posttoday

รักนะ...'ลุงอาจินต์'

30 มีนาคม 2557

ครั้งหนึ่ง ผมเคยก่อวีรกรรมแสบในฐานะนักข่าว ด้วยการ “เบี้ยวนัด” ศิลปินแห่งชาติมาแล้ว

ครั้งหนึ่ง ผมเคยก่อวีรกรรมแสบในฐานะนักข่าว ด้วยการ “เบี้ยวนัด” ศิลปินแห่งชาติมาแล้ว

เรื่องมีอยู่ว่า ประมาณ 7 ปีก่อน สมัยทำข่าวใหม่ๆ ริอยากจะสัมภาษณ์นักเขียนชั้นครูสักคน ไอ้ความที่เคยอ่านเรื่องสั้นชุดเหมืองแร่มาจนทะลุปรุโปร่ง ประทับอกประทับใจในศึก “วันดวลเหล้า” แถมยกให้เสือป่าพรหม ตัวละครจากนิยายเรื่อง “เจ้าพ่อเจ้าเมือง” เป็นไอดอลในดวงใจ

อาจินต์ ปัญจพรรค์ นักเขียนรุ่นใหญ่ บรรณาธิการระดับตำนาน และศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี 2534 จึงเป็นชื่อแรกที่นึกถึง

เมื่อได้เบอร์ส่วนตัวมา ผมจึงรีบโทรเพื่อทำการนัดหมาย แต่ทันทีที่ได้ยินเสียงห้าวๆ จากปลายสาย บวกกับลีลาซักไซ้ไล่เลียงตามแบบฉบับนักสัมภาษณ์รุ่นเก่าของลุงอาจินต์ เล่นเอาสติสตังกระเจิดกระเจิง ปากสั่น มือเย็นเฉียบ แถมก่อนวางสายผมเอ่ยถามถึงที่อยู่บ้าน กลับได้รับคำตอบกลับมาว่า

“คุณเป็นนักหนังสือพิมพ์ คุณก็หาทางมาบ้านผมเองสิวะ”

น้ำเสียงดุดันแต่แฝงด้วยอารมณ์ขัน แล้วสัญญาณก็ตัดไป ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวใจเต้นโครมคราม

ความทุเรศของผม คือ ไม่ได้ไปตามนัด หายไปดื้อๆ โดยไม่บอกกล่าวชี้แจงตามอย่างที่มืออาชีพพึงปฏิบัติ

..........................

แมตช์นี้ผมจึงพ่ายแพ้อย่างหมดรูป

ราวต้นปี 2555 ได้ข่าวแว่วว่า ลุงอาจินต์กับป้าแน่งน้อย ปัญจพรรค์ ภรรยา ตัดสินใจมอบหนังสือที่สะสมมาทั้งชีวิตกว่า 1.5 หมื่นเล่ม ให้แก่ห้องสมุดประชาชนซอยพระนาง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

หูผึ่งทันใด โอกาสที่ศิษย์โง่คนนี้จะได้แก้ตัวมาถึงแล้ว ผมรีบบึ่งไปที่งานแถลงข่าว ตั้งอกตั้งใจรอคอยเต็มที่ เมื่อถึงเวลาลุงอาจินต์ก็ปรากฏตัวบนรถวีลแชร์ เคียงข้างป้าแน่งน้อยคอยดูแลไม่ห่าง ท่ามกลางแขกเหรื่อผู้มีเกียรติ ทั้งนักเขียนรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ บรรณาธิการสำนักพิมพ์ นักข่าวระดับประเทศ นักการเมืองใหญ่โต ทุกคนต่างมาแสดงความเคารพต่อชายผู้มีหัวใจใหญ่กว่ากำปั้นผู้นี้ มาเพื่อบูชาครู

ลุงอาจินต์ดูแก่ลงไปเยอะ ทราบมาว่าเพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาไม่กี่สัปดาห์ แต่ด้วยกำลังใจจากคนรอบข้าง เห็นได้ว่าแกยังคงอารมณ์ดี พูดจาเสียงดังฉะฉาน

