posttoday
ผ่อนคุมหยวน จีนมีแต่ได้ลุยปฏิรูป-ลดต่างชาติกดดัน

ผ่อนคุมหยวน จีนมีแต่ได้ลุยปฏิรูป-ลดต่างชาติกดดัน

19 มีนาคม 2557

โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์

โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์

นับเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งของนโยบายการเงินจีน เมื่อธนาคารกลางแดนมังกรประกาศขยายช่วงการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินหยวนต่อเงินเหรียญสหรัฐในแต่ละวัน (แบนด์) ขึ้นไปอยู่ที่ 2% จากเดิมจำกัดไว้ไม่เกินที่ 1% โดยให้เริ่มมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันจันทร์ที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา

ถือเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า จีนกำลังมุ่งเดินหน้าไปสู่แผนการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจของตนเองอย่างต่อเนื่อง เพราะช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนก็ได้เดินหน้าการผ่อนคลายการควบคุมเงินหยวนมาโดยตลอด ซึ่งในเดือน พ.ค. 2007 จีนขยายแบนด์หยวนขึ้นจาก 0.3% ไปอยู่ที่ 0.5% และในเดือน เม.ย. 2012 อยู่ที่ 1%

แม้ว่าการขยายแบนด์อัตราแลกเปลี่ยนจะทำให้ค่าเงินหยวนตกเป็นเป้าของนักเก็งกำไรค่าเงินมามากขึ้น เพราะเล็งว่าเงินหยวนจะต้องแข็งค่าขึ้นอยู่ด้านเดียว แต่หากมองและวิเคราะห์ในภาพรวมให้ดีแล้วต้องยอมรับว่าความเคลื่อนไหวนี้ได้ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจจีนถึง หลายด้านทีเดียว

ประการแรก การปล่อยให้เงินหยวนเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงไปตามกลไกตลาดได้มากขึ้น ถือเป็นก้าวย่างแรกที่จะนำไปสู่การยกเครื่องปฏิรูประบบการเงินของจีนทั้งระบบตามแนวทางของผู้นำจีนรุ่นที่ 5 ประกาศไว้ ซึ่งต้องการให้ระบบกลไกตลาดเข้ามามีบทบาทสำคัญในการจัดสรรทรัพยากรทางเศรษฐกิจของประเทศมากขึ้น

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง ของจีน เคยประกาศไว้อย่างชัดเจนในระหว่างการประชุมสภาประชาชนจีนว่าจะปล่อยเสรีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากมากขึ้น พร้อมกับเปิดทางให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงเงินทุนต่างชาติ ขณะเดียวกันก็สามารถนำเงินทุนภายในประเทศออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้นอีกด้วย

ทั้งหมดทั้งปวงที่ผู้นำจีนทำลงไปก็เพื่อเกื้อหนุนให้จีนก้าวไปสู่ระบบโครงสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพิงอยู่กับฐานการบริโภคจากตลาดภายในประเทศ มากกว่าที่จะพึ่งพาอยู่แต่ภาคการส่งออก และการลงทุนทางอุตสาหกรรมเป็นหลักเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นแนวทางการเติบโตที่ไม่ยั่งยืน

อย่างไรก็ดี แม้ว่าธนาคารกลางจีนจะเน้นย้ำว่าการปล่อยเสรีค่าเงินหยวนอย่างเต็มรูปแบบจะยังเป็นหนทางอีกยาวไกลกว่าจะไปถึง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการขยายช่วงการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงของอัตราเงินหยวนต่อเงินเหรียญสหรัฐในแต่ละวันไปอยู่ 2% นี้ก็เป็นผลดีต่อแบงก์ชาติแดนมังกรเองมากขึ้น

เนื่องจากเป็นการช่วยลดภาระในการต้องเข้าไปแทรกแซงค่าเงินหยวนเพื่อให้เรตเป็นไปตามเพดานที่กำหนดไว้ ทำให้มีเวลาไปโฟกัสการบริหารจัดการนโยบายการเงินภายในมากขึ้น เพราะเมื่อค่าเงินหยวนสามารถเปลี่ยนแปลงขึ้นลงอย่างเสรีมากขึ้น ธนาคารกลางจีนก็ไม่จำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซงในตลาดค่าเงินบ่อยๆ เหมือนในอดีตที่ผ่านมา

“การขยายแบนด์หยวนด้วยตัวมันเอง มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจน้อย ดังนั้นผลที่น่าจะเกิดขึ้นจึงมุ่งไปสู่การเสริมสร้างความมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เพราะจะทำให้ธนาคารกลางจีนมีพื้นที่ในการผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น” จูไห่บิน นักเศรษฐศาสตร์จากเจพี มอร์แกน เชส กล่าว

ประการต่อมา การผ่อนคลายการควบคุมเพดานการเปลี่ยนแปลงเงินหยวนมากขึ้น ก็ยังถือเป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญต่อการส่งเสริมให้สกุลเงินหยวนให้กลายเป็นที่ยอมรับและนำไปใช้ในตลาดการเงินโลกมากขึ้นอีกด้วย

เนื่องจากหากจีนยังคงคุมเข้มการเปลี่ยนแปลงของเงินหยวนอยู่ คงเป็นเรื่องยากที่จีนจะหวังผลักดันให้เงินหยวนกลายเป็นเงินสกุลหลักของโลก

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พญามังกรได้เร่งผลักดันและส่งเสริมการใช้เงินหยวนในการทำการค้าระหว่างประเทศอย่างจริงจัง ดังเห็นได้จากการเปิดศูนย์กลางการเทรดเงินหยวน ทั้งในกรุงลอนดอน ของอังกฤษ สิงคโปร์ และไต้หวัน มิหนำซ้ำจีนก็ได้ทำการผ่อนคลายกฎข้อจำกัดของนักลงทุนที่จะซื้อสินทรัพย์ในรูปเงินหยวนอีกด้วย

ทำให้ ณ ปัจจุบัน บทบาทของเงินสกุลหยวนเริ่มทวีความสำคัญในตลาดการค้าระหว่างประเทศมากขึ้น โดยรอยเตอร์สระบุว่าปริมาณการค้าของพญามังกรมากกว่า 1 ใน 6 เป็นการซื้อขายผ่านเงินหยวน ขณะที่เมื่อ 4 ปีที่แล้วมีสัดส่วนต่ำกว่า 1% เท่านั้น

ฉะนั้น การขยายแบนด์การเคลื่อนไหวของค่าเงินหยวน จึงเป็นการเริ่มบ่งชี้ถึงทิศทางการนำไปสู่การปล่อยเสรีค่าเงินหยวนในอนาคต ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้เงินหยวนกลายเป็นที่ยอมรับและกลายเป็นสกุลเงินที่จะมาใช้เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศมากขึ้น

ประการสุดท้าย การผ่อนคลายการควบคุมเงินหยวนด้วยการขยายแบนด์ให้กว้างขึ้นที่ 2% ต่อวัน จะช่วยลดแรงกดดันจากต่างชาติ โดยเฉพาะสหรัฐ เนื่องจากตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเด็นค่าเงินหยวนจีน มักจะโดนกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วคอยวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอด

เพราะมองว่าจีนคอยกดอัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลหยวนให้อ่อนค่ากว่าความเป็นจริงโดยตลอดเพื่อสร้างข้อได้เปรียบทางการค้า จึงเป็นที่มาของการเรียกร้องให้จีนลดการควบคุมเงินหยวนลง พร้อมกับวาดหวังว่าการผ่อนคลายการควบคุมเงินหยวนลง จะช่วยทำให้คนจีนมีอำนาจในการบริโภคสูงขึ้น เพราะเงินหยวนย่อมแข็งค่าขึ้นตามกลไกตลาดที่แท้จริง และทำให้ชาติตะวันตกสามารถขายของให้จีนมากขึ้นตามไปด้วย

ดังนั้น การผ่อนคลายการควบคุมเงินหยวนในครั้งนี้จึงน่าจะช่วยลดแรงเสียดทานจากนานาชาติลงได้บ้าง เห็นได้จากการที่สหรัฐเริ่มไม่ค่อยจะนำประเด็นเรื่องค่าเงินหยวนมาหารือและกดดันจีนบ่อยเหมือนช่วง 23 ปีก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการผ่อนคลายการควบคุมเงินสกุลหยวนจะเป็นผลดีต่อจีนในหลายด้าน แต่เชื่อว่าในระยะสั้นเงินสกุลหยวนจะยังไม่มีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงผันผวนมากนัก

เพราะธนาคารกลางจีนน่าจะยังคงคอยควบคุมในตลาดแลกเปลี่ยนอยู่ เนื่องจากขณะนี้เศรษฐกิจแดนมังกรยังอยู่ในภาวะที่เปราะบางเกินกว่าจะปล่อยเอาไว้ได้ตามลำพัง โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจของประเทศกำลังชะลอตัวอย่างหนัก ทั้งภาคการผลิตที่ย่ำแย่ต่อเนื่อง ขณะที่ภาคการส่งออกในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาก็หดตัวลงถึง 18%

ดังนั้น จีนจึงยังต้องการการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนไว้อยู่ เพราะจีนยังไม่พร้อมกับการปล่อยให้เงินหยวนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว

แต่กระนั้น เชื่อว่าในระยะยาวจีนน่าจะปล่อยและลดการแทรกแซงค่าเงินหยวนในตลาดมากขึ้น เพราะผลที่พญามังกรจะได้จากการปล่อยเสรีเงินหยวนมากขึ้น มีมากกว่าจะได้จากการควบคุมเงินหยวนเอาไว้

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69