
กกต.กั๊กวันเลือกตั้งใหม่
ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมกับคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมาย ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้บริหารสำนักงาน กกต.จะยังไม่กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ แต่ ศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. ยืนยัน จะเร่งพิจารณาเสนอให้มีการตราพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไปใหม่โดยเร็ว แต่เนื่องจากมีประเด็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายประการและมีความละเอียดอ่อน จึงต้องรอคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญที่คาดว่าจะส่งถึง กกต.ภายในสัปดาห์นี้
ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมกับคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมาย ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้บริหารสำนักงาน กกต.จะยังไม่กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ แต่ ศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. ยืนยัน จะเร่งพิจารณาเสนอให้มีการตราพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไปใหม่โดยเร็ว แต่เนื่องจากมีประเด็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายประการและมีความละเอียดอ่อน จึงต้องรอคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญที่คาดว่าจะส่งถึง กกต.ภายในสัปดาห์นี้
ทั้งนี้ ศุภชัย แสดงความมั่นใจว่า หากมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ กกต.จะสามารถดำเนินการได้ โดยมีการวางมาตรการในการที่จะทำให้การจัดการเลือกตั้งเกิดความสำเร็จแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะอาจทำให้ถูกขัดขวางได้อีก
ด้าน วรภัทร วงศ์ปราโมทย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงาน กกต. ระบุว่า ก่อนที่จะมีการตรา พ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติมนี้ กกต.ก็จะมีการหารือกับพรรคการเมือง ผู้แทนรัฐบาลซึ่งอาจเป็นเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่มีหน้าที่ในการนำเสนอร่าง พ.ร.ฎ. รวมถึงกลุ่ม กปปส. เพื่อให้ได้ข้อสรุปในเรื่องของวันเลือกตั้งใหม่ที่เหมาะสม
“ที่ประชุมก็เห็นว่าระยะเวลาที่จะจัดการเลือกตั้งใหม่นั้น ไม่ควรเร็วเกินไปจนอาจทำให้กระบวนการจัดการเลือกตั้งใหม่ที่ขึ้นเสียไปได้อีก ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ช้าเกินเพราะจะทำให้รัฐบาลอยู่รักษาการนานเกินไป” วรภัทร ระบุ
นอกจากนี้ วรภัทร บอกอีกว่า ในที่ประชุมยังมีความเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเฉพาะในส่วนของวันเลือกตั้ง 2 ก.พ.เท่านั้นที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเนื่องจาก 28 เขตเลือกตั้งไม่มีผู้สมัคร การจะจัดเลือกตั้งในส่วนนี้จะทำให้มีวันเลือกตั้งเป็น 2 วันซึ่งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 108 โดยศาลไม่ได้วินิจฉัยในเรื่องกระบวนการจัดการเลือกตั้งของ กกต.ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ทั้งนี้ จากกรณีดังกล่าวทำให้ กกต.ไม่ต้องคืนค่าสมัครรับเลือกตั้ง แต่ผู้สมัครก็ต้องยื่นบัญชีค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง รวมทั้งการดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งซึ่งเป็นคดีอาญาก็จะยังคงดำเนินการได้ต่อไป เพราะเมื่อปี 2549 ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้ง 2 เม.ย. 2549 เป็นโมฆะ แต่ยังมีคดีฉีกบัตรเลือกตั้ง ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิพากษาวางแนวไว้ว่า แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะก็ไม่มีผลลบล้าง การกระทำผิดตามกฎหมายอาญาแต่อย่างใด เนื่องจากความผิดได้สำเร็จแล้ว
ขณะเดียวกัน ก็เห็นว่าเมื่อ พ.ร.ฎ.ยุบสภาไม่ได้เสียไป เท่ากับว่าสถานะของรัฐบาลยังเป็นรัฐบาลรักษาการที่หากจะดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ก็ต้องมาขอความเห็นชอบจาก กกต.เช่นเดิม ส่วนการดำเนินการต่างๆ ของพรรคการเมืองและผู้ที่จะลงสมัครก็ควรพึงระมัดระวังว่าจะเป็นการกระทำเพื่อเล็งผลให้ได้รับเลือกตั้งในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นใหม่
ขณะที่ อดีต สส.พรรคเพื่อไทย ได้สวมชุดดำมาร่วมประชุมและได้ร่วมกันลงนามทำหนังสือถึง บันคีมุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ โดย นพดล ปัทมะ กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ระบุว่า จะยื่นหนังสือดังกล่าวในวันที่ 25 มี.ค. เพื่อฟ้องต่อชาวโลกและชาติมหาอำนาจที่มีที่นั่งในคณะมนตรีความมั่นคงให้ทราบถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ว่ามีขบวนการสมคบคิดขององค์กรต่างๆ ทำให้การเลือกตั้งไร้ผล
ทั้งนี้ จะชี้ให้ทางองค์การสหประชาชาติเห็นพฤติกรรมของพรรคประชาธิปัตย์ ที่บอยคอตการเลือกตั้ง การชุมนุมที่ผิดกฎหมายของ กปปส. มีวงจรอุบาทว์ตั้งแต่ปี 2549 และอาจจะเกิดขึ้นอีกในปี 2557 รวมถึงจะชี้ให้เห็นองค์กรอิสระที่เป็น 2 มาตรฐานด้วย
“เราไม่ได้เรียกร้องให้องค์การสหประชาชาติเข้ามาแทรกแซง แต่ต้องการให้เข้ามาติดตามดูสถานการณ์ประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ทราบถึงการละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชน โดยผู้ต่อต้านรัฐบาลที่เป็นอภิสิทธิ์ชน คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญหลายกรณี และขององค์กรอิสระ มิชอบด้วยกฎหมาย ไม่ยุติธรรม ไม่เป็นประชาธิปไตย เพื่อช่วยสอดส่องป้องกัน รวมทั้งประณาม การสมคบคิดอย่างไม่เป็นประชาธิปไตย” นพดล ระบุ
ด้าน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ระบุถึงเรื่องการเลือกตั้งใหม่ ว่า คงต้องหารือกับทางคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศจะขัดขวางการเลือกตั้งอีกนั้น อยากบอกว่า การขัดขวางการเลือกตั้งไม่มีประโยชน์