ผมนั่งฟังแกพูดด้วยความซาบซึ้ง ในใจพานนึกไปถึงเมื่อครั้งยังเป็นนักศึกษาเข้าไปยืนอ่านหนังสือเรื่องเหมืองแร่ในห้องสมุดจนลืมกินลืมเรียน ภาพพี่จอน พี่ก้อง พี่เหว็ง ไอ้ไข่ นายฝรั่ง และบรรดาชาวเหมืองทั้งหลายโลดเต้นกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ภาพเสือป่าพรหมยืนจังก้าบนท้ายเรือเมล์ขณะล่องไปทั่วแม่น้ำ ภาพบรรยากาศหักเหลี่ยมเฉือนคมในวันดวลเหล้า

วันนั้นเองที่ผมแก้ไขความผิดตัวเอง ด้วยการเขียนรายงานข่าวอย่างสุดฝีมือ เพื่อเป็นการแสดงความนับถือสุดจิตสุดใจ ให้แฟนๆ ของลุงอาจินต์ได้หายคิดถึงกัน

แมตช์นี้จบลงอย่างสวยงาม เล่นเอาผมยิ้มกว้างและหัวเราะดังกว่าใคร

........

ถึงบรรทัดนี้ คุณผู้อ่านคิดว่าคงแฮปปี้เอนดิ้งแล้วสินะ ยังครับ ยังไม่จบ เพราะปลายปีที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสบุกไปสัมภาษณ์ลุงอาจินต์อีกครั้ง คราวนี้ไปถึงบ้านพักที่ อ.แก่งเสี้ยน จ.กาญจนบุรี โน่นเลย

วันนี้ ผมไม่เกร็ง ไม่หวาดหวั่นอะไรอีกแล้ว การสนทนากับลุงอาจินต์ในวัย 86 เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะสดใส เมื่อชายชราได้ปัดฝุ่นความหลังอันงดงามครั้งเก่ามาเล่าให้เด็กหนุ่มรุ่นหลานฟัง

แกเล่าตั้งแต่วัยเด็ก ความลำบากในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 วัยหนุ่มกระทงในรั้ววิศวะจุฬาฯ ก่อนถูกเตะโด่งมาอยู่เหมืองแร่ปักษ์ใต้นานถึง 4 ปีเต็ม

ประสบการณ์เข้มข้นในการทำงาน ทั้งเขียนบทโทรทัศน์ ก่อตั้งสำนักพิมพ์ ปลุกปั้นนักเขียนให้แจ้งเกิด พบรักกับภรรยา ความเจ็บไข้ได้ป่วย จนถึงปรัชญาชีวิตที่ได้มาจากการเดินทางอันแสนยาวไกล

คุยเสร็จ ลุงอาจินต์ยังเดินพาเที่ยวชมรอบบ้าน ดีดกีตาร์ร้องเพลง เล่นไอแพดอย่างเก๋ไก๋ทันสมัย ก่อนจะจบลงที่การร่วมโต๊ะรับประทานอาหารเย็นพร้อมกัน

ช่างเป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่าและน่าจดจำเหลือเกิน

ที่สุดแล้ว ผมก็ไม่กล้าหาญพอที่จะสารภาพต่อหน้าลุงอาจินต์ ว่าครั้งหนึ่งเคยเบี้ยวนัดแก ทำได้แค่ถ่ายทอดสิ่งที่ได้เห็น ได้ยิน มาเล่าสู่กันฟังกับผู้อ่านที่เป็นแฟนคลับของนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้ ผ่านบทสัมภาษณ์ที่ชื่อว่า “อาจินต์ ปัญจพรรค์ 86 ปี สบายดี” ตีพิมพ์ลงใน นสพ.โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 30 ธ.ค. 2556

โดยหวังว่าทุกคนที่รักลุงอาจินต์จะมีความสุข

เช่นเดียวกับไอ้หนุ่มจอมเบี้ยวคนนี้

ข่าวล่าสุด

แก้เกมสู้วิกฤติพลังงาน! ททท. ดัน “เที่ยวใกล้บ้าน” ชูอีเวนต์โลกดึงต่างชาติ