
งานหนัก
งานหนักจากกรณีการสูญหายของเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส นั้น คาดว่าน่าจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคการบินในภูมิภาคเอเชียอย่างไม่ต้องสงสัย เรียกได้ว่าอาจจะกระทบไปถึงทุกขั้นของการตรวจลักษณะบุคคลของผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่องไปถึงระบบการติดตามเครื่องบิน
งานหนักจากกรณีการสูญหายของเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส นั้น คาดว่าน่าจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคการบินในภูมิภาคเอเชียอย่างไม่ต้องสงสัย เรียกได้ว่าอาจจะกระทบไปถึงทุกขั้นของการตรวจลักษณะบุคคลของผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่องไปถึงระบบการติดตามเครื่องบิน
ย้อนกลับไปนับแต่ปี 2000 เป็นต้นมา หลังเกิดเหตุการณ์วินาศกรรม 9/11 ในสหรัฐ เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2001 ซึ่งนับจากเหตุการณ์ครั้งนั้นได้ส่งผลต่อการบินโลกอย่างมากมาย โดยเฉพาะมาตรการการตรวจค้นผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่องที่จะต้องมีความรัดกุมมากขึ้น จนถึงกับเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้โดยสารอย่างมาก รวมไปถึงการประกันวินาศกรรมและก่อการร้ายที่กลายเป็นภาระที่เพิ่มขึ้นของสายการบิน
ยังมีมาตรการอื่นๆ ตามมาอีกหลายอย่างที่นักเดินทางทั่วโลกจำเป็นต้องยอมรับปฏิบัติกัน ไม่ว่าจะเป็นมาตรการห้ามนำของเหลวขึ้นเครื่องบิน หลังจากที่พบว่ามีความพยายามก่อการร้ายบนเที่ยวบินจากอังกฤษสู่สหรัฐ โดยผู้ก่อการร้ายวางแผนที่จะประกอบระเบิดจากของเหลว นับตั้งแต่นั้นผู้โดยสารก็ถือขวดน้ำหรือของเหลวอื่นๆ ขึ้นเครื่องไม่ได้ ตลอดไปจนถึงกรณีที่ผู้โดยสารต้องถอดรองเท้าตรวจก่อนขึ้นเครื่องด้วยเช่นกัน นั่นก็เป็นผลกระทบจากกรณีที่สหรัฐพบผู้ก่อเหตุพยายามซุกซ่อนระเบิดไว้ในรองเท้า
มาจนถึงกรณีของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ในวันนี้ต้องบอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะส่งผลกระทบต่อการบินในเอเชียรวมไปถึงของโลกอย่างแน่นอน โดยเฉพาะกับขั้นตอนการตรวจสอบความถูกต้องของผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่องบิน
ตามข้อมูลของตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) นั้น ได้บอกว่ามีฐานข้อมูลของบุคคลที่หนังสือเดินทางหายทั่วโลกอยู่แล้ว แต่ทว่าสายการบินและทางการของประเทศต่างๆ กลับไม่ตรวจเช็กผู้โดยสารกับฐานข้อมูลเหล่านี้ก่อนที่จะปล่อยให้ขึ้นเครื่อง ดังที่เกิดขึ้นกับกรณีของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ในครั้งนี้ ซึ่งก็ปรากฏชื่อผู้ที่ใช้หนังสือเดินทางที่ขโมยมาขึ้นเครื่องไปได้ และเป็นหนึ่งในปมของการหายไปของเครื่องบินลำนี้ด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น เหตุการณ์ในครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของความร่วมมือทางอากาศของภูมิภาคอาเซียนอย่างชัดเจน ทั้งๆ ที่แต่ละประเทศก็มีเรดาร์ทหารที่ครอบคลุมทั้งภูมิภาคอยู่แล้ว แต่การประสานงานกลับล้มเหลวปล่อยให้เครื่องบินลำเบ้อเริ่มหายไปได้อย่างปริศนา
ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจะไม่จำกัดอยู่แต่กับความเชื่อมั่นของการบินของมาเลเซียเท่านั้น แต่ยังจะฉุดความเชื่อมั่นของการบินของภูมิภาคนี้และจะทำให้การเดินทางทางอากาศทั่วโลกพบกับความยุ่งยากเพิ่มขึ้นแน่นอน







