
1 เม.ย. ทีวีดิจิตอล ลั่นกลองรบ
วันที่ 1 เม.ย.นี้ ตามแผนของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะเป็นช่วงของการทดลองออกอากาศ ซึ่งคาดว่าจะครอบคลุมการรับชมของประชากรทั้งประเทศประมาณ 60% เบื้องต้นรับชมได้ใน 4 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ สงขลา และนครราชสีมา ซึ่งผู้รับจะต้องมีอุปกรณ์รับสัญญาณทีวีดิจิตอลที่ผู้ให้บริการโครงข่าย อาทิ บริษัท อสมท ได้ทดลองแจกกล่องรับสัญญาณไปบางส่วน ที่เหลือจะต้องรอขั้นตอนการแจกคูปองเพื่อไปซื้ออุปกรณ์รับสัญญาณ
วันที่ 1 เม.ย.นี้ ตามแผนของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะเป็นช่วงของการทดลองออกอากาศ ซึ่งคาดว่าจะครอบคลุมการรับชมของประชากรทั้งประเทศประมาณ 60% เบื้องต้นรับชมได้ใน 4 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ สงขลา และนครราชสีมา ซึ่งผู้รับจะต้องมีอุปกรณ์รับสัญญาณทีวีดิจิตอลที่ผู้ให้บริการโครงข่าย อาทิ บริษัท อสมท ได้ทดลองแจกกล่องรับสัญญาณไปบางส่วน ที่เหลือจะต้องรอขั้นตอนการแจกคูปองเพื่อไปซื้ออุปกรณ์รับสัญญาณ
อีกส่วนหนึ่งที่สามารถรับชมได้ทันที คือ บ้านที่ติดตั้งจานดาวเทียมที่มีประมาณ 70% ของครัวเรือนในประเทศไทยที่มี 22 ล้านครัวเรือน ซึ่งผู้ให้บริการจานดาวเทียม ทั้งจานดำ จานเหลือง จานแดง จานส้ม จะต้องปฏิบัติตามประกาศหลักเกณฑ์การเผยแพร่ที่ให้บริการทั่วไป (มัสต์แครี่) ทำให้ทีวีดิจิตอล 24 ช่อง ไปอยู่บนระบบจานดาวเทียมด้วย โดยเริ่มที่หมายเลขช่องตั้งแต่ 11-46
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า สำหรับผู้ที่รับชมผ่านจานดาวเทียมหลังเที่ยงคืนของวันที่ 31 มี.ค. ให้ดึงปลั๊กกล่องรับสัญญาณออกและเสียบปลั๊กใหม่ การรับชมรายการโทรทัศน์จะเข้าสู่ระบบเรียงช่องใหม่ ซึ่งในช่วงทดลองออกอากาศช่องรายการสามารถมีโฆษณาได้ และไม่ได้กำหนดว่าจะต้องออกอากาศวันละกี่ชั่วโมง อาจจะทดลองเพียงวันละ 1 ชั่วโมง ก็สามารถทำได้
ทั้งนี้ กสท.ได้กำหนดผู้ให้บริการโครงข่าย คือ ช่อง 5 อสมท และไทยพีบีเอส 2 โครงข่าย และทีซี บรอดคาสติ้ง ต้องไม่เก็บค่าบริการจากช่องรายการในช่วงที่ทดลองออกอากาศ จนกว่า กสท.จะให้ใบอนุญาตกับทั้ง 24 ช่อง ในช่วงระหว่างวันที่ 25-30 เม.ย. จึงจะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ ได้
สำหรับการแจกคูปองเพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายอุปกรณ์รับสัญญาณ หรือเซตท็อป บอกซ์นั้น เดิมคาดว่าจะแจกคูปองในราคา 690 บาท แต่ กสท.พิจารณาเพิ่มเป็นไม่เกิน 1,000 บาท โดยจะเริ่มแจกคูปองทางไปรษณีย์ภายในเดือน มิ.ย.นี้เป็นต้นไป โดยจะใช้ฐานข้อมูลจากสำนักงานทะเบียนราษฎร กระทรวงมหาดไทย จำนวน 22 ล้านครัวเรือน ข้อมูลการเรียกเก็บจากบิลค่าไฟ การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้การแจกคูปองครอบคลุมทั้งหมด
