
เชียงรายจับแก๊งค้ายายึด1.42แสนเม็ด
เชียงราย-ตำรวจจับแก๊งค้ายาบ้ายึดของกลาง 1.42 แสนเม็ด
เชียงราย-ตำรวจจับแก๊งค้ายาบ้ายึดของกลาง 1.42 แสนเม็ด
นายมนัส โสกันธิกา รองผวจ.เชียงราย พร้อมด้วย พ.อ.ยงยุทธ เหล่าเขตร์การ ผบ.ฉก.ม.3 พ.ต.อ.วิรัช สุมนาพันธ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.รังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม ผกก.ตชด.32 แถลงผลจับกุมผู้ต้องหาลักลอบลำเลียงยาบ้าจำนวน 2 ราย ได้ของกลางเป็นยาบ้ารวมทั้งสิ้น จำนวน 142,000 เม็ด โดยจับได้ในพื้นที่ อ.แม่สาย และ อ.เทิง จ.เชียงราย
ทั้งนี้การจับกุมรายแรก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เทิง จ.เชียงราย ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาบ้าที่บ้านแผ่นดินทอง หมู่ 12 ต.ตับเต่า อ.เทิง จึงได้วางแผนเพื่อทำการติดต่อล่อซื้อยาบ้าจำนวน 10 มัด ซึ่งก็ได้นัดส่งมอบยาบ้าดังกล่าวที่บ้านหลังหนึ่ง เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปพบกับขบวนการค้ายาเสพติดที่ติดต่อไว้จำนวน 3 คน ยาบ้าเพียงแค่ 7 มัด เป็นยาบ้าจำนวน 14,000 เม็ด เมื่อตรวจสอบดูแล้วเป็นยาบ้าจริงจึงได้ทำการแสดงตัวพร้อมให้เจ้าหน้าที่ซึ่งซุ่มอยู่โดยรอบแสดงตัวเพื่อทำการจับกุม แต่หนึ่งในขบวนการค้ายาได้ชักอาวุธมีดออกมาพุ่งเข้าใส่เพื่อทำร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงสวนไป 1 นัดถูกที่ลำตัวได้รับบาดเจ็บ พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาได้จำนวน 2 คน และหลบหนีไปได้ 1 คน
ผู้ต้องหาที่ควบคุมตัวได้คือ นายเล่ง แซ่เฮ้อ และนายเย่ง แซ่เฮ้อ ผู้ที่ใช้อาวุธมีดพุ่งเข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่แต่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ส่วนอีกคนที่หลบหนีไปคือ นายวิชัย แซ่ม้า เบื้องจ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหามาควยคุมตัไว้เพื่อเตรียมขยายผล และติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่หบหนีไป ส่วนผู้ต้องหาที่ได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งไปรักาที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์แล้ว
นอกจากนี้คดีที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สาย ประจำด่านตรวจบ้านถ้ำปลา กำลังทหาร ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.32 ได้ร่วมกันทำกรจับกุม นางนาถชิดา กมลานนท์ นายโชคชัย ลายลักษณ์ อ และ น.ส.สถาภรณ์ วงษ์สวรค์ พร้อมของกลางเป็นยาบ้าจำนวน 128,000 เม็ด และรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าวีโก้ หมายเลขทะเบียน ณย 6713 กรุงเทพ
อย่างไรก็ตามการจับกุมในครั้งนี้เจ้าหน้าที่สนธิกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณด่านตรวจบ้านถ้ำปลา ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในช่วงเวลาประมาณ 03.00 น.วันที่ 21 มี.ค. ได้มีรถกระบะผ่านมาที่ด่านตรวจจึงได้ทำการเรียกให้จอดเพื่อทำการตรวจค้น พบผู้ต้องหาทั้ง 3 คน นั่งมากับรถ โดยแสดงอาการมีพิรุธ จึงได้ขอทำการตรวจค้นภายในรถ พบยาบ้าซุก่อนอยู่ภายในเบาะแคปด้านหลังของรถ และที่ฝาปิดกระบะท้ายรถ จึงได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไว้ ผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพว่าได้รับค่าจ้างจำนวน 200,000 บาทเพื่อให้นำยาบ้าไปส่งที่กรุงเทพฯ ซึ่งจะมีผู้มาติดต่อรับอีกทอดหนึ่ง สำหรับผู้ต้องหาทั้งหมดเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งโทษสูงสุดของคดีนี้คือประหารชีวิต







