posttoday
เข้มงวดปล่อยกู้รื้อนโยบายหนี้เกษตรกร

เข้มงวดปล่อยกู้รื้อนโยบายหนี้เกษตรกร

04 เมษายน 2557

ทุกวันนี้เกษตรกรยังคงตกอยู่ในสภาพหนี้ท่วมหัว ข้อมูลล่าสุดพบว่าเฉพาะหนี้สินที่ผูกพันกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

ทุกวันนี้เกษตรกรยังคงตกอยู่ในสภาพหนี้ท่วมหัว ข้อมูลล่าสุดพบว่าเฉพาะหนี้สินที่ผูกพันกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีร่วม 1 ล้านล้านบาท จากเกษตรกรกว่า 6 ล้านราย ในจำนวนนี้เป็นหนี้ของเกษตรกรรายย่อยถึง 80% หรือประมาณ 8 แสนล้านบาท ส่วนอีก 20% เป็นหนี้สินของกลุ่มสหกรณ์ต่างๆ

สำหรับรายได้ของเกษตรกรก็มีไม่มากกว่าต้นทุนสักเท่าไรนัก นั่นหมายความว่ามีรายได้พอๆ กับเงินทุนที่ต้องใช้ไป และหากเกษตรกรตัดสินใจเพิ่มพื้นที่ทำการเกษตรเพิ่ม หรือแม้แต่การเพิ่มความถี่ในการสร้างผลผลิตเพิ่ม ยิ่งเท่ากับเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการสร้างหนี้สินให้กับตัวเอง

ชะตากรรมของเกษตรกรจึงเป็นไปอย่างค่อนข้างหมดหวัง นั่นคือไม่ว่าจะทำงานหนักเพิ่มขึ้นเท่าใด ก็ไม่สามารถปลดหนี้ที่มีอยู่ได้

ด้วยวงจรที่เกิดขึ้นชนิดไร้ทางออก เป็นเหตุให้คณะกรรมการปฏิรูป (คปร.) วิเคราะห์สภาพปัญหาและทำข้อเสนอต่อฝ่ายการเมืองเพื่อนำไปยึดโยงหรือใช้เป็นโมเดลในการแก้ปัญหา

แนวทางการปฏิรูปการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร เริ่มด้วยกรอบคิดที่ว่า หนี้สิน = รายจ่ายที่มากกว่ารายได้ ดังนั้นการแก้ไขปัญหาจึงเกี่ยวข้องกับการหาวิธีที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้น ในขณะเดียวกันต้องลดรายจ่ายของเกษตรกรลงด้วย

ปัญหาหนี้สินเกษตรกรไม่ใช่เพราะเกษตรกรไม่มีแหล่งสินเชื่อ แต่มีแหล่งสินเชื่อมากเกินไป และดอกเบี้ยของสินเชื่อกลายเป็นส่วนหนึ่งของรายจ่ายที่สำคัญของเกษตรกร และเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกษตรกรมีรายจ่ายมากกว่ารายได้ หรือมีหนี้สินเพิ่มขึ้น

การแก้ปัญหาคือ 1.รัฐบาลควรทบทวนนโยบายการให้สินเชื่อเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกร เพราะเป็นการเพิ่มปัญหามากกว่าแก้ปัญหา เนื่องจากทุกวันนี้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งสินเชื่อมากพอแล้ว ดังนั้นจึงต้องพัฒนาการปล่อยสินเชื่อให้รัดกุมขึ้นกว่านี้ คือต้องพิจารณาว่าเป็นการกู้เพื่อการลงทุนหรือก่อให้เกิดรายได้หรือทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลงมากกว่ากู้เพื่อบริโภค

2.รัฐควรเพิ่มการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเกษตรมากขึ้น เช่น ระบบชลประทาน แหล่งเก็บน้ำ โรงปุ๋ยชีวภาพและโรงสีขนาดเล็ก 3.พัฒนาตลาดกลางสินค้าเกษตรต่างๆ กำหนดมาตรฐานราคาและคุณภาพสินค้าเกษตร 4.พัฒนาตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า 5.กำกับดูแลห่วงโซ่มูลค่าของสินค้าเกษตร ตลอดจนห่วงโซ่อุปทานให้มีการแบ่งสรรมูลค่าอย่างเป็นธรรม ไม่เอาเปรียบ โดยเฉพาะพ่อค้าคนกลาง

