 11.5 แสนคน เนื่องจากภาคธุรกิจยังคงชะลอตัวในการขยายกิจการ โดยเฉพาะสายงานด้านการท่องเที่ยวและโรงแรมที่ชะลอการจ้างงานลงเนื่องจากการเมืองที่ยืดเยื้อ
อย่างไรก็ตาม แม้ผู้ประกอบการจะได้รับผลกระทบ แต่ก็ยังไม่มีการเลิกจ้างแต่อย่างใด เพียงแต่ชะลอการรับพนักงานลง บางแห่งอาจมีการโยกย้ายพนักงานไปทำงานยังสาขาต่างจังหวัดหรือปรับเปลี่ยนตำแหน่งให้เหมาะสม เพื่อพยุงธุรกิจให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตและประเมินอีกครั้งหลังเดือน เม.ย. ว่าจะมีทิศทางอย่างไร
อย่างไรก็ดี ยังมีอุตสาหกรรมที่กำลังมาแรงและน่าจับตาคือทีวีดิจิทัล ที่ผู้ชนะประมูลช่องทีวีต่างขยายงานสร้างคอนเทนต์ ส่งผลให้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ แม้แนวโน้มการได้งานของนักศึกษาจบใหม่จะไม่ค่อยดีนัก แต่บางอาชีพยังคงเป็นที่ต้องการและเกิดการแย่งชิงตัวผู้สมัครกันอย่างรุนแรง ได้แก่ อาชีพที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางทั้งหมด อาทิ สายงานไอที วิศวกรรม วิทยาศาสตร์ การโรงแรม และสายอาชีวะ ยิ่งใครมีความชำนาญก็ยิ่งไม่มีความเสี่ยงที่จะตกงานแน่นอน
นพวรรณ กล่าวว่า หากพิจารณาอันดับงานที่มีความต้องการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง 5 อันดับแรก (ดูกราฟฟิกประกอบ) ตำแหน่ง Sales, Customer Service และ Business Development เป็นตำแหน่งที่ตลาดต้องการมากที่สุด เนื่องจากเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจขับเคลื่อนและเติบโตตามเป้าหมาย ทั้งยังเป็นตำแหน่งที่มีการหมุนเวียนบุคลากรค่อนข้างสูง จึงเป็นที่ต้องการของตลาดมากที่สุดมาโดยตลอด
ขณะที่งาน Engineering และ Information Technology ถือเป็นตำแหน่งพื้นฐานสำคัญของทุกอุตสาหกรรมที่ขาดไม่ได้ ต้องอาศัยผู้ที่มีทักษะความชำนาญเฉพาะด้านมาเป็นผู้ควบคุมดูแล ส่วนงานด้าน Admin/Human Resource, Marketing และ Public Relations เป็นตำแหน่งที่ต้องจัดการองค์กรทั้งเรื่องภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดอยู่เสมอ
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาอาชีพที่มีผู้สมัครงานสูงสุด 5 อันดับแรก (ดูกราฟฟิกประกอบ) พบว่าไม่สัมพันธ์กับความต้องการจ้างงาน มีเพียง 2 ตำแหน่ง คือ Information Technology และ Admin/Human Resource ที่ตรงกัน ส่วนอีก 3 สายงานยังมีความต้องการไม่สอดคล้องกัน สะท้อนว่าผู้สมัครงาน โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา ที่กำลังเลือกคณะวิชาที่จะเรียนหรือที่กำลังจะจบ ควรต้องศึกษาตลาดงานให้ดี จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดอัตราการว่างงาน หรือภาวะตำแหน่งงานล้นตลาดลงได้
“ทุกวันนี้เด็กส่วนใหญ่มักจะเลือกเรียนในคณะที่เป็นที่นิยมหรือบ้างก็เลือกเรียนตามเพื่อน โดยยังไม่เข้าใจว่าอนาคตต่อไปคณะหรือสาขาที่เลือกเรียนนั้น เมื่อจบออกไปแล้วจะทำงานใดได้บ้าง หรือตลาดมีความต้องการมากน้อยเพียงใด จึงส่งผลให้บางสาขามีจำนวนคนที่จบออกมาล้นตลาด แต่บางสาขากลับมีการแย่งชิงตัวนักศึกษากันอย่างรุนแรง ดังนั้นหากระบบการศึกษามีความตื่นตัวและรู้ความต้องการของตลาดแรงงานที่ดีกว่านี้ นักศึกษาที่กำลังตัดสินเลือกคณะหรือวิชาเอกต่างๆ จะไม่จบออกมาอย่างไร้ทิศทางและมีงานทำอย่างทั่วถึง” นพวรรณ กล่าว
นพวรรณ ทิ้งท้ายว่า นอกจากความเชี่ยวชาญในงานแล้ว ที่ผู้สมัครงานควรมีเพิ่มเติมคือทักษะภาษาอังกฤษ และภาษาที่ 3 เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ภาษาอาเซียน และที่ขาดไม่ได้ ต้องอดทน ขยัน และมีคุณธรรมด้วย







