
ไขปริศนาอุบัติเหตุกระโดดร่ม
เหตุน่าสลดที่เกิดขึ้นกับสองนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 69 คือ นรต.ชยากร พุทธชัยยงค์ อายุ 19 ปี และ นรต.ณัฐวุฒิ ติรสุวรรณสุข อายุ 21 ปี
โดย...ทีมข่าวในประเทศ
เหตุน่าสลดที่เกิดขึ้นกับสองนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 69 คือ นรต.ชยากร พุทธชัยยงค์ อายุ 19 ปี และ นรต.ณัฐวุฒิ ติรสุวรรณสุข อายุ 21 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากการฝึกกระโดดร่มตามหลักสูตรการศึกษา ที่ค่ายพระรามหก อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา
สาเหตุเพราะร่มของ นรต.ทั้งสองนายเกิดปัญหาไม่กาง ร่มสำรองก็ไม่ทำงาน ทั้งคู่ดิ่งพสุธาจากความสูง 5,000 ฟุต หรือราว 1.5 กิโลเมตรจากพื้นดิน ทิ้งร่างลงกระแทกพื้นและเสียชีวิตทันที
สาเหตุของกรณีนี้ต้องได้รับการคลี่คลาย เพราะที่ผ่านมาการฝึกกระโดดร่มของ นรต.หรือนักเรียนทหารในเหล่าอื่นๆ ความปลอดภัยต้องมาเป็นที่ 1 แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ที่เกิดขึ้น สาเหตุเกิดจากอะไรกันแน่ เพราะหลายเสียงต่างพูดออกไปไม่ตรงกัน
พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา สบ 10 ซึ่งนำเจ้าหน้าที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจเข้าตรวจสอบทั้งเครื่องบินที่ใช้กระโดดร่มและอุปกรณ์ทุกอย่าง เปิดเผยว่า สาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ น่าจะมาจากสลิงที่ยึดผู้กระโดดร่มจากเครื่องบินรุ่นคาซ่า
“สลิงแบบนี้เป็นแบบที่ติดมาพร้อมเครื่องบินคาซ่าอยู่แล้ว ได้รับมาตรฐานจากโรงงานผลิตเครื่องบินและอุปกรณ์ แต่สลิงที่ไปพบมีการซ่อมแซมเกิดขึ้น ไม่เหมือนกับสเป๊กที่มาจากต่างประเทศ มีการเจียตรงตัวยึดสลิง มีรอยไหม้ มีการฝน เรียกว่าเป็นการซ่อมแซม ทำให้ใหญ่กว่าปกติที่ออกมาจากโรงงาน ตรงนี้ยังไม่ทราบว่าทำไมถึงมีการซ่อมแซม”
พล.ต.อ.จรัมพร กล่าวอีกว่า ไม่ใช่การเปลี่ยนสเป๊กของอุปกรณ์อย่างที่หลายคนเข้าใจ หรือเกิดการคอรัปชั่นนำของไม่ได้มาตรฐานมาติดตั้งในเครื่องบิน แต่เป็นสลิง และตัวยึดของเดิมที่ออกมาจากโรงงาน ซึ่งมีการไปซ่อมแซม
พล.ต.อ.จรัมพรอธิบายอีกว่า เมื่อทดลองนำอุปกรกณ์สายสลิงอันใหม่ที่เป็นแบบมาตรฐานไปติดตั้งบนเครื่องบินลำเดิมที่ใช้กระโดดร่ม ก็พบว่าขนาดที่นรต.กระโดดมันไม่ตรงกันกับของมาตรฐาน ยาวไม่พอดีทำให้การยึดไม่มีความแน่นหนาพอ พอเกิดแรงกระชากจากผู้กระโดดเลยทำให้สลิงตัวนี้หลุดออกไปด้วย การยึดโยงของร่มที่ต้องกางจึงไม่ทำงาน
“สายสลิงที่ใช้สำหรับกระตุกร่มชูชีพชำรุด หลุดออกจากขั้วต่อ สภาพของสลิงมีลักษณะคลายตัว มีรอยไหม้และคราบน้ำมัน ซึ่งเกิดจากการหลุดอย่างกะทันหัน” พล.ต.อ.จรัมพร อธิบายให้เห็นภาพ
ที่ปรึกษาสบ.10 ย้ำอีกว่า เมื่อไปเจอแรงเหวี่ยงบนอากาศ และการกระโดดลงมาทำให้การกระชากจะแรงขึ้นทำให้สลิงหลุด ซึ่งจะต้องมีการสอบสวนการนำตัวยึดและสลิงไปซ่อมแซมก่อนที่จะมีการใช้กระโดร่มครั้งนี้ แต่ยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด
“ผมสั่งให้ถอดสลิงทั้งหมดรวมถึงอุปกรณ์ที่ติดตั้งในเครื่องบินคาซ่าออกมาทดสอบ โดยเฉพาะตัวที่เกิดปัญหาที่มีการซ่อมแซมขึ้นว่ามันใช้ได้จริงหรือไม่ ทดสอบแรงกระชากได้ดีแค่ไหน ผมเร่งไปแล้วให้เร็วที่สุดเพื่อสร้างความกระจ่างให้สังคม อีกส่วนหนึ่งมีการสั่งอุปกรณ์ติดตั้งเข้ามาจากต่างประเทศแล้ว ที่สำคัญนอกจากนี้คือการฟื้นฟูสภาพจิตใจของนรต.ให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ก็กระโดดร่มได้แล้ว แต่เพื่อความกระจ่างและต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน จึงจะให้มีการฝึกอีกครั้ง” พล.ต.อ.จรัมพร กล่าว
อีกมุมจากเพจเฟซบุ๊ก “สมาคมคนรักเครื่องบินรบ” ก็ตั้งข้อสังเกตอุบัติเหตุครั้งนี้ไปในแนวทางเดียวกับพล.ต.อ.จรัมพร โดยระบุว่า น่าจะเกิดจากราวเกี่ยวสายสเตติกไลน์(Static line) หรือสายที่เกี่ยวเพื่อกระตุกร่มบนเครื่องขาด ทำให้เมื่อกระโดดออกมาจากเครื่องบิน ร่มจะไม่กางออก
เมื่อกระโดออกจากเครื่องบิน สายสเตติคไลน์จะกระตุกร่มให้กางออกในเวลา 4 วินาที ดังนั้นก่อนกระโดดจริง จึงมีการฝึกให้นักเรียนนับเวลาหลังกระโดดออกจากเครื่อง โดยให้นับ หนึ่งพันหนึ่ง หนึ่งพันสอง หนึ่งพันสาม หนึ่งพันสี่ แล้วเงยหน้ามองว่าร่วมกางหรือไม่ ถ้าร่มไม่กาง ก็มีเวลาอีกเพียงไม่กี่วินาที ที่จะกระตุกร่วมสำรอง เพราะความสูงที่ใช้กระโดดร่มทางยุทธวิธีจะอยู่ที่ประมาณ 5,000 ฟุต หรือ 1.5 กิโลเมตร เวลาตัดสินใจจึงสั้นมาก
แต่กระนั้น ความสูญเสียครั้งนี้คือบทเรียนที่ต้องเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยในทุกกระบวนการ เพื่อจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจเช่นนี้ขึ้นอีก







