
สธ.เผยยอดป่วยมลพิษไฟไหม้บ่อขยะ1.2พันราย
สธ.เผยผู้ป่วยจากมลพิษไฟไหม้บ่อขยะที่จ.สมุทรปราการกว่า1,200 ราย ขณะที่ เด็กวัย 1 ปี 8 เดือนป่วยปอดติดเชื้อกลับบ้านแล้ว
สธ.เผยผู้ป่วยจากมลพิษไฟไหม้บ่อขยะที่จ.สมุทรปราการกว่า1,200 ราย ขณะที่ เด็กวัย 1 ปี 8 เดือนป่วยปอดติดเชื้อกลับบ้านแล้ว
เมื่อวันที่ 23 มี.ค. นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ที่ประชุมวอร์รูมติดตามสถานการณ์มลพิษจากไฟไหม้บ่อขยะ ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ รายงานว่าเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 22 มี.ค. เจ้าหน้าที่สามารถดับควันไฟ บ่อขยะได้แล้ว โดยในวันนี้ยังได้ให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและอาสาสมัคสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ออกไปแจกเอกสารให้ความรู้ คำแนะนำแก่ประชาชนที่อยู่ในรัศมีรอบบ่อขยะ ในการปฏิบัติตัว เพื่อลดความเสี่ยง ผลกระทบต่อสุขภาพจากการสัมผัสควันไฟอีกระยะหนึ่ง
"วันนี้หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของกระทรวงสาธารณสุข ยังออกให้บริการตรวจรักษาประชาชนที่วัดแพรกษา โดยจะให้บริการตั้งแต่เวลา 08.00 น.-16.00 น. ทั้งนี้ผลรวมจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบและสัมผัสควันไฟบ่อขยะที่เข้ารับการตรวจรักษา ที่หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ รวมทั้งที่โรงพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียงทั้งภาครัฐบาลและเอกชน รวม 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค.57-22 มี.ค.57 รวม 1,200 ราย ส่วนใหญ่ มีอาการระคายเคืองตา แสบคอ แสบจมูก สำหรับเด็กอายุ 1 ปี 8 เดือน ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสมุทรปราการ ด้วยอาการปอดติดเชื้อ ในวันนี้อาการดีขึ้นแพทย์อนุญาตใกล้กลับได้แล้ว"นพ.ณรงค์กล่าว
ด้าน นพ.นำพล แดนพิพัฒน์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ ให้ฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขกรณีเหตุการณ์ไฟไหม้บ่อขยะ ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า วันนี้ผลการตรวจวัดค่าฝุ่นละออง (PM10) วัดได้ 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย
ทั้งนี้ภายหลังควันไฟไหม้บ่อขยะดับแล้ว สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ ได้วางแผนจัดมาตรการเฝ้าระวังผลกระทบ 2 ด้าน ได้แก่ 1. การเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพในคน โดยให้บริการตรวจสุขภาพในกลุ่มนักผจญเพลิง พนักงานรักษาความปลอดภัยที่ต้องอยู่เฝ้าสถานประกอบการ ผู้สื่อข่าว รวมทั้งประชาชนที่พักอาศัยอยู่รอบบ่อขยะ ในรัศมี 200 เมตร โดยจะนัดให้ไปรับบริการตรวจที่งานอาชีวเวชกรรม โรงพยาบาลสมุทรปราการ โดยไม่เสียค่าบริการ และ2.การเฝ้าระวังในด้านสิ่งแวดล้อม การตรวจหาสารปนเปื้อนในน้ำ อาหาร และอากาศ เพื่อสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจแก่ประชาชนที่อยู่อาศัย







