posttoday
เปิดปฏิบัติการปูพรม 200 ตร.กม.ค้นหาเครื่องบินมาเลเซีย

เปิดปฏิบัติการปูพรม 200 ตร.กม.ค้นหาเครื่องบินมาเลเซีย

12 มีนาคม 2557

2 วันเต็มๆ กับปฏิบัติการค้นหาเครื่องบิน โบอิ้ง 777-200ER ของสายการบิน มาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH 370 ในพื้นที่ทะเลอันดามันของทัพเรือภาคที่ 3 ก็ต้องยุติลงชั่วคราว เนื่องจากไม่พบร่องรอยของเครื่องบิน ตามที่มาเลเซียอ้างข้อมูลว่าเครื่องบินได้วกกลับมาทางช่องแคบมะละกาและเสียการควบคุม อาจตกในทะเลอันดามัน

2 วันเต็มๆ กับปฏิบัติการค้นหาเครื่องบิน โบอิ้ง 777-200ER ของสายการบิน มาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH 370 ในพื้นที่ทะเลอันดามันของทัพเรือภาคที่ 3 ก็ต้องยุติลงชั่วคราว เนื่องจากไม่พบร่องรอยของเครื่องบิน ตามที่มาเลเซียอ้างข้อมูลว่าเครื่องบินได้วกกลับมาทางช่องแคบมะละกาและเสียการควบคุม อาจตกในทะเลอันดามัน

พล.ร.ท.ธราธร ขจิตสุวรรณ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 เปิดเผยว่า จะยุติภารกิจการค้นหาในพื้นที่ทะเลอันดามันในช่วงค่ำวันที่ 11 มี.ค. เพราะถือว่าได้ลาดตระเวนโดยเรือและเครื่องบินจนครบถ้วนแล้ว

“ต้องรอมาเลเซียว่าจะขออะไรเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่ง พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ สั่งการเน้นย้ำขอให้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในการช่วยเหลือ” พล.ร.ท.ธราธร กล่าว

พล.ร.ท.ธราธร เปิดเผยถึงกระบวนการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ว่า กองทัพเรือได้สั่งการให้ทัพเรือภาคที่ 3 จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือ ประกอบด้วย เรือหลวงปัตตานี พร้อมเฮลิคอปเตอร์ SUPER LYNX300 ชุดปฏิบัติการพิเศษ นักประดาน้ำ และเครื่องบินดอร์เนียร์ DO228 เริ่มบินค้นหา ตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค. เวลา 16.00-18.30 น. พื้นที่ตอนเหนือเกาะสุมาตรา จากนั้นเวลา 19.00 น. วันเดียวกัน ก็ได้ส่งเรือหลวงปัตตานีออกค้นหา ในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของเกาะภูเก็ต

“ปฏิบัติการี้ร่วมกับอินโดนีเซีย มาเลเซีย มีเรือค้นหา 13 ลำ แบ่งพื้นที่ค้นหาฝ่ายละ 200 ตร.กม.”

สำหรับข้อสงสัยว่า จุดที่เครื่องบินขาดการติดต่อคือบริเวณอ่าวไทย เหตุใดจึงต้องค้นหาในทะเลอันดามัน พล.ร.ท.ธราธร กล่าวว่า ฝั่งอ่าวไทย ทัพเรือภาคที่ 2 ร่วมค้นหากับประเทศจีน สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม แต่ยังไม่พบ จึงคาดว่าเครื่องบินอาจวกกลับมาประเทศมาเลเซีย จึงต้องค้นหาทั้งสองฝั่ง

อย่างไรก็ตาม ความพยายามค้นหาในพื้นที่ทะเลอันดามันของกองเรือ 3 ชาติ ผ่านมากว่า 1 วันก็ยังไร้วี่แวว แต่ช่วงเย็นของวันที่ 10 มี.ค. เรือหลวงปัตตานีได้รับแจ้งจากเครื่องบินลาดตระเวนมาเลเซียว่า พบกลุ่มวัตถุคล้ายเสื้อชูชีพู่บริเวณที่เรียกว่า แบริ่ง 060 ห่างจากจุดเหนือนสุดของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย 60 ไมล์ เรือ KD Salangor ของมาเลเซีย และเรือหลวงปัตตานีเข้าไปตรวจสอบ แต่ก็ไม่พบสิ่งใดที่อาจเกี่ยวข้องกับเครื่องบินที่กำลังค้นหา

“วันที่ 11 มี.ค. จึงค้นหาต่อเนื่องตามหลักการในการลาดตระเวนซ้ำอีก 1 วัน แต่ก็ยังไม่พบ ความเป็นไปได้นั้นมีหลายทาง จะพยายามหาข้อมูลให้มากที่สุด เพื่อจะได้คำตอบที่เป็นหลักวิชา ทัพเรือภาคที่ 3 ได้ประสานกับทุกฝ่ายหลายประเทศ ยังไม่สามารถค้นพบ แม้จะใช้ขีดความสามารถสูงสุด คาดว่าหลายประเทศจะสิ้นสุดการค้นหา ในช่วงค่ำวันที่ 11 มี.ค.เช่นเดียวกัน แต่ก็ได้มีการประสานงานกับทางมาเลเซียอย่างแน่นแฟ้น” ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 กล่าว

ทั้งนี้ ข้อมูลที่มาเลเซียอ้างว่า เครื่องบินโดยสารดังกล่าววกกลับมาประเทศมาเลเซียนั้น สร้างความงุนงงสงสัยต่อผู้เกี่ยวข้องทางการบินอย่างมาก แหล่งข่าวจากศูนย์ควบคุมการบินในพื้นที่ภาคใต้คนหนึ่ง ให้ความเห็นตามหลักมาตรฐานการบินว่า แม้จะขาดการติดต่อ สื่อสารกันไม่ได้ แต่หากเครื่องบินยังบินอยู่ไม่มีทางที่จะหายไปจากเรดาร์ได้

“หากเครื่องบินหายไปจากจอเรดาร์ ก็ตีความไว้ก่อนว่าเครื่องบินตก มิฉะนั้นหากยังบินอยู่และวกกลับมาประเทศมาเลเซีย ศูนย์ควบคุมการบินในพื้นที่ใกล้เคียงทั้งของไทยและมาเลเซียก็จะต้องรู้ และตามร่องรอยเครื่องบินได้ แต่สูญหายไปในพื้นที่อ่าวไทย แต่มาตามหาด้านทะเลอันดามันด้วย เป็นเรื่องที่ไม่เข้าใจจริงๆ ต้องดูว่ามาเลเซียมีข้อมูลอะไรบ้าง” แหล่งข่าวเปิดเผย

ด้านศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ รายงานว่า มาเลเซีย ได้ขยายพื้นที่ในการค้นหาบริเวณอ่าวไทย ณ จุดที่เครื่องบินขาดการติดต่อเป็นรัศมี 100 ไมล์ทะเล โดยมีประเทศที่เข้าช่วยร่วมค้นหาจำนวน 10 ประเทศ คือ มาเลเซีย เวียดนาม จีน สิงคโปร์ อินโดนีเซีย สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ และไทย

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน