
คุมเข้มซื้อของเก่า
เหตุระเบิดในร้านรับซื้อของเก่าที่ซอยลาดปลาเค้า 72 เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา ควรถูกนำมาเป็นบทเรียนนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและครบวงจร
เหตุระเบิดในร้านรับซื้อของเก่าที่ซอยลาดปลาเค้า 72 เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา ควรถูกนำมาเป็นบทเรียนนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและครบวงจร
เหตุการณ์นี้มิได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เพราะเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2543 สังคมไทยได้รู้จักสารกัมมันตรังสี “โคบอลต์ 60” หลังเกิดระเบิดขึ้นในร้านรับซื้อของเก่าย่านพระประแดง จ.สมุทรปราการ
เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้กลุ่มซาเล้งและผู้อาศัยในร้านค้ารับซื้อของเก่าตกเป็นเหยื่อของแท่งวัตถุอันตรายที่หมดสภาพการใช้งานและมีผู้ต้องสังเวยเสียชีวิต
ผ่านไปกว่า 10 ปี เหตุการณ์สะเทือนขวัญก็ยังตามมาหลอกหลอนซ้ำอีก แต่คราวนี้วัตถุอันตรายกลายเป็นระเบิดสมัยสงครามโลกที่คนรับซื้อของเก่าซึ่งรู้เท่าไม่ถึงการณ์นำมาขายต่อ
ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ขึ้นอีก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ผู้ออกใบอนุญาต หน่วยงานที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลไม่ให้เกิดอันตรายต้องเร่งจัดระเบียบการซื้อขายของเก่าตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรพิจารณากฎหมายการรับซื้อของเก่าที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน ทั้ง พ.ร.บ.ผังเมือง และ พ.ร.บ.สาธารณสุข และอื่นๆ ว่ามีความทันสมัยและครอบคลุมการจัดการปัญหานี้หรือไม่
ทั้งนี้ จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ ปัจจุบันร้านรับซื้อของเก่าที่จดทะเบียนถูกต้องทั่วประเทศมีกว่า 1.2 หมื่นร้าน ที่เหลือเปิดโดยไม่ได้ขออนุญาตอีกจำนวนมาก
ฉะนั้น เพื่อแก้ปัญหาอย่างครบวงจรจำเป็นที่หน่วยงานผู้ถือกฎหมายควรได้หารือกันเร่งรัดมาตรการการป้องกันและควบคุมอย่างจริงจังและเป็นระบบ
เช่น โครงการรับซื้อของเก่าสีเขียว เพื่อลดปัญหาขยะ และส่งเสริมการรีไซเคิล ที่กรมควบคุมมลพิษเริ่มมาตั้งแต่ปี 2552 ควรเร่งรับสมัครสมาชิกผู้ค้าของเก่าให้ง่ายต่อการตรวจสอบและควบคุมอย่างสม่ำเสมอ
หากผู้บริหารกรมควบคุมมลพิษได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากจะลดความเสี่ยงเหตุระเบิดขึ้นแล้ว ยังจะช่วยกำจัดขยะปริมาณมหาศาลและหลากหลายประเภทต่อปีลงได้อีกทางหนึ่งด้วย
อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้มิอาจแก้ได้โดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่จะต้องร่วมมือกันทบทวนมาตรการเพื่ออุดช่องโหว่ให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างบูรณาการ ทั้งการรณรงค์ให้ประชาชน ห้างร้าน สถานบริการและทุกภาคส่วนได้เรียนรู้การคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี
ตลอดจนการกำกับดูแลไม่ให้ธุรกิจซื้อขายของเก่ามุ่งแต่กอบโกยกำไร แต่ไม่มีระบบการคัดแยกที่ได้มาตรฐาน จนกลายเป็นแหล่งรวมวัตถุอันตรายสุ่มเสี่ยงเกิดเหตุสะเทือนขวัญที่อาจเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่จบสิ้น







