
เดินหน้าล้อมบีบ
ตายแล้ว10ศาลไฟเขียวศอฉ.เดินหน้าแดงติดอาวุธหนัก500คน
โพสต์ทูเดย์
— ปะทะเดือดตลอดวัน งัดปืนระเบิดใส่กันเละ ตาย 10 เจ็บนับร้อยหลังเกิดเหตุลอบสังหาร พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล เมื่อค่ำวันที่ 13 พ.ค. ก็เกิดการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่รอบบริเวณที่ชุมนุมอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งใกล้รุ่งวันที่ 14 พ.ค. การปะทะกันได้บานปลายเป็นการโจมตีกันด้วยอาวุธปืนและระเบิดตั้งแต่เช้ายันดึก
เมื่อศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่กระชับพื้นที่การชุมนุมโดยรอบเพื่อตัดกำลังสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ผู้ชุมนุมและแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เห็นว่าเป็นการเตรียมการสลายการชุมนุม การ์ด นปช.และแนวร่วมคนเสื้อแดงจึงเคลื่อนออกมาต้านในหลายจุด กลุ่มผู้ชุมนุมได้ใช้เอ็ม 79 พลุ ระเบิดขวด ระเบิดเพลิง รวมทั้งอาวุธปืน ยิงและขว้างใส่เจ้าหน้าที่ซึ่งก็ได้ตอบโต้โดยใช้อาวุธจริง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 10 คน บาดเจ็บ 125 คน
สภาพ กทม.โดยรอบพื้นที่การชุมนุม ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจของประเทศกลายเป็นสมรภูมิ รวมทั้งเวทีผู้ชุมนุมที่แยกราชประสงค์ก็ถูกมือมืดยิงเอ็ม 79 เข้าใส่ ขณะนั้นนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. กำลังยืนปราศรัยอยู่ตกใจถึงกับขาอ่อนทรุดฮวบลง และเกิดการชุลมุนมีผู้ทุบประตูทางเข้าศูนย์การค้าเกษร พลาซ่า และบุกรุกเข้าไปข้างใน ขณะที่บรรดาบริษัท ห้างร้านต้องปิดกิจการเร็วกว่าปกติเพื่อให้พนักงานหนีภัยกลับบ้าน แต่ระบบขนส่งมวลชนปิดให้บริการ การเดินทางจึงเป็นไปอย่างยากลำบาก
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. แถลงเมื่อเวลา 16.10 น. ว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นเพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจขยับกำลังเข้ามา นปช.มีมติเรียกร้องเร่งด่วนให้รัฐบาลยุติการใช้ความรุนแรงทุกกรณี สั่งการให้ทหารถอนกำลังกลับกรมกองในทันที ให้ยกเลิก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินทันที ให้นายกฯ ประกาศยุบสภา นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่รักษาการในทันที
“
หากไม่ทำ คืนนี้ก็สุ่มเสี่ยงที่จะเป็นคืนวิปโยคของประเทศไทย” นายณัฐวุฒิ ระบุ เมื่อสถานการณ์เดือดขึ้นตามลำดับ นายณัฐวุฒิได้ปราศรัยเรียกให้ผู้ออกไปปะทะกับเจ้าหน้าที่กลับเข้าสู่ที่ตั้ง แต่ปรากฏว่าไม่ได้ผลราว 4 ชั่วโมงถัดมา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงในนามรัฐบาลถึงปฏิบัติการที่เกิดขึ้นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อยู่เบื้องหลังแกนนำ นปช. ทำให้แผนปรองดองล้มเหลว
“
จะไม่เกิดการสูญเสียชีวิตเลยหากผู้ชุมนุมไม่มีอาวุธ แต่ผู้ชุมนุมกลับใช้อาวุธรวมถึงอาวุธสงครามโจมตีทหารที่กำลังกระชับวงล้อมด้วยความรุนแรงตามการสั่งการของแกนนำ เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องระงับยับยั้งไม่ให้เกิดความสูญเสียเพื่อรักษาชีวิตของเจ้าหน้าที่” นายสาทิตย์ กล่าวนายสาทิตย์ กล่าวด้วยว่า ปฏิบัติการทั้งหมดของเจ้าหน้าที่มีความประสงค์เพียงตัดกำลังไม่ให้คนเสื้อแดงเข้าไปเสริมกำลังในพื้นที่ ตัดระบบสาธารณูปโภค กระชับวงล้อมสกัดกั้นการโจมตี ยังไม่ได้เคลื่อนกำลังเข้าไปในพื้นที่ชุมนุมแต่อย่างใด จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อผู้พยายามบิดเบือนข่าว พยายามใส่ร้ายว่าเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรง ใช้อาวุธเข้าปราบปรามผู้ชุมนุม
“
หากแกนนำผู้ชุมนุมไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง วิธีที่ดีที่สุดคือยุติการชุมนุม และหากยุติ แผนปรองดอง 5 ข้อของนายกฯ จะดำเนินต่อไปในทันที” นายสาทิตย์ กล่าวพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. กล่าวว่า การปฏิบัติครั้งนี้ได้ใช้กำลังจากกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) มี พล.ต.สุรศักดิ์ บุญศิริ ผบ.พล.ม.2 รอ. เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ และ พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้บัญชาการ
“
ศอฉ.ประเมินว่ามีการ์ด นปช.ติดอาวุธพร้อมใช้ทันที 500 คน มีอาวุธหนัก เช่น เอ็ม 79 อาร์พีจี เอ็ม 16 ปืนกลทราโว่ และปืนลูกซอง จึงจะใช้วิธีตั้งด่านสกัดมวลชนไม่ให้ผู้นิยมความรุนแรงออกนอกพื้นที่ ตัดสาธารณูปโภคทุกอย่าง ซึ่งล่าสุดมีผู้ชุมนุมราว 5,000 คน หากเกิดเหตุไม่คาดคิด เช่น เผาทำลายอาคารโดยรอบ ถือว่าเป็นความรับผิดชอบของแกนนำ นปช. เราจะกดดันไปเรื่อยๆ ไม่เข้าที่ชุมนุม ไม่เช่นนั้นจะเป็นการสลายการชุมนุม” พ.อ.สรรเสริญ ระบุเย็นวันเดียวกัน ศาลแพ่งมีคำสั่งยกคำร้องที่นายจตุพรยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว ที่ขอให้ศาลมีคำสั่งไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุมโดยใช้อาวุธสงคราม และห้ามไม่ให้มีการปิดกั้นหรือขัดขวางไม่ให้รถขนอาหารและน้ำดื่มเข้าไปในพื้นที่การชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่ามาตรการสลายการชุมนุมเพื่อให้เกิดความสงบสุขในบ้านเมือง เป็นอำนาจของฝ่ายบริหารที่จำเป็นต้องดำเนินการ และเจ้าหน้าที่สามารถใช้อาวุธเพื่อระงับยับยั้งในกรณีมีเหตุอันควร อันเป็นไปตามหลักสากล
นายขวัญชัย ไพรพนา หนึ่งในแกนนำ นปช. และนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันตรงกันว่า เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า นายวีระ มุสิกพงศ์ นายอดิศร เพียงเกษ นายวิสา คัญทัพ และนางไพจิตร อักษรณรงค์ ไม่มาร่วมกับคนเสื้อแดงแล้ว
ด้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ยุติการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม และให้รัฐบาลเปิดการเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมโดยทันที
“
ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัวนายกฯ ว่าจะเลือกแนวทางใดระหว่างสันติวิธีกับการใช้ความรุนแรง” พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุ






