posttoday
ชี้3รมต./ผอ.ช่อง11ผิดชัด

ชี้3รมต./ผอ.ช่อง11ผิดชัด

14 มีนาคม 2557

คณะกรรมการการเลือกตั้ง จ่อเอาผิดยกเข่ง อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ผู้สมัคร สส. รวมถึง 3 รัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ข้อหาทำผิดกฎหมายเลือกตั้งออกสื่อรัฐเอาเปรียบผู้สมัคร รอสอบสวนเพิ่มเติม

คณะกรรมการการเลือกตั้ง จ่อเอาผิดยกเข่ง อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ผู้สมัคร สส. รวมถึง 3 รัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ข้อหาทำผิดกฎหมายเลือกตั้งออกสื่อรัฐเอาเปรียบผู้สมัคร รอสอบสวนเพิ่มเติม

สมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงว่า ที่ประชุมได้พิจารณากรณีผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย ถูกเชิญไปออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 11 ตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค. 25567 มี.ค. 2557 ซึ่งเป็นช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง และอาจเข้าข่ายก่อให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้ง โดยสำนักกฎหมายและคดีของสำนักงาน กกต. ได้ตรวจสอบและมีความเห็นว่ามี 23 ครั้ง ที่มีการดำเนินรายการในลักษณะดังกล่าว ซึ่งเนื้อหารายการที่ออกอากาศมีความยาว ตั้งแต่ 30 นาที1 ชั่วโมง

ทั้งนี้ ที่ประชุม กกต. เห็นว่า 1.อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และผู้อำนวยการช่อง 11 ในฐานะผู้บริหารสื่อของรัฐอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนประกาศ กกต. เรื่องหลักเกณฑ์การดำเนินการของรัฐในการสนับสนุนการเลือกตั้ง สส. ข้อ 20 ที่กำหนดให้สื่อของรัฐต้องจัดให้พรรคการเมืองได้แสดงวิสัยทัศน์อย่างเท่าเทียมกัน และถือเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนมาตรา 57 ของ พ.ร.บ.เลือกตั้ง สส. และการได้มาซึ่ง สว. ที่ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบเพื่อเป็นคุณเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง ซึ่งหากพบว่ากระทำผิดจริงจะมีโทษ ตามมาตรา 137 ของกฎหมายฉบับเดียวกัน ซึ่งระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 110 ปี ปรับตั้งแต่ 2 หมื่น2 แสนบาท และอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี

2.พบว่ามีรัฐมนตรี 3 คน คือ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล จาตุรนต์ ฉายแสง และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ไปออกรายการทางช่อง 11 อาจเข้าข่ายใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อประโยชน์ในการหาเสียง อาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 181 (4) และฝ่าฝืน ข้อ 4 (7) ของระเบียบ กกต. ว่าด้วยการใช้ทรัพยากรของรัฐ หรือบุคลากรของรัฐเพื่อมีผลต่อการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความรอบคอบทางสำนักกฎหมายได้เสนอว่า ควรมีการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องและรวบรวมหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณา และ 3.กรณีมีผู้สมัคร สส.ไปออกอากาศ ข้อเท็จจริงในเนื้อหาสาระยังไม่ชัดเจน ทางสำนักกฎหมายก็ได้เสนอให้สอบสวนเพิ่มเติมเช่นเดียวกัน ซึ่งประเด็นทั้งหมดเบื้องต้นที่ประชุมเพียงแต่รับทราบความเห็นเท่านั้น ยังไม่มีมติอย่างหนึ่งอย่างใด

สมชัย ยังกล่าวว่า กกต.ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา 2 เรื่องสำคัญ คือ คำร้องคัดค้านการเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงใหม่ เขต 3 ที่มีผู้ร้องว่า เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ขนคนไปลงคะแนนเลือกตั้ง ซึ่งยังต้องหาหลักฐานเพิ่มเติม เนื่องจากดีวีดีที่บันทึกเหตุการณ์นั้นมีการส่งเข้ามาเพิ่มเติม และหากว่าหลักฐานที่ได้มาไม่เพียงพอ ก็จะขอให้ทางจังหวัดสืบสวนเพิ่มเติม อีกทั้งคำร้องนี้ยังมีเวลาในการพิจารณาถึงเดือน พ.ค. หากเห็นว่ามีความผิดก็จะส่งไปยังศาลอุทธรณ์ในภาคนั้น สำหรับอีกเรื่องเป็นกรณีคำร้องคัดค้าน ยิ่งลักษณ์ กรณีใช้ทรัพยากรของรัฐหาเสียงเลือกตั้ง ในการลงพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน เบื้องต้นฝ่ายสืบสวนสอบสวนของ กกต.ขอขยายเวลาพิจารณาอีก 15 วัน และอาจเชิญนายกฯ หรือเลขาฯ นายกฯ มาชี้แจงข้อเท็จจริงภายหลัง คาดว่าอีก 1 เดือนข้างหน้าน่าจะได้ข้อสรุป

ด้าน โภคิน พลกุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่รู้สึกหนักใจ เพราะทางรายการเป็นคนเชิญมา และวันที่ไปออกสื่อก็ไม่ได้โฆษณาหาเสียงอะไร พูดแค่ให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้งเท่านั้น ถ้า กกต.จะให้ใบแดงก็ต้องมาดูกันว่าเป็นอย่างไร เรื่องนี้ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยมองว่าไม่น่าจะผิดกฎหมายเลือกตั้ง

พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคได้ตรวจสอบแล้วพบว่ากรณีผู้สมัครของพรรคออกทีวีของรัฐในช่วงพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งนั้น ไม่ถือว่าขัดต่อกฎหมาย เพราะไม่ใช่การหาเสียง แต่เป็นการไปพูดในประเด็นที่เป็นประโยชน์ และขอตั้งข้อสังเกตว่า สมชัยมีอคติกับ สส.พรรคเพื่อไทยหรือไม่ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เมื่อดูเนื้อหาพบว่าไม่ใช่การหาเสียง จึงขอให้ กกต.คนอื่นๆ ให้ความเป็นธรรม และพิจารณาจากเนื้อหาของรายการ

โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เหตุใด กกต.ไม่เอาผิดกับสื่อที่ขัดขวางการเลือกตั้ง อย่างบลูสกาย และไม่ตรวจสอบหรือท้วงติงเอาผิดสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ที่ขัดขวางการเลือกตั้ง

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม