
ข่าวดี!สธ.พบ“โฮมิโอพาธีย์”ป้องกันป่วยไข้เลือดออกได้ผล
สธ.เผยข่าวดี พบ “โฮมิโอพาธีย์” ป้องกันป่วยไข้เลือดออกได้ผล ใช้สารสกัดจากสมุนไพรผสมน้ำดื่ม ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกายให้สูงขึ้น สุขภาพแข็งแรง
สธ.เผยข่าวดี พบ “โฮมิโอพาธีย์” ป้องกันป่วยไข้เลือดออกได้ผล ใช้สารสกัดจากสมุนไพรผสมน้ำดื่ม ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกายให้สูงขึ้น สุขภาพแข็งแรง
นพ.จักรกฤษณ์ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้มีวิธีการสร้างภูมิต้านทานเพื่อป้องกันในตัวคน โดยนำศาสตร์การแพทย์ทางเลือกที่ชื่อว่า โฮมิโอพาธีย์ (Homeopathy) มีความปลอดภัยสูงเพราะยาที่ใช้สกัดมาจากธรรมชาติ ประหยัดมาก ซึ่งปีที่ผ่านมาได้มีการนำโฮมิโอพาธีย์มาศึกษาใช้ป้องกันป่วยโรคไข้เลือดออก ในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี ตามความสมัครใจของนักเรียน ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข พบว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ทำให้สถานการณ์โรคไข้เลือดออกของจังหวัดสิงห์บุรีดีขึ้น ข้อมูลในปี 2554 จังหวัดสิงห์บุรี มีการระบาดโรคนี้ในอันดับที่ 67 ของประเทศ เสียชีวิต 1 ราย ปี 2555 มีการระบาดของไข้เลือดออกในอันดับที่ 76 ของประเทศ และในปี 2556 ซึ่งมีการระบาดใหญ่ของไข้เลือดออกทั่วประเทศ แต่อัตราป่วยต่อแสนประชากร ที่จังหวัดสิงห์บุรีเท่ากับ 44.95 อยู่ในอันดับสุดท้ายของประเทศ จึงมีนโยบายจะขยายการป้องกันโรคไข้เลือดออกด้วยโฮมิโอพาธีย์ ในเขตบริการที่ 4 ครบทุกจังหวัด ในปี 2557 โดยจังหวัดสิงห์บุรีจะดำเนินการทุกอำเภอ และอีก 7 จังหวัด จะเริ่มดำเนินการอย่างน้อยจังหวัดละ 1 อำเภอ ทั้งนี้ หากได้ผลดีจะเสนอเป็นทางเลือกให้นำไปใช้ทั่วประเทศต่อไป
ด้าน พญ.วลี สุวัฒิกะ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิด้านกุมารเวชกรรม ประจำ รพ.สิงห์บุรี กล่าวว่า ได้ศึกษาการใช้โฮมีโอพาธีย์ป้องกันโรคไข้เลือดออกทุกอำเภอในจังหวัดสิงห์บุรี โดยใช้สารที่มีชื่อว่า ยูพาโทเรียม (Eup.) ลักษณะเป็นยาเม็ด สกัดจากสมุนไพรในต่างประเทศ ซึ่งมีผลการศึกษาวิจัยพบว่าสารสกัดชนิดนี้ มีผลในการกระตุ้นให้ร่างกายเกิดภูมิต้านทานป้องกันโรคไข้เลือดออก วิธีการใช้จะใช้ยูพาโทเรียม 4 เม็ดผสมกับน้ำดื่มสะอาด 1.5 ลิตร และเขย่า 30 ครั้ง เพื่อเพิ่มความแรงและประสิทธิภาพยาให้สูงขึ้น ยาดังกล่าวดื่มเหมือนดื่มน้ำทั่วๆ ไปไม่มีรสชาติใดๆ จากนั้นให้เด็กดื่มคนละ 3 ซี.ซี. ทุก 3 เดือน โดยเริ่มให้ในเดือนกรกฎาคม 2555 ซึ่งเป็นเดือนที่โรคระบาดสูงที่สุด ได้ให้ยากลุ่มนักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมัธยมตอนต้นในอำเภอเมือง ตามความสมัครใจ โดยนักเรียนทั้งหมด 7,106 คน ได้รับยา 4,250 คน หรือครอบคลุมกว่าร้อยละ 50
จากการติดตามผลต่อเนื่องตลอด 1 ปี พบว่าเด็กนักเรียนที่ได้รับยาโฮมิโอพาธีย์ จำนวน 4,250 คน ป่วยเป็นไข้เดงกี่ จำนวน 4 คน และมีอาการไม่รุนแรง อัตราป่วยเฉลี่ย 1 ต่อ 1,000 ประชากร ส่วนกลุ่มเด็กที่ไม่ได้กินยาโฮมิโอพาธีย์ จำนวน 2,856 คน ป่วยเป็นไข้เลือดออกและไข้เดงกี่ 7 ราย และมีอาการรุนแรงกว่ากลุ่มที่ได้รับยาโฮมิโอพาธีย์ คิดเป็นอัตราป่วย 2.5 ต่อ 1,000 ประชากร หรือป่วยสูงกว่าเด็กที่ดื่มยา 2.5 เท่าตัว







