posttoday
องค์การนาซากับรัสเซีย

องค์การนาซากับรัสเซีย

06 เมษายน 2557

วิกฤตการณ์บนคาบสมุทรไครเมียได้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหรัฐกับรัสเซีย

วิกฤตการณ์บนคาบสมุทรไครเมียได้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหรัฐกับรัสเซีย และกำลังลามไปถึงความสัมพันธ์ด้านอื่นๆ สัปดาห์ที่แล้วมีข่าวว่าองค์การนาซาได้ระงับความร่วมมือส่วนใหญ่กับรัสเซีย ยกเว้นที่เกี่ยวข้องกับสถานีอวกาศนานาชาติ

เหตุการณ์ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือกันด้านอวกาศระหว่างสหรัฐกับรัสเซียเริ่มขึ้นครั้งแรกเมื่อ 39 ปีที่แล้ว ยานอะพอลโลเข้าเทียบกับยานโซยุซกลางอวกาศเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2518 เป็นความเคลื่อนไหวที่มุ่งผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างสองชาติมหาอำนาจ และสิ้นสุดการช่วงชิงความเป็นผู้นำด้านอวกาศระหว่างสหรัฐกับสหภาพโซเวียตที่ดำเนินมาสองทศวรรษ

หลังสิ้นยุคสงครามเย็นปี 2536 สหรัฐกับรัสเซียประกาศแผนการที่จะร่วมมือกันสร้างสถานีอวกาศ รวมถึงประเทศอื่นๆ ในยุโรปและญี่ปุ่น ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยในขณะนั้นเตือนว่า การพึ่งพารัสเซียอาจทำให้โครงการอวกาศของสหรัฐต้องช้าลง แต่ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมาแสดงว่าทั้งสองชาติสามารถทำงานร่วมกันได้ท่ามกลางวิกฤต ทั้งสงครามในอิรัก ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับประเทศจอร์เจีย และอุบัติเหตุกับกระสวยอวกาศ

นักบินอวกาศจำนวนมากถูกเปลี่ยนกันขึ้นไปประจำการอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติเป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนานกว่าสถานีอวกาศมีร์ของรัสเซีย แม้ว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐกับรัสเซียจะอ่อนแอ แต่สถานีอวกาศนานาชาติกลับเป็นโครงการที่เราได้เห็นถึงความใกล้ชิดอันเด่นชัด

ระยะหลังมานี้ นอกจากสถานีอวกาศรัสเซียแทบไม่มีบทบาทในการสำรวจอวกาศด้านอื่น เมื่อเร็วๆ นี้ก็เกิดปัญหากับโครงการสำรวจดาวอังคารจนไม่สามารถนำยานออกนอกวงโคจรรอบโลกได้ สถานีอวกาศนานาชาติจึงเป็นโครงการสำคัญที่แสดงให้เห็นว่ารัสเซียยังคงยืนอยู่ในแถวหน้าด้านอวกาศ

โครงการกระสวยอวกาศของสหรัฐสิ้นสุดลงเมื่อปี 2554 ปัจจุบันสหรัฐและชาติต่างๆ จึงต้องอาศัยยานโซยุซของรัสเซียในการเดินทางและขนสัมภาระไปสถานีอวกาศนานาชาติ โดยจ่ายด้วยอัตราประมาณ 70 ล้านเหรียญสหรัฐต่อหนึ่งที่นั่ง นาซาจึงสนับสนุนบริษัทเอกชนต่างๆ ในสหรัฐ อย่างสเปซเอกซ์ให้ผลิตจรวดและยานขนส่งอวกาศ ซึ่งก็ยังอยู่ระหว่างการทดสอบ

การผนวกรวมดินแดนคาบสมุทรไครเมียทางตอนเหนือของทะเลดำเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย อันเป็นการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญในยุโรป ได้ก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ที่นำมาสู่ความตึงเครียดระหว่างสองชาติ

การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในยูเครนทำให้ประชาชนในไครเมีย ซึ่งส่วนใหญ่มีเชื้อสายรัสเซียไม่พอใจ จึงขอแยกตัวเป็นอิสระจากยูเครน มีการลงประชามติเพื่อผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย สมาชิกส่วนใหญ่ของสหประชาชาติไม่ยอมรับการแยกตัวของไครเมียเพื่อไปรวมกับรัสเซีย และสนับสนุนบูรณภาพแห่งดินแดนในยูเครน

ตรงกันข้ามรัสเซียสนับสนุนการแยกตัวครั้งนี้ และยินดีผนวกไครเมียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของตน โดยมีกำลังทหารฝ่ายเดียวกันจำนวนมากอยู่ในไครเมีย ซึ่งสหรัฐถือว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยต่อยูเครน ความตึงเครียดทำให้การประชุมกลุ่มประเทศ จี8 ที่รัสเซียมีกำหนดเป็นเจ้าภาพในเดือน มิ.ย. ถูกยกเลิก คงเหลือการประชุม จี7 ที่จัดขึ้นในเบลเยียมโดยไม่มีตัวแทนจากรัสเซีย

เมื่อมีสัญญาณถึงความสัมพันธ์ที่แย่ลงระหว่างสหรัฐกับรัสเซีย ชาลส์ โบลเดน ผู้อำนวยการองค์การนาซา เคยให้สัมภาษณ์เมื่อต้นเดือน มี.ค. ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อความร่วมมือด้านอวกาศ นักบินอวกาศชาวอเมริกันยังคงถูกส่งไปฝึกที่รัสเซีย ทุกอย่างยังเป็นปกติ ขณะนั้นโบลเดนไม่แสดงถึงความกังวลใดๆ

ทว่าแผนการระงับความร่วมมือกันระหว่างองค์การนาซากับองค์การอวกาศของรัสเซียหรือรอสคอสมอส ก็ได้ถูกเผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บันทึกช่วยจำฉบับหนึ่งหลุดออกมา ระบุว่า องค์การนาซาจะระงับกิจกรรมต่างๆ กับรัสเซีย อย่างไรก็ตามกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสถานีอวกาศนานาชาติยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยและการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องบนสถานีอวกาศ นาซาระบุด้วยว่า จะให้ความสำคัญกับการส่งมนุษย์อวกาศขึ้นบินจากผืนแผ่นดินของสหรัฐ โดยยุติการพึ่งพารัสเซียภายในปี 2560

ตามแผนในปัจจุบัน สถานีอวกาศนานาชาติจะสิ้นสุดโครงการในปี 2567 เป็นอย่างเร็ว โดยอาจขยายไปได้อีก 4 ปี รอสคอสมอสต้องตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อไปหลังจากนั้น ที่ผ่านมารอสคอสมอสได้แสดงเจตจำนงที่จะเดินหน้าโครงการอวกาศอื่นๆ ทั้งการสำรวจดวงจันทร์ ดาวเคราะห์น้อย และอาจรวมถึงดาวอังคาร แต่ก็ยอมรับว่าไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง มีความจำเป็นต้องร่วมมือกับนาซาของสหรัฐและอีซาของยุโรป

สถานการณ์เช่นนี้อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่สหรัฐและรัสเซียจะต้องนำมาพิจารณาด้วยว่าความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ลง อาจส่งผลกระทบต่อโครงการอวกาศของทั้งสองฝ่ายได้ในที่สุด แม้ว่าสหรัฐดูจะได้เปรียบในระยะยาว แต่ขณะนี้ทั้งสองชาติต่างก็ต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน หากสถานีอวกาศนานาชาติมีส่วนช่วยให้เกิดการประนีประนอมที่ยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย นั่นก็อาจเป็นเหตุผลที่สนับสนุนข้อเสนอจากคนบางกลุ่มที่เคยเสนอให้สถานีอวกาศนานาชาติได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ

ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (6–13 เม.ย.)

ท้องฟ้าเวลาหัวค่ำมีดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดีเป็นดาวเด่น เมื่อท้องฟ้าเริ่มมืดจะเห็นดาวอังคารสว่างเป็นสีส้มอยู่ทางทิศตะวันออก ส่วนดาวพฤหัสบดีอยู่สูงบนท้องฟ้าทิศตะวันตก หลังจากนั้นดาวอังคารจะเคลื่อนสูงขึ้น ขณะที่ดาวพฤหัสบดีเคลื่อนต่ำลง

ดาวอังคารอยู่ใกล้ดาวรวงข้าวในกลุ่มดาวหญิงสาว ปลายสัปดาห์นี้ถึงต้นสัปดาห์หน้า เป็นช่วงที่ดาวอังคารจะใกล้โลกที่สุดและสว่างที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551 (ดาวอังคารผ่านตำแหน่งนี้ทุกๆ ประมาณ 2 ปีเศษ แต่มีระยะห่างและความสว่างไม่เท่ากัน) โดยอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ จึงขึ้นในเวลาหัวค่ำ อยู่สูงกลางฟ้าในเวลาประมาณเที่ยงคืนครึ่งและตกในเวลาเช้ามืด

ดาวพฤหัสบดีอยู่ในกลุ่มดาวคนคู่ สว่างกว่าดาวอังคาร ห่างดาวอังคารเกือบเป็นมุมฉากไปทางทิศตะวันตก จึงตกลับขอบฟ้าราวเที่ยงคืนครึ่ง ซึ่งเป็นเวลาที่ดาวอังคารอยู่สูงที่สุด ดาวเสาร์เริ่มปรากฏเหนือขอบฟ้าทิศตะวันออกในเวลาประมาณ 3 ทุ่ม บริเวณกลุ่มดาวคันชั่ง ส่วนดาวศุกร์จะขึ้นมาอยู่เหนือขอบฟ้าทิศเดียวกันราวตี 4

สัปดาห์นี้เป็นข้างขึ้น ค่ำวันที่ 6 เม.ย. ดวงจันทร์สว่างเกือบครึ่งดวงอยู่ใกล้ดาวพฤหัสบดีที่ระยะ 7 องศา วันถัดไปจะเห็นดวงจันทร์สว่างครึ่งดวง จากนั้นพื้นที่ด้านสว่างของดวงจันทร์เพิ่มขึ้นทุกวัน คืนวันที่ 14 เม.ย. ดวงจันทร์สว่างเกือบเต็มดวงอยู่ใกล้ดาวอังคารที่ระยะห่างเพียง 4 องศา โดยช่วงหัวค่ำจะเห็นดาวอังคารอยู่ทางซ้ายมือของดวงจันทร์

ข่าวล่าสุด

แบงก์ชาติ ชู 3 เสาหลัก รับมือความท้าทาย AI และภัยไซเบอร์

แบงก์ชาติ ชู 3 เสาหลัก รับมือความท้าทาย AI และภัยไซเบอร์