posttoday
งบ'58ติดล็อกจุดตายเศรษฐกิจ

งบ'58ติดล็อกจุดตายเศรษฐกิจ

28 มีนาคม 2557

ติดล็อกตายสนิทสำหรับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2558 เพราะรัฐบาลรักษาการไม่มีอำนาจดำเนินการ

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

ติดล็อกตายสนิทสำหรับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2558 เพราะรัฐบาลรักษาการไม่มีอำนาจดำเนินการ จะทำได้ก็ต้องรอรัฐบาลใหม่เท่านั้น

ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังมองโลกในแง่ดีว่า หากปัญหาการเมืองลากไปนานจนไม่รู้จะจบอย่างไร ก็จะชงเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เห็นชอบงบประมาณรายจ่ายปี 2558 โดยอ้างเหตุผลว่า เศรษฐกิจมีปัญหาชะลอตัวรุนแรง หากไม่มีเงินงบประมาณปี 2558 ออกมาใช้จ่าย จะเพิ่มความเสียหายให้กับเศรษฐกิจไทยมากขึ้นไปอีก

แต่แล้วในที่สุดก็ต้องฝันสลาย เมื่อไปพลิกดูกฎหมายอย่างละเอียดแล้วพบว่า กกต.ก็ไม่มีอำนาจอนุมัติงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาล ทำให้การทำงบประมาณปี 2558 ไม่มีทางไป ต้องติดอยู่ในซอยตัน กระทั่งกระทรวงการคลังยอมยกธงขาว ทำใจตั้งหน้าตั้งตารอรัฐบาลใหม่ให้จัดตั้งได้เร็วๆ เท่านั้น

สำหรับกรณีที่สำนักงบประมาณออกมาบอกว่า งบประมาณปี 2558 จะเป็นงบประมาณแบบขาดดุลที่ 2 แสนล้านบาท ก็เป็นการให้ความเห็นด้านนโยบายการทำงบประมาณเดิมเท่านั้น ที่ต้องการให้การขาดดุลงบประมาณลดลงต่อเนื่องจากปี 2557 ที่ทำงบขาดดุล 2.5 แสนล้านบาท โดยปีงบประมาณ 2559 ตั้งเป้าขาดดุลไว้ 1 แสนล้านบาท และเข้าสู่งบประมาณสมดุลในปี 2560 ในที่สุด

ขณะที่การหารือกับหน่วยราชการต่างๆ เป็นเพียงการหารือถึงกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำเสียส่วนใหญ่ ซึ่งมีความแน่นอนตายตัวอยู่แล้วสามารถจัดทำงบส่วนนี้ได้

แต่ในส่วนของงบลงทุนไม่สามารถกำหนดกรอบอะไรได้เลย เพราะต้องรอรัฐบาลมากำหนดนโยบาย และรอฟังว่าจะเห็นด้วยกับโครงการลงทุนต่างๆ หรือไม่ ต่อเมื่อได้รับไฟเขียวจึงจะดำเนินการขอเงินงบประมาณต่อไป

อย่างไรก็ตาม กรอบงบประมาณรายจ่ายปี 2558 สุดท้ายจะเป็นเท่าไร ยังไม่มีใครทราบ เพราะต้องรอนโยบายจากรัฐบาลใหม่เท่านั้น ที่จะเป็นผู้กำหนดนโยบายเพื่อมาบริหารเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งอาจจะแตกต่างจากนโยบายกรอบเดิมไปก็ได้

แต่สิ่งที่สำคัญในการกำหนดกรอบงบประมาณปี 2558 คือ จำนวนเม็ดเงินที่จะต้องมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ปัจจุบันอยู่ตกอยู่ในช่วงสุญญากาศจากปัญหาการเมืองมาเป็นเวลานาน จนทำให้เครื่องยนต์ต่างๆ หลายเครื่องดับสนิท ทั้งการบริโภคภาคเอกนชะงัก การลงทุนชะลอตัว การท่องเที่ยวขยายตัวลดลง การใช้จ่ายภาครัฐต่ำกว่าเป้า มีเพียงการส่งออกที่เป็นตัวพยุงเศรษฐกิจ

ดังนั้น กรอบงบประมาณรายจ่ายปี 2558 ที่คิดว่าจะขาดดุล 2 แสนล้านบาท ตามแผนเดิมนั้นอาจไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ต้องยกเครื่องครั้งใหญ่ เพื่อให้ฟื้นจากอาการป่วยหนัก

นอกจากนี้ แผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งจากการออก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นการออกกฎหมายโดยไม่ชอบ ทำให้รัฐบาลใหม่ต้องนำโครงการต่างๆ ใน พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่เดิมคาดว่าจะกู้เงินมาลงทุนปีละ 23 แสนล้านบาท เข้ามาดำเนินการภายใต้งบประมาณรายจ่ายปกติ ซึ่งจะทำให้การขาดดุลงบประมาณปี 2558 ต้องเพิ่มขึ้นเป็น 45 แสนล้านบาท