6.รัฐควรเน้นการพัฒนาการบริหารการเงินหรือการใช้จ่ายเงินที่มีวินัยของเกษตรกร ส่งเสริมให้เกษตรกรลดหนี้ได้ด้วยตัวเอง วิธีคือให้เกษตรกรจัดทำบัญชีครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรู้ข้อมูลการเงินของตนเอง การลดต้นทุนการผลิตที่ไม่จำเป็นและหันมาพึ่งพาตนเองด้านปัจจัยการผลิตมากขึ้น (ใช้วัวควายหรือลงแขก ใช้เกษตรอินทรีย์ เพาะกล้า) ลดรายจ่ายอุปโภคบริโภคที่ไม่จำเป็น ออมเงินบางส่วนเพื่อลดหนี้และเก็บไว้ยามจำเป็น

นอกจากนี้ สิ่งที่ควรดำเนินการควบคู่กันไป คือการกำกับและตรวจสอบการปล่อยสินเชื่อโดยกำหนดให้มี “ข้อมูลเครดิตกลาง” ทำหน้าที่กำกับและตรวจสอบการปล่อยสินเชื่อได้อย่างครบถ้วน (ระบบเครดิตบูโร) ในขณะที่สถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธ.ก.ส.ไม่ควรมุ่งเน้นการปล่อยหรือขยายหนี้ให้แก่เกษตรกรเพียงอย่างเดียว แต่ควรเป็นการลดหนี้หรือปล่อยหนี้เพื่อการพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืนด้วย

ลงลึกในรายละเอียดเฉพาะเรื่องของแหล่งเงินทุนหรือสินเชื่อนี้ ภาพที่ได้ฉายในข้างต้นคือเกษตรกรยังคงมีแหล่งทุนมากเกินไป และการเข้าถึงแหล่งทุนทำได้ง่าย มีการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อปล่อยสินเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อเพื่อการเกษตร สินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค สินเชื่อจากบัตรเครดิตต่างๆ

หนำซ้ำการปล่อยสินเชื่อเหล่านี้ มีเพียงการตรวจสอบสลิปเงินเดือนเดือนสุดท้ายหรือการมีบัตรเครดิตอื่นๆ เท่านั้น นั่นทำให้เกษตรกรรายหนึ่งๆ อาจมีบัตรเครดิตหรือสินเชื่อได้จากหลายแหล่ง นำมาซึ่งการบริโภคและการกู้ยืมเงินเกินตัว

ยังไม่นับการโฆษณาการหักดอกเบี้ยที่ซ่อนเงื่อนซับซ้อนเพื่อหลอกลวงผู้กู้ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วล้วนเป็นการคำนวณดอกเบี้ยแบบไม่หักเงินต้น และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่แท้จริงสูงมาก ดังนั้นรัฐบาลควรเข้ามากำกับดูแลและตรวจสอบการปล่อยสินเชื่ออย่างจริงจังมากกว่านี้ ต้องมีการประกาศอัตราดอกเบี้ยให้เป็นที่เข้าใจตรงกันก่อนที่จะมีการกู้เงินเกิดขึ้น

แหล่งเงินทุนที่มีอยู่เพื่อการเกษตรมักมีเงื่อนไข ที่ไม่ยืดหยุ่น และกำหนดเวลาการชำระหนี้ไม่ตรงกับรายได้ที่เกษตรกรหาได้ ทำให้เกษตรกรมีภาระหนี้เรื้อรัง ไม่สามารถชำระหนี้ได้ และต้องไปพึ่งพิงแหล่งทุนนอกระบบ ได้แก่ ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น นักการเมือง ดังนั้นแนวทางการแก้ไขคือรัฐต้องจัดให้มีสถาบันการเงินสำหรับเกษตรกร เช่น ธนาคารชุมชนการเกษตรกร กองทุนเงินสำรองเลี้ยงชีพเพื่อเกษตรกร

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน