
ศรส. เล็งใช้ พรบ.ความมั่นคงแทน พรก.ฉุกเฉิน
ศรส. ยันปะทะแยกผ่านฟ้าลีลาศ ไม่ใช่การสลาย กระชับหรือขอคืนพื้นที่ แต่เป็นการเข้าตรวจค้นจับกุม เล็งใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง แทน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ศรส. ยันปะทะแยกผ่านฟ้าลีลาศ ไม่ใช่การสลาย กระชับหรือขอคืนพื้นที่ แต่เป็นการเข้าตรวจค้นจับกุม เล็งใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง แทน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ กรรมการศูนย์รักษาความสงบ หรือ ศรส. แถลงกรณีญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุขอคืนพื้นที่บริเวณแยกผ่านฟ้าลีลาศ ยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรีกับพวกรวม 6 คน นั้น ว่า เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ ศรส. พร้อมต่อสู้คดีตามขั้นตอน รวมถึงเตรียมให้พนักงานอัยการแก้ต่างตามกฎหมาย ซึ่งยืนยันว่าการเข้าปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ไม่ใช่การสลายการชุมนุม หรือขอคืนพื้นที่ แต่เป็นการเข้าตรวจค้นติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดตามหมายจับของศาลเท่านั้น
นายธาริต กล่าวด้วยว่า ที่ประชุม ศรส.มีการหารือถึงเรื่องการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่จะสิ้นสุดลงวันที่ 22 มีนาคมนี้ โดยผู้ปฏิบัติงานของ ศรส.ส่วนใหญ่เห็นว่าสถานการณ์เริ่มดีขึ้น ควรลดระดับความเข้มข้นในการใช้กฎหมาย โดยมีแนวโน้มจะไม่ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และอาจใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงแทน
นายธาริต กล่าวว่า ส่วนการแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับคณะกรรมการเลือกตั้ง หรือ กกต.กลางทั้ง 5 คน ในความผิดกฎหมายเลือกตั้งและกฎหมายอาญาจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยในต่างจังหวัดมีการแจ้งความใน 2จังหวัด คือ พัทลุง และสตูล ส่วนในกรุงเทพ มีการแจ้งความที่ สน.สามเสน, บางพลัด, ทุ่งสองห้อง, บางซื่อ, ดอนเมือง และธรรมศาลา ซึ่ง ศรส.จะติดตามคดีอย่างใกล้ชิด และจะไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำอีกในอนาคต
นอกจากนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รายงานคดีที่เกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งจากการกระทำของกลุ่ม กปปส. โดยคดีขัดขวางการเลือกตั้งทั่วประเทศ รวม 194 คดี เจ้าหน้าที่ กกต.จงใจละทิ้งไม่จัดการเลือกตั้ง 177 คดี รวมคดีที่เกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งทั้งสิ้น 371คดี