แต่ปัญหาคือเป็นช่วงสุญญากาศ ทำให้การประสานงานกับกระทรวงมหาดไทยติดขัดและอาจทำให้แจกคูปองล่าช้า
สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า หลักการคือ สัญญาณทีวีดิจิตอลภาคพื้นดินจะต้องไปถึงบ้านก่อน ส่วนคูปองแลกซื้อกล่องจาก กสทช.จึงจะค่อยๆ ส่งตามไป เพราะหากมีกล่องแต่ไม่มีสัญญาณก็ดูไม่ได้ ดังนั้นต้องมีสัญญาณก่อนจึงมีกล่อง (คูปอง) ซึ่งตามแผนในเดือน มิ.ย. จะออกอากาศครบใน 11 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ กรุงเทพฯ นครราชสีมา เชียงใหม่ สงขลา อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี ระยอง สิงห์บุรี สุโขทัย ขอนแก่น และอุดรธานี
สำหรับความพร้อมโครงข่ายการออกอากาศ ขณะนี้ผู้ให้บริการโครงข่ายทั้ง 3 ราย พร้อมแล้วที่จะเริ่มเดินเครื่องออกอากาศในวันที่ 1 เม.ย.นี้ โดยเฉพาะของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ที่ออกมาประกาศว่าขณะนี้มีความพร้อม 100% หลังจากได้ทดลองออกอากาศมาแล้วเป็นระยะเวลา 1 ปี
บุญญฤทธิ์ วิสมล ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและแผน ช่อง 5 กล่าวว่า ขณะนี้สถานีมีความพร้อมในการให้บริการโครงข่ายในวันที่ 1 เม.ย.นี้ อย่างแน่นอน โดยจะให้บริการครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 67% ของทั้งประเทศ สูงกว่าที่ กสทช.กำหนดว่าจะต้องครอบคลุมพื้นที่ให้ได้ 50% ในปีแรก
เช่นเดียวกับ บริษัท อสมท ที่เบื้องต้นจะให้บริการครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ นครราชสีมา และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และคาดว่าวันที่ 1 มิ.ย.นี้ จะสามารถให้บริการครอบคลุมพื้นที่ 50% และในเดือน พ.ค. จะเพิ่มพื้นที่บริการอีก 3 จังหวัด และเดือน มิ.ย.จะให้บริการเพิ่มอีก 4 จังหวัด รวมเป็น 11 จังหวัด ตามที่ กสทช.กำหนด
ขณะที่ผู้ให้บริการช่องรายการที่ออกมาแสดงตัวว่ามีความพร้อมในการออกอากาศอย่างแน่นอนในวันที่ 1 เม.ย.นี้ มีเพียง 7 ช่อง จาก 24 ช่อง ได้แก่ ช่อง CH 8, Workpoint TV, Voice TV, MCOT HD, MCOT Family, THV และช่อง LOCA
ขณะที่มีบางช่องออกมาเปิดตัว แต่ส่วนใหญ่จะพร้อมออกอากาศในช่วงปลายเดือน เม.ย. เช่น ช่อง PPTV HD ถือฤกษ์เช้ามืดวันที่ 7 เม.ย. เวลา 03.36 น. เริ่มต้นการออกอากาศ ขณะที่ช่อง 3 HD, 3SD และช่อง 3 Family ถือฤกษ์ดีวันที่ 24 เม.ย. ในการออกอากาศ เป็นต้น
เขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง ของ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผู้บริหารทีวีดิจิตอล ช่อง PPTV HD กล่าวว่า บริษัทจะใช้งบลงทุนธุรกิจทีวีดิจิตอลปีละประมาณ 1,5002,000 ล้านบาท เพื่อใช้ผลิตรายการและซื้อคอนเทนต์จากต่างประเทศ ซึ่งในส่วนของกลยุทธ์การทำตลาดบริษัทได้วางตำแหน่งเป็นสถานีพรีเมียม แมส ที่มีคุณภาพและมาตรฐานสูง แต่สามารถเข้าถึงได้ง่าย
