
สั่งกระจายเงินกองทุนไฟฟ้า
ขยายแนวพื้นที่ให้กว้างขึ้นจากเดิม 5 กม.ทำประชาคมวิธีใช้งบมหึมาปีละ2พันล้าน
ขยายแนวพื้นที่ให้กว้างขึ้นจากเดิม 5 กม.ทำประชาคมวิธีใช้งบมหึมาปีละ2พันล้าน
จ่อขยายการใช้เงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าก้อนมหึมาปีละ 2,000 ล้านบาท ให้มากกว่า 5 กม.
นายกวิน ทังสุพานิช เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังจัดทำประชาพิจารณ์ประชาชนในพื้นที่ เพื่อขยายขอบเขตการดำเนินงานของกองทุนพัฒนาไฟฟ้า 100 กองทุน ที่มีวงเงินปีละกว่า 2,000 ล้านบาทเศษ จากเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกินรัศมี 5 กิโลเมตร (กม.) รอบโรงไฟฟ้า ออกไปให้กว้างขึ้นเป็น 7 กม. หรือ 10 กม. เพื่อให้นำเงินไปพัฒนาพื้นที่นอกเขตโรงไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์มากขึ้น
นายกวิน กล่าวว่า ในแต่ละปีกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้ามีเงินสมทบเข้ามาจากโรงไฟฟ้าทั่วประเทศกว่า 2,000 ล้านบาท โดยขณะนี้ได้ตั้งกองทุนขึ้นมาตามพื้นที่ที่มีโรงงานไฟฟ้าตั้งอยู่แล้ว 100 กองทุนซึ่งการใช้เงินกองทุนนั้นจะมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะกรรมการชุมชนในพื้นที่ เสนอโครงการที่ต้องการนำเงินไปใช้ลงทุนภายใต้เงื่อนไขที่ทาง สกพ. กำหนดไว้
เลขาธิการ สกพ. กล่าวอีกว่า หลักคิดของการขยายพื้นที่การใช้เงินกองทุนนั้น จะต้องผ่านการหารือกับประชาคมในพื้นที่ด้วย เพราะการตั้งกองทุนในครั้งแรกใช้กลไกนี้ในการจัดตั้ง ซึ่งประชาคมร่วมกันกำหนดให้เงินกองทุนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าไม่เกิน 5 กม. แต่จากการที่บริหารเงินกองทุนที่ผ่านมา พบว่าอาจจะกำหนดพื้นที่เท่ากันทั้งประเทศไม่ได้ ต้องดูลักษณะของพื้นที่ ผลกระทบของคนในพื้นที่ด้วย เช่น กรณีของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง เป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ มีพื้นที่มาก มีโอกาสที่จะขยายพื้นที่การใช้เงินลงทุนเพื่อป้องกันปัญหาในชุมชนออกไปได้
“กลไกของการใช้เงินกองทุนฯ ที่จะแก้ไขนั้นต้องขึ้นอยู่กับคนในพื้นที่ด้วย เพราะกองทุนฯ นี้เกิดมาจากประชาคม ต้องมีการศึกษาผลกระทบ ถ้าจะนำเงินไปใช้ในโครงการนอกพื้นที่ ก็ควรจะเชื่อมต่อกันด้วย” นายกวิน กล่าว
สำหรับเงื่อนไขของโครงการที่จะสามารถใช้เงินกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้า เท่าที่กำหนดกรอบการใช้เงินไว้กว้างๆ เช่น1.โครงการชุมชนด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิต สุขภาพ และสุขภาวะ 2.โครงการชุมชนด้านการพัฒนา ส่งเสริมอาชีพของคนในชุมชน โครงการที่มีลักษณะเป็นการสร้างรายได้เพิ่มขึ้น 3.โครงการชุมชนด้านการพัฒนาการเกษตร 4.โครงการชุมชนด้านการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
5.โครงการชุมชนด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต 6.โครงการชุมชนด้านการพัฒนาการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม และประเพณีท้องถิ่น 7.โครงการชุมชนด้านการพัฒนาชุมชน 8.โครงการชุมชนด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ฯลฯ
อย่างไรก็ตาม สกพ.ต้องการเห็นกองทุนมีความยั่งยืนในระยะยาว เพราะตามกฎหมายนั้นบรรดาโรงไฟฟ้าที่ตั้งขึ้นจะต้องจ่ายเงินสมทบถึง 25 ปี จึงต้องการยกระดับคนในพื้นที่ให้ใช้โอกาสนี้ได้ดีขึ้น แม้จะไม่มีโรงไฟฟ้าแล้วในอนาคต ก็ควรจะมีเงินก้อนนี้ต่อไป จึงควรมีการวางระบบเพื่อนำเงินกองทุนไปสร้างให้เกิดการใช้แบบถาวร สามารถตอบสนองกับความต้องการพัฒนาในพื้นที่ให้มากกว่านี้







