
ลอนดอนดาร์บี...ศึกชี้ชะตา
สุดสัปดาห์นี้ฟุตบอลอังกฤษเพิ่มความสนุกแบบคอมโบ เนื่องจากมีให้เชียร์ทั้งพรีเมียร์ลีก และโปรแกรมเอฟเอ คัพ
โดย...มิวโกโตะ
สุดสัปดาห์นี้ฟุตบอลอังกฤษเพิ่มความสนุกแบบคอมโบ เนื่องจากมีให้เชียร์ทั้งพรีเมียร์ลีก และโปรแกรมเอฟเอ คัพ ซึ่งถ้วยหลังหากผ่านอาทิตย์นี้ไป แฟนบอลอาจได้เห็นโฉมหน้า 4 ทีมสุดท้าย ในรอบตัดเชือก (ถ้าไม่มีรีเพลย์) ส่วนบอลลีกยิ่งเข้มข้น เพราะอาจเห็นลางแชมป์ รวมถึงทีมคว้าโควตาแชมเปี้ยนส์ลีก
เชลซีสเปอร์ส (พรีเมียร์)
สนาม : สแตมฟอร์ดบริดจ์
อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้นว่า ลอนดอน ดาร์บี หนนี้อาจบ่งชี้แชมป์ได้ เพราะหากเจ้าถิ่นเก็บชัยได้นำรองฝูงอย่าง ลิเวอร์พูล ถึง 7 แต้ม และแซงหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี ที่ยังมีลุ้นถึง 9 คะแนน แม้เรือใบสีฟ้าจะเตะน้อยกว่าถึง 3 นัดก็ตาม แต่ในแง่จิตวิทยาการไล่หลังเกือบ 10 แต้ม คงขวัญเสียไม่น้อย
เมื่อเป็นเช่นนั้น เอเดน ฮาซาร์ กองกลางจอมเทคนิคของเจ้าถิ่นที่เคยประกาศขอขึ้นแท่นเป็นนักเตะหมายเลข 1 โลก จึงพร้อมกัดฟันลงทำเกม หลังช่วงปฏิทินฟีฟ่าเดย์ถูกแซะข้อเท้าจนบาดเจ็บในเกมอุ่นเกือกเสมอ ไอวอรีโคสต์ 2-2 ช่วงกลางสัปดาห์ แต่เจ้าตัวกลับขอลงเล่นบิ๊กแมตช์
“มันรู้สึกเจ็บนิดๆ แต่ผมไม่จำเป็นต้องพักหรอกนะ อย่างที่ผมพูดก่อนหน้านี้ ผมจะเล่นได้ดีที่สุด โดยเฉพาะถ้าผมได้ลงเล่นหลายๆ นัด ผมไหวสำหรับเกมใหญ่ในลอนดอน” ฮาซาร์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม โจเซ มูรินโญ อาจไม่เสี่ยงส่งห้องเครื่องชาวเบลเยียมลงปั้นเกม เพราะหวั่นเจ็บและกระทบทีมระยะยาว แต่ถึงลงไม่ได้ก็พร้อมส่ง อังเดร ชูร์เล ดาวรุ่งเมืองเบียร์ที่เพิ่งระเบิดแฮตทริกมาจากเกมถล่ม ฟูแลม 3-1 ในเกมก่อน ส่วนรายอื่น อาทิ แฟรงก์ แลมพาร์ด, รามิเรส, วิลเลียน, ออสการ์ และ เฟอร์นานโด ตอร์เรส พร้อมประสานงานแนวรุก โดยมี บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, จอห์น เทอร์รี, แกร์รี เคฮิลล์ กับ เซซาร์ อัชปิลิกวยตา เฝ้าหลังบ้าน
ด้าน เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ กองหน้าทีมเยือนที่กลับมาท็อปฟอร์มอีกครั้ง ลั่นทัพ “ไก่เดือยทอง” กำลังคึก ฉะนั้นไม่กลัวเชลซีแน่นอน พร้อมขอบคุณ ทิม เชอร์วูด นายใหญ่ถิ่นไวต์ฮาร์ตเลน ที่ไว้วางใจและให้โอกาสกลับมาเป็นตัวจริง จนพังประสำคัญได้อย่างต่อเนื่อง
“ผมยินดีมากที่กลับมายิงประตูได้อีกครั้ง และทำให้ทีมมีเป้าหมายสูงขึ้น ผมขอขอบคุณโค้ช (เชอร์วูด) ที่เข้ามาสร้างความมั่นใจให้กับผมจนกลับมาคืนฟอร์มได้อีกครั้ง” อเดบายอร์ กล่าว
ขณะที่เชอร์วูด ก็มั่นใจโอกาสติดท็อปโฟร์ยังเปิดกว้าง หากชนะได้ในวันเสาร์ก็จะจี้หลังอันดับ 4 แค่คะแนนเดียว และนั่นเป็นจะเป็นการโยนความกดดันไปยังกลุ่มหัวตารางบ้าง อีกทั้งเดือนนี้ยังมีโปรแกรมตัดแต้มกับ อาร์เซนอล และ ลิเวอร์พูล โดยตรง ซึ่งในโลกฟุตบอลทุกอย่างเกิดขึ้นได้ ส่วนขุมกำลังคงให้ ฮูโก โยริส ลงเฝ้าเสา
ไคล์ วอล์คเกอร์ กับ แดนนี โรส เติมเกม 2 ฝั่งแบ็ก และให้ ไมเคิล ดอว์สัน, แยน แฟร์ทองเกน ยืนเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ
แผงกลางใช้ความเร็วของ อารอน เลนนอน ป่วนริมเส้นฝั่งขวา ขณะที่ มูสซา เดมเบเล คอยฉวยโอกาสทางกราบซ้าย โดยมี เปาลินโญ และ คริสเตียน เอริคเซน ยืนคู่กลางรอจ่ายบอลให้อเดบายอร์ปิดสกอร์
ความน่าจะเป็น : เชลซีภายใต้กุนซือ มูรินโญ สุดเคี่ยว โดยเฉพาะเกมที่เน้นผลการแข่งขัน จึงเชื่อว่าคงเน้นแพ็กกลางและใช้ความสามารถเฉพาะตัวผู้เล่นแดนหน้าเจาะเกมรุก ขณะที่สเปอร์ส มาแบบไม่มีอะไรต้องเสีย คงเน้นบุกเป็นหลัก โอกาสเจอโต้กลับเร็วมีสูง
สกอร์ที่คาด : เชลซี ชนะ 1-0
อาร์เซนอลเอฟเวอร์ตัน (เอฟเอ คัพ)
สนาม : เอมิเรตส์
ถือเป็นคู่เอกประจำรอบ 8 ทีมสุดท้าย โดย อาร์แซน เวนเกอร์ นายใหญ่ทัพเดอะ กันเนอร์ส ต้องเน้นศึกเอฟเอ คัพ เป็นพิเศษ เพราะดูจะเป็นไปได้มากที่สุด หากเทียบกับยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่เลกแรกถูก บาเยิร์น มิวนิก บุกอัดคาบ้าน 2-0 โอกาสคัมแบ็กคงต้องหวังปาฏิหาริย์
สำหรับผู้เล่นบาดเจ็บ เจ้าถิ่นขาดนักเตะ อาทิ นาโช มอนเรอัล, อารอน แรมซีย์ และ ธีโอ วัลคอตต์ ส่วนข่าวดี คือ คิม คาลล์สตรอม กองกลางที่ยืมตัวมาจากสปาร์ตัก มอสโก แต่โชคร้ายเจ็บยาว เริ่มกลับมาซ้อมได้แล้ว ซึ่งอาจมีเซอร์ไพรส์บนม้านั่งสำรอง
ด้าน โรแบร์โต มาร์ติเนซ กุนซือเอฟเวอร์ตัน มีดีกรีเป็นแชมป์เก่า เพราะปีที่แล้วคุม วีแกน พลิกล็อกชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี 1-0 แบบช็อกโลก ก่อนจะย้ายมาสร้างทีมดังแห่งกูดิสัน พาร์ก ให้แข็งแกร่งในฤดูกาลนี้ เกมนี้จะไม่มี ฟีล จากีลกา, ดาร์รอน กิบสัน, อันโตลิน อัลคาราซ, อารูนา โคเน และ ไบรอัน โอเบียโด ที่บาดเจ็บ
ความน่าจะเป็น : เจ้าถิ่นกระหายแชมป์มาหลายปี เอฟเอ คัพ หนนี้คงไม่ส่งเด็กชิลๆ เหมือนที่ผ่านมา ดังนั้น ต่อให้ผู้มาเยือนยกระดับมาดีเพียงใด ก็ไม่น่าจะต้านอยู่
สกอร์ที่คาด : อาร์เซนอล ชนะ 2-1







