
อีโคคาร์2คึก5ค่ายรถเฟส1แห่ยื่นทุกราย
5 ค่ายรถอีโคคาร์เฟส 1 จ่อยื่นเข้าโครงการเฟส 2 สบช่องแทงกั๊กได้ไม่ผิดเงื่อนไขหรือถูกปรับ
5 ค่ายรถอีโคคาร์เฟส 1 จ่อยื่นเข้าโครงการเฟส 2 สบช่องแทงกั๊กได้ไม่ผิดเงื่อนไขหรือถูกปรับ
แหล่งข่าวจากวงการรถยนต์ เปิดเผยว่า จากการพูดคุยกันในเหล่าผู้ผลิตรถยนต์ที่อยู่ในโครงการอีโคคาร์เฟส 1 ขณะนี้ทุกบริษัทเตรียมการยื่นสมัครเข้าร่วมโครงการอีโคคาร์เฟส 2 ภายในวันที่ 31 มี.ค. 2557 ค่อนข้างแน่ชัด ด้วยสาเหตุการได้รับสิทธิประโยชน์จากโครงการดังกล่าว เฟส 2 ได้รับสิทธิประโยชน์ดีกว่าเฟส 1 พร้อมการเข้าร่วมโครงการแล้วหากไม่สามารถเริ่มการผลิตภายในระยะเวลาที่กำหนด จะไม่ต้องเสียค่าปรับหรือมีความผิดใดๆ
“ทุกบริษัทในเฟส 1 สมัครเข้าร่วมโครงการใหม่อย่างแน่ แต่จะมีการขยายลงทุนที่ต้องใช้เม็ดเงินลงทุน 5,000 ล้านบาท เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องติดตาม” แหล่งข่าวเปิดเผย
ทั้งนี้ ความไม่เท่าเทียมของเงื่อนไขโครงการอีโคคาร์เฟส 2 จากการให้สิทธิประโยชน์ที่มากกว่าเฟส 1 ของรัฐบาลเป็นการบีบให้ผู้ที่อยู่ในเฟส 1 จะเสียเปรียบ หากไม่ได้เข้าร่วมเฟส 2 อีกทั้งการผลิตจะต้องครบ 1 แสนคัน ภายใน 5 ปี หลังจากเริ่มเปิดตัวรถอีโคคาร์ของแต่ละบริษัท ในโครงการเฟสที่ 1 พร้อมต้องผลิตให้ครบ 4 แสนคัน ในปี 2559เพื่อให้ทันกับการรับสิทธิ์ในโครงการดังกล่าวเฟส 2 อาจทำให้ปริมาณความต้องการและปริมาณรถที่ถูกผลิตออกมาไม่สอดคล้องกัน ซึ่งบริษัทที่มีการส่งออกไปยังต่างประเทศจะเป็นผู้ได้เปรียบกว่าบริษัทที่ไม่มีการส่งออกหรือผู้เล่นรายเล็กในตลาด
นางเพียงใจ แก้วสุวรรณ นายกสมาคมนายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ และประธานสมาพันธ์อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอาเซียน กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าโครงการอีโคคาร์เฟส 2 จากการที่ได้มีการพูดคุยกับ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้รับคำยืนยันว่าจะไม่มีการเลื่อนระยะเวลาการสิ้นสุดการรับสมัครในวันที่ 31 มี.ค. 2557 พร้อมให้ความเห็นว่าถ้าหากบริษัทผู้ผลิตรายใดไม่ยื่นความจำนงเข้าร่วมโครงการภายในวันดังกล่าวจะถือว่าบริษัทนั้นไม่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ
อย่างไรก็ตาม มุมมองของภาครัฐมีความเป็นห่วงและคาดว่าให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ 5 รายเดิมที่อยู่ในโครงการอีโคคาร์เฟส 1 เข้าร่วมโครงการในเฟส 2 ด้วย ขณะที่ภาคเอกชนผู้ประกอบการในดครงการเฟส 1 มองว่า มีปัจจัยหลายอย่างที่จะต้องตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมโครงการหรือไม่หลังจากก่อนหน้าที่ที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวไม่คิดว่าจะมีการทำโครงการเฟส 2 ออกมาเนื่องจากโครงการเฟส 1 ถือได้ว่ามีการให้สิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่แล้ว
"โครงการดังกล่าวมองเป็นโอกาสในการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ก็ว่าได้ และอีกมุมหนึ่งก็เป็นโอกาสของผู้ประกอบการรายใหม่ซึ่งมองว่าน่าจะได้รับการตอบรับจากผู้ที่สนใจหลายค่าย เนื่องจากการยื่นความประสงค์เข้าร่วมโครงการหากบริษัทนั้นๆไม่มีการเดินหน้าผลิตหรือเลิกล้มโครงการไปก็ไม่เสียค่าปรับ" นางเพียงใจ กล่าว
นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า อัตราการเติบโตของรถอีโคคาร์ที่เป็นส่วนหนึ่งของตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก (บีเซกเมนท์) มีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงที่ผ่านมาโดยเฉพาะปี 2555 ที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 10% ของตลาดบีเซกเมนท์ เพิ่มขึ้นเป็น 28% ของตลาดดังกล่าว ถือได้ว่าตลาดยังคงให้การตอบรับรถยนต์กลุ่มดังกล่าวได้ดีอยู่
นอกจากนี้ ในช่วงเดือน พ.ค. 2557 บริษัทจะมีการเปิดตัวรถยนต์อีโคคาร์รุ่นที่ 2 ของบริษัทเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค โดยมองว่ากำลังซื้อและความต้องการของผู้บริโภคไม่ได้หายไปไหน แต่เกิดจากปัจจัยความไม่มั่นใจต่อสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจส่งผลให้ตลาดและการจับจ่ายชะลอตัว
“ภาคเอกชนไม่สามารถขับเคลื่อนหรือกระตุ้นตลาดให้เดินหน้าฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเพียงอย่างเดียว ซึ่งถือได้ว่าปีนี้เป็นปีที่ทดสอบความสามารถของแต่ละบริษัทเลยทีเดียว” นายวัลลภ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศไทย 2 เดือนแรก (ม.ค.ก.พ.) ถือได้ว่าช็อคตลาดเกินความคาดหมาย ซึ่งปัจจัยเกิดจากผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในปัจจุบัน ซึ่งบริษัทประมาณการรณ์ว่าภาพรวมตลาดทั้งปี 2557 จะอยู่ที่ 1 ล้านคันลดลงจากปีก่อนที่อยู่ที่ 1.32 ล้านคัน โดยบริษัทอยู่ระหว่างการประเมินตัวเลขการตั้งเป้ายอดขายของบริษัทในปีนี้และคาดว่าจะประกาศในช่วงปลายเดือน มี.ค.







