
ไม่หวั่นไหว
การประชุมรัฐมนตรีกลาโหมของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) กับสหรัฐ ที่ฮาวายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีนัยสำคัญว่าสหรัฐพยายาม จะกลับมามีอิทธิพลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอีกครั้ง เพื่อถ่วงดุลจีนที่กำลังขยายอิทธิพลในภูมิภาคมากขึ้นเรื่อยๆ
การประชุมรัฐมนตรีกลาโหมของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) กับสหรัฐ ที่ฮาวายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีนัยสำคัญว่าสหรัฐพยายาม จะกลับมามีอิทธิพลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอีกครั้ง เพื่อถ่วงดุลจีนที่กำลังขยายอิทธิพลในภูมิภาคมากขึ้นเรื่อยๆ
บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ โกลบอล ไทมส์ แห่งแดนมังกรแสดงทัศนะต่อกรณีดังกล่าวว่า ความพยายามของสหรัฐไม่มีประโยชน์ ถึงแม้สหรัฐจะฟื้นตัวจากภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจแล้ว และพร้อมกับขยายอิทธิพลในอาเซียนด้วยความช่วยเหลือทางการเงินและเศรษฐกิจก็ตาม
อย่างไรก็ดี จีนยังเป็นประเทศที่มีอิทธิพลในอาเซียน โดยจีนเข้าไปลงทุนในประเทศด้อยพัฒนาอย่าง ลาว และกัมพูชา นอกจากนี้จีนกับอาเซียนยังมีสนธิสัญญาเขตการค้าเสรีอาเซียนจีน ที่มีผลมาตั้งแต่ปี 2010
ด้านการทหาร ชัค เฮเกล รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ระบุว่า จะเพิ่มเรือรบในน่านน้ำเอเชียแปซิฟิกเป็น 60% ภายในปี 2020 ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประเทศที่มีความ ขัดแย้งในทะเลจีนใต้กับจีนทั้งฟิลิปปินส์และมาเลเซีย อย่างไรก็ดี ทั้งสองประเทศไม่สามารถจะหันหลังให้กับความช่วยเหลือและความร่วมมือทางเศรษฐกิจของจีนได้อย่างสิ้นเชิง โดยทั้งสองประเทศต่างต้องพึ่งพิงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษาและเทคโนโลยี จากจีน เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ
บทบรรณาธิการทิ้งท้ายว่า การที่สหรัฐยังพยายามจะขยายอิทธิพลในภูมิภาคนี้อยู่ จะเป็นการเพิ่มความ ตึงเครียดระหว่างจีนกับสหรัฐในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทะเลจีนใต้