ขณะเดียวกัน ด้านการเก็บรายได้ที่ต่ำกว่าเป้า เพราะเศรษฐกิจชะลอตัวรุนแรง ยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้รัฐบาลต้องทำงบประมาณแบบขาดดุลเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เม็ดเงินรายจ่ายมากพอในการดูแลเศรษฐกิจ แต่รายได้ของรัฐบาลสวนทางเก็บได้น้อยลง ทำให้หนีไม่พ้นต้องกู้เงินมาใช้ทดแทน

หากดูจากกรอบงบประมาณปี 2557 วงเงิน 2.525 ล้านล้านบาท กฎหมายกำหนดให้ขาดดุลงบประมาณได้ประมาณ 5 แสนกว่าล้านบาท หากงบประมาณปี 2558 มีวงเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จะทำให้การขาดดุลงบประมาณทำได้ถึงประมาณ 5.5 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลใหม่อาจต้องตั้งงบประมาณแบบขาดดุลจนเต็มเพดาน เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจเป็นการเร่งด่วน

เพราะการออกกฎหมายพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นในรูปพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) หรือพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รัฐบาลใหม่จะเป็นพรรคการเมืองไหนก็ตาม คงไม่เสี่ยงที่จะดำเนินการ นอกจากจะต้องใช้เวลานานกว่ากฎหมายจะผ่านการพิจารณาแล้ว ยังเสี่ยงต่อการที่กฎหมายแท้งไป ใช้ไม่ได้เหมือน พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท

แต่ทั้งหลายทั้งปวงก็หนีไม่พ้นต้องมีรัฐบาลใหม่เข้ามาดำเนินการ ซึ่งถึงวันนี้ยังไม่รู้ว่าจะได้รัฐบาลวันไหน หลังจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. เป็นโมฆะ และวันนี้ กกต.ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะดำเนินการเลือกตั้งให้สำเร็จได้อย่างไร และเมื่อไร

หากมองในแง่ดี หากสามารถจัดการเลือกตั้งและได้รัฐบาลใหม่ในปีนี้ งบประมาณปี 2558 จะได้ใช้อย่างเร็วก็ปีหน้า ซึ่งไม่มีผลที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้ได้เลย

ตรงข้ามหากมองในแง่ร้าย การเลือกตั้งไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เพราะผู้ชุมนุมที่ต่อต้านรัฐบาลขัดขวาง การมีรัฐบาลก็หมดหวัง ไม่รู้อนาคต งบประมาณรายปี 2558 ก็อยู่ในภาวะแท้งข้ามปี ซึ่งจะส่งปัญหาให้เศรษฐกิจปีนี้อยู่ในอาการสาหัส และเศรษฐกิจปีหน้าอยู่ในภาวะสิ้นหวัง เพราะไม่มีเงินงบประมาณ โดยเฉพาะงบลงทุนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

ในงบประมาณรายจ่ายปี 2557 มีงบลงทุนจำนวน 4.2 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้มีปัญหาเบิกจ่ายไม่ได้ถึง 2 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นเพราะรัฐบาลรักษาการไม่กล้าเซ็นอนุมัติ และบางส่วนฝ่ายข้าราชการเกียร์ว่างไม่ดำเนินการ

สำหรับงบประมาณปี 2558 ย่อมต้องมีงบลงทุนสูงกว่าปีที่ผ่านมา เพราะต้องมีการโอนโครงการจาก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท มาใช้ในงบประมาณปกติ แต่ปรากฏว่าเงินลงทุนไม่สามารถดำเนินการได้เลย ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง และที่แน่ๆ กระทบกับผู้ค้าผู้รับเหมากับภาครัฐต้องตกอยู่ในภาวะไม่มีงาน ไม่มีรายได้ และอาจจะต้องเลิกจ้างแรงงานอีกจำนวนมากตามมา

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประมาณการเศรษฐกิจไทยล่าสุดปีนี้ จะขยายตัวได้ 2.6% ต่อปี จากที่เดิมคาดว่าจะขยายตัวได้ 4% ต่อปี เพราะผลกระทบจากปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้อ ทำให้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่างๆ ดับสนิท

สมมติฐานที่สำคัญของ สศค. ที่จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ตามเป้า คือ จะต้องมีรัฐบาลใหม่ก่อนไตรมาส 3 ปีนี้ เพื่อเข้ามาปลดล็อกทางเศรษฐกิจ ทั้งการเดินหน้าทำงบประมาณปี 2558 และการออกมาตรการต่างๆ มาฟื้นฟูทางเศรษฐกิจ แต่หากไม่สามารถมีรัฐบาลได้ก่อนไตรมาส 3 ก็ต้องยอมรับสภาพว่าเศรษฐกิจไทยจะดิ่งลงเหวลงไปอีก

เท่ากับว่า การเมืองเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายเศรษฐกิจไทยปีนี้ หากมีรัฐบาล ก็มีงบประมาณปี 2558 เศรษฐกิจก็มีหวัง แต่หากไม่มีรัฐบาล ก็ไม่มีงบปี 2558 เศรษฐกิจปีนี้ก็สิ้นหวัง

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน