
ควันไฟบ่อขยะกระทบทั้งสัปดาห์
กรมโรงงานสอบขยะอุตสาหกรรมลักลอบนำมาทิ้ง
กรมโรงงานสอบขยะอุตสาหกรรมลักลอบนำมาทิ้ง
กลุ่มควันบ่อขยะแพรกษาจะยังส่งผลตลอดทั้งสัปดาห์ แม้จะสามารถคุมเพลิงได้แล้ว
เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานที่ร่วมกันควบคุมเพลิงที่ลุกไหม้บ่อขยะเนื้อที่กว่า 150 ไร่ ในพื้นที่ ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ยืนยันตรงกันว่า แม้จะสามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว แต่ไม่อาจวางใจได้ว่าจะดับสนิท เนื่องจากขยะทับถมอยู่ในหลุมลึกกว่า 10 เมตร และมีไฟไหม้อยู่ด้านล่าง คาดว่าจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์ จึงจะจัดการให้เข้าสู่ภาวะปกติได้
นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม กล่าวหลังตรวจเยี่ยมนิคมอุตสาหกรรมสมุทรปราการและบ่อขยะแพรกษาว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงอุตสาหกรรม ดูแลและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟไหม้บ่อขยะ
“บ่อทิ้งขยะแห่งนี้เดิมเป็นบ่อดิน ต่อมามีผู้เช่าเป็นบ่อทิ้งขยะชุมชน กระทั่งในปี 2554 อบต.แพรกษา ไม่ต่ออายุใบอนุญาตเนื่องจากชุมชนต่อต้าน แต่ยังมีการลักลอบนำมาทิ้ง มีขยะที่มีสารปนเปื้อน เช่น ยาง พลาสติก โฟม จึงให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมสอบสวนว่ามาจากโรงงานใดในนิคมอุตสาหกรรมบางปู บริษัทเจ้าของขยะถือว่าผิดตาม พ.ร.บ.โรงงานอุตสาหกรรม แต่ถ้าพบว่าเป็นวัตถุอันตรายจะผิดตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตรายด้วย” รมว.อุตสาหกรรม กล่าว
นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า มีแผนการสร้างโรงเผาขยะอุตสาหกรรมอีก 4 แห่ง ใน 4 ภาคกำลังการเผา 250 ตันต่อวัน โดยวันที่ 25 มี.ค.นี้จะเปิดให้บริษัทที่สนใจเข้าร่วมประมูลเพื่อศึกษาความเหมาะสมในการลงทุน โดยจะใช้เวลาศึกษา 9 เดือน ภายใต้งบประมาณ 10ล้านบาท เพื่อรองรับขยะจากโรงงานกว่า7 หมื่นแห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นขยะอันตราย 2.1 ล้านตัน และขยะไม่อันตราย 18 ล้านตัน
“นอกจากนี้จะนำระบบอาร์เอฟไอดีมาใช้พร้อมติดจีพีเอสกับรถขนขยะอุตสาหกรรม เพื่อให้ติดตามขยะอุตสาหกรรมได้ตั้งแต่ต้นทางจากโรงงานไปถึงสถานที่กำจัดกากอุตสาหกรรมว่ามีการออกนอกเส้นทาง หรือมีปริมาณการกำจัดกากอุตสาหกรรมเท่าไร คาดว่าจะเริ่มบังคับใช้กับโรงงานประเภท 3 ซึ่งเป็นโรงงานขนาดใหญ่ภายในปีนี้” นายณัฐพล กล่าว
ด้าน นายคณิต เอี่ยมระหงษ์ ผวจ.สมุทรปราการ กล่าวว่า นายวิเชษฐ์เกษมทองศรี รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สนับสนุนเฮลิคอปเตอร์บรรทุกน้ำดับเพลิงเพิ่มอีก 2 ลำ รวมเป็น 4 ลำ เพื่อช่วยพ่นน้ำจุดที่รถน้ำเข้าไปไม่ถึง ขณะเดียวกัน ทางกรมชลประทานได้ส่งรถแบ็กโฮสะเทินน้ำสะเทินบกเข้ามาช่วยในพื้นที่แล้ว
“สามารถควบคุมเพลิงไม่ให้คุขึ้นมาอีก ดังนั้นในช่วงนี้จึงเร่งนำรถขุดหรือแบ็กโฮสะเทินน้ำสะเทินบกไปขุดเจาะ เพื่อนำน้ำอัดฉีดเข้าไปให้ไฟดับสนิท จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด” นายคณิต กล่าว
ผวจ.สมุทรปราการ กล่าวอีกว่า ได้อพยพประชาชนในพื้นที่รัศมี 1.5 กิโลเมตรรอบบ่อขยะ ส่วนประชาชนที่อยู่ในระยะที่ไกลไปกว่านั้นสามารถใช้ผ้าปิดจมูกออกจากบ้านได้ ไม่เป็นอันตรายมาก







