
กฏใหม่ด้านวีซ่าของอียูช่วยลดความยุ่งยาก
อันโตนิโอ ทาญานี รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป รับผิดชอบด้านวิสาหกิจและอุตสาหกรรมเซซิเลีย มาล์มสตรอม กรรมาธิการยุโรปด้านกิจการภายในของอียู
อันโตนิโอ ทาญานี รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป รับผิดชอบด้านวิสาหกิจและอุตสาหกรรมเซซิเลีย มาล์มสตรอม กรรมาธิการยุโรปด้านกิจการภายในของอียู
ในแต่ละปีมีชาวไทยกว่า 2.5 แสนคนยื่นขอวีซ่าเพื่อเดินทางไปยุโรป ด้วยยุโรปเป็นทวีปที่รุ่มรวยมรดกทางธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรม อย่างไรก็ตาม สหภาพยุโรป (อียู) มีระเบียบการขอวีซ่าที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน ทำให้นักเดินทางชาวไทยจำนวนมากไม่ได้รับความสะดวกจากระเบียบการขอวีซ่าดังกล่าว
ทางอียูจึงจัดการกับปัญหานี้ด้วยการแก้ไขกฎระเบียบด้านวีซ่าเพื่อให้การขอวีซ่าเพื่อให้เดินทางเข้ามายังเขตไร้พรมแดนระหว่างกันของอียู (เชงเกน) ทำได้ง่ายขึ้น โดยในปัจจุบันคณะกรรมาธิการยุโรปกำลังเสนอยกร่างกฎหมายวีซ่าเพื่อกำจัดอุปสรรคทางระเบียบและขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออกไป
ภายใต้กฎหมายใหม่นี้ การอนุมัติวีซ่าควรใช้เวลาไม่เกิน 10 วันปฏิทิน และไม่เกิน 13 วัน ในกรณีพิเศษ อีกทั้งยังต้องการลดความซับซ้อนของการใช้เอกสารหลายอย่าง รวมไปถึงให้ทุกสถานทูตหรือสถานกงสุลมีระเบียบขั้นตอนที่ใกล้เคียงกัน พร้อมกันนี้ทางอียูยังเสนอให้ผู้ขอวีซ่าที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า
นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปจึงเสนอให้ผู้ที่เดินทางไปยุโรปเป็นประจำสามารถขอวีซ่าแบบเข้าออกได้หลายครั้งและมีอายุการใช้งานหลายปี โดยผู้ขอวีซ่าต้องได้รับวีซ่ามาแล้ว 2 ครั้ง ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้นในอนาคตผู้ขอวีซ่าไม่จำเป็นต้องยื่นแบบขอวีซ่าด้วยตนเอง หากเคยลงทะเบียนในระบบแล้ว
พร้อมกันนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปยังเสนอให้มีวีซ่าทัวร์ริ่ง (Touring Visa) ซึ่งผู้ที่ถือวีซ่าประเภทนี้สามารถเดินทางท่องเที่ยวในเขตเชงเกนได้ในระยะ 1 ปี และสามารถต่ออายุวีซ่าได้อีก 1 ปี วีซ่าแบบใหม่นี้จะเป็นองค์ประกอบใหม่ที่สำคัญสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการใช้เวลาอยู่ในยุโรปให้นานขึ้น แต่ไม่ได้จำกัดการท่องเที่ยวอยู่ในประเทศเดียว และเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เดินทางไปยุโรปเพื่อทำธุรกิจ โดยเฉพาะด้านวัฒนธรรม
ทางอียูตระหนักถึงความสำคัญของผู้ที่ปรารถนาจะเดินทางมายุโรป สำหรับยุโรปเองนี่หมายถึงการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการจ้างงาน โดยในปี 2011 นักท่องเที่ยวใช้จ่ายในอียูไปถึง 4 แสนล้านยูโร รายได้นี้จะยิ่งเพิ่มขึ้น หากอียูสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากประเทศเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างไทยได้
จากการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ ยังชี้ให้เห็นว่า หากประเทศต่างๆ ในเขตเชงเกนยุโรปใช้โอกาสจากความยืดหยุ่นของกฎใหม่ด้านวีซ่า อียูอาจจะมีนักท่องเที่ยวมากถึง 46 ล้านคนภายในปี 2015 ซึ่งจะช่วยเพิ่มเม็ดเงินแก่เศรษฐกิจยุโรปถึง 6 หมื่นล้านยูโร เพิ่มการจ้างงานถึง 5 แสนตำแหน่ง ซึ่งยุโรปจำเป็นต้องใช้โอกาสนี้ให้เต็มที่ เพื่อฟื้นฟูจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2
ข้อเสนอในการปรับปรุงนโยบายด้านวีซ่าของอียูจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวอย่างคล่องตัวในยุโรป ขั้นตอนการอนุมัติวีซ่าที่สะดวกจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้คนไทยเดินทางไปยุโรป พูดสั้นๆ ว่า เราอยากให้คุณมาเที่ยวยุโรป และเราต้องทำให้คุณเดินทางมาได้ง่ายขึ้น