โดยรูปแบบการโฆษณาของช่อง PPTV HD จะเน้นการขายแบบเป็นแพ็กเกจ ทำการตลาดร่วมกันกับทั้ง 3 ธุรกิจในเครือ ได้แก่ โรงพยาบาลในเครือกรุงเทพ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และทีวีดิจิตอล PPTV HD มั่นใจว่าภายใน 2 ปี จะติดอันดับความนิยม 1 ใน 3 และติดอันดับ 1 ใน 2 ได้ภายใน 5 ปีนับจากนี้
พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยทีวี กล่าวเช่นเดียวกันว่า ช่องข่าว THV และช่องเด็ก LOCA พร้อมทดลองออกอากาศในวันที่ 1 เม.ย.นี้ และมั่นใจว่าทั้งสองช่องจะได้ผลการตอบรับที่ดีจากผู้ชม เพราะคอนเทนต์จะมีความแตกต่างจากช่องของคู่แข่ง เช่น ช่องข่าวจะเน้นเป็นข่าวสำหรับคนรุ่นใหม่ เข้าใจง่าย ขณะที่ช่องเด็กจะเป็นช่องที่ทุกคนในครอบครัวดูได้
สำหรับราคาโฆษณาเบื้องต้น บริษัท ไทยทีวี ได้วางไว้ที่ประมาณ 8 หมื่น1 แสนบาทต่อนาที ซึ่งหลังจากออกอากาศอย่างเป็นทางการ บริษัท ไทยทีวี มั่นใจว่าในปีแรกจะมีรายได้จากการดำเนินธุรกิจไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท และเป็นที่ 1 ได้ภายใน 5 ปีนับจากนี้
ทรงศักดิ์ เปรมสุข กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท วอยซ์ ทีวี กล่าวว่า บริษัทได้เตรียมงบลงทุนไว้ที่ประมาณ 600 ล้านบาท เพื่อใช้ในการปรับปรุงและสร้างสตูดิโอใหม่ การสร้างแบรนด์ การทำกิจกรรมทางการตลาด และการซื้อคอนเทนต์จากต่างประเทศมาออกอากาศ โดยในส่วนของผังรายการจะเป็นรายการข่าว 60% และรายการวาไรตี้ 40% ขณะที่ราคาโฆษณาจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.52 แสนบาทต่อนาที
สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส กล่าวว่า ในวันที่ 1 เม.ย.นี้ บริษัทจะนำช่อง CH 8 ซึ่งออกอากาศในทีวีดาวเทียมมาออกอากาศเป็นทีวีดิจิตอล โดยใช้งบลงทุน 300 ล้านบาท ปรับปรุงคอนเทนต์และปรับเปลี่ยนผังรายการใหม่ให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้ชมทุกเพศทุกวัย ด้วยการให้ความสำคัญกับ 3 คอนเทนต์หลัก ได้แก่ ละคร รายการวาไรตี้ และรายการข่าว ซึ่งในส่วนของราคาโฆษณาจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.6 หมื่น1 แสนบาทต่อนาที หลังจากออกอากาศไปปีแรก บริษัทคาดว่าจะมีรายได้ 850 ล้านบาท
ปิดท้ายที่ Workpoint TV ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานธุรกิจโทรทัศน์ 2 และโครงการพิเศษ บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ กล่าวว่า บริษัทมีความพร้อมในการทดลองออกอากาศช่อง Workpoint TV ในวันที่ 1 เม.ย.นี้ ภายใต้คอนเซปต์ของช่อง “เวิร์คพอยท์ ครีเอทีฟทีวี” ชูจุดแข็งเรื่องรายการวาไรตี้เป็นหลัก ซึ่งเบื้องต้นได้ใช้งบลงทุนในด้านคอนเทนต์และอุปกรณ์ต่างๆ ไปแล้วประมาณ 600 ล้านบาท คาดว่าปีนี้จะมีรายได้จากการดำเนินธุรกิจไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท







