posttoday
คิกออฟปฏิรูปประเทศชง10ข้อแก้เหลื่อมล้ำ

คิกออฟปฏิรูปประเทศชง10ข้อแก้เหลื่อมล้ำ

13 พฤษภาคม 2553

การแก้ปัญหาที่ถูกจุดต้องแก้ที่คน โดยเพิ่มเรื่องคุณธรรมจริยธรรม และต้องพัฒนาคนให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พึ่งตนเองได้

การแก้ปัญหาที่ถูกจุดต้องแก้ที่คน โดยเพิ่มเรื่องคุณธรรมจริยธรรม และต้องพัฒนาคนให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พึ่งตนเองได้

โดย...ทีมข่าวการเมือง

แม้กลุ่มเสื้อแดงจะยังไม่มีทีท่าสลายการชุมนุม แต่แผนปรองดองแห่งชาติของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กำลังเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย อย่างน้อยเมื่อวันที่ 12 พ.ค. มี 2 เวทีที่ได้ดำเนินการในเรื่องนี้

เวทีแรกที่ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ คณะกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติได้จัดประชุมวาระพิเศษ เพื่อระดมความเห็นแนวทางการปฏิรูปประเทศ ระหว่างวันที่ 12-13 พ.ค. โดยมีคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ เป็นประธานการประชุม โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 100 คน อาทิ นายชบ ยอดแก้ว ปราชญ์ชาวบ้าน จ.สงขลา นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ นายกนก วงศ์ตระหง่าน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายเพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ นักวิชาการอิสระ นายบำรุง คะโยธา ผู้นำชาวบ้านภาคอีสาน ฯลฯ

คิกออฟปฏิรูปประเทศชง10ข้อแก้เหลื่อมล้ำ ชบ ยอดแก้ว

ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า การปฏิรูปต้องมาจากทุกส่วนของสังคมไทย โดยต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น เศรษฐกิจ การเมือง สังคม โดยมีข้อเสนอ 10 ข้อ ได้แก่ 1.การจัดการทรัพยากรสิ่งแวดล้อมที่จากนี้ไปชุมชนท้องถิ่นต้องมีสิทธิและอำนาจในการจัดการทรัพยากร และรัฐต้องจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรมมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาเรื่องที่ดิน 2.การแก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาหนี้สินหนี้นอกระบบ และจัดตั้งกองทุนสวัสดิการในชุมชน กระจายโอกาสการสร้างรายได้และสร้างความมั่งคั่ง พร้อมทั้งการจัดเก็บภาษีก้าวหน้า ภาษีที่ดิน 3.กระจายอำนาจต้องมีการกระจายคืนอำนาจให้ท้องถิ่นจัดการปัญหาและทรัพยากรของตัวเองอย่างเต็มที่ การจัดสรรงบประมาณลงท้องถิ่นอย่างทั่วถึงอิสระ 4.ต้องมีการพัฒนาเกษตรกรอย่างครบวงจรพร้อมกับจัดสวัสดิการชาวนาและมีประกันภัยพืชผลเกษตรด้วย

5.การแก้ไขปัญหาชุมชนเมือง โดยส่งเสริมและแก้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมต่อคนชุมชนเมือง เช่น พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร กฎหมายผังเมือง เพื่อไม่ให้มีการไล่รื้อคนจน 6.เรื่องการศึกษา ต้องสร้างการเรียนรู้เท่าทันในชุมชนและมีการปรับหลักสูตรให้เหมาะสมกับท้องถิ่น เพื่อให้นำกลับไปปรับใช้กับชุมชนของตัวเองได้ 7.ปัญหาของกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ต้องมีการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานทั้งในและนอกระบบ และต้องขยายสวัสดิการทางสังคมสู่แรงงานทุกอาชีพ

8.การแก้ไขปัญหากรอบความคิดเรื่องประชาธิปไตยและเรื่องการเมือง ที่ต้องไปให้มากกว่าการเลือกตั้ง แต่ต้องเป็นประชาธิปไตยที่กินได้และสนับสนุนการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนอย่างเต็มที่ 9.การปลูกฝังให้ประชาชนเคารพกฎหมาย พร้อมกับแก้ไขเรื่องการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องมีความเป็นธรรมไม่มีการเลือกปฏิบัติระหว่างคนรวยคนจน 10.การแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดจากนโยบายของรัฐ ที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตประชาชน โดยรัฐบาลต้องมีความจริงใจแก้ไขกฎหมายที่ไม่ทันสมัย พร้อมกับเปิดให้คนยากจนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐมีสิทธิในการตัดสินใจกำหนดชะตาชีวิตของตัวเองได้ ทั้งนี้ทางคณะกรรมการจะเสนอความเห็นเหล่านี้ให้นายอภิสิทธิ์ในวันที่ 13 พ.ค.นี้

นายอัมพร ด้วงปาน ปราชญ์ชาวบ้านจาก จ.สงขลา กล่าวว่า การปฏิรูปประเทศต้องทำให้เกษตรกรมีที่ทำกินเป็นของตนเอง โดยเฉพาะการจัดการที่ดินในเขตพื้นที่ป่าสงวนหรืออุทยานแห่งชาติ ที่มีปัญหามาอย่างยาวนาน รัฐบาลต้องเข้าไปแก้ไขเพื่อประชาชนที่อยู่ในพื้นที่สามารถเข้าถึงทรัพยากรของรัฐได้

นายชบ ยอดแก้ว ปราชญ์ชาวบ้านจาก จ.สงขลา กล่าวว่า การแก้ปัญหาที่ถูกจุดต้องแก้ที่คน โดยเพิ่มเรื่องคุณธรรมจริยธรรม และต้องพัฒนาคนให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พึ่งตนเองได้ มีวินัย เสียสละ และมีความเป็นประชาธิปไตย หากทำได้จะสามารถตอบโจทย์ใหญ่ของการพัฒนาประเทศได้

อีกเวทีที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดเสวนา “ร่วมปฏิรูปประเทศไทย ถกแผนปรองดอง” โดยมีนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายชัยวัฒน์ สถาอานันท์ คณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีต รมว.ยุติธรรม และชัยวัฒน์ ถิระพันธุ ประธานสถาบันการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคม

อภิรักษ์ กล่าวว่า กระบวนการเร่งผลักดันแผนปรองดองต้องดึงพลังจากทุกภาคส่วนของสังคมในการขับเคลื่อนตามแผน 5 ข้อ วันนี้มีคนศึกษาปัญหาความไม่เป็นธรรมทางสังคม มีนักวิชาการ สถาบันศึกษาอยู่ มีกลไกเครือข่ายภาคสังคมที่ต่อสู้ปัญหาที่ดินทำกิน แทนที่รัฐบาลทำคนเดียว ก็ดึงพลังทางสังคม เช่น ดึงพลังของสื่อ ก็จะขับเคลื่อนที่สำคัญ

“สิ่งที่ผลักดันความฝันเป้าหมายร่วม แน่นอนอาจมีความเห็นแตกต่าง แต่มีหลายเรื่องทำได้เลย เช่น ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาความยากจน หรือกระบวนการยุติธรรม หรือปัญหาเรียกร้องผู้ชุมนุม ที่ว่าสองมาตรฐาน หยิบยกขึ้นมาวาง แต่ถ้ามองยาวในเรื่องความฝัน อยากเห็นประเทศอยู่เย็นเป็นสุข มีคุณภาพชีวิตดี มีการพัฒนายั่งยืน” อภิรักษ์ กล่าว

พงศ์เทพ กลับมองว่า คำนวณระยะเวลาการทำแผนปรองดองแล้วจะมีการยุบสภา ซึ่งเหลือเวลา 4 เดือนเศษ อีกทั้งแผนปรองดองมีเรื่องสำคัญเยอะมาก บอกได้เลยว่ารัฐบาลจะทำให้สำเร็จภายในระยะเวลาแค่นี้ เป็นไปไม่ได้ เพราะหลายปัญหาเป็นปัญหามายาวนาน แม้แต่การบริหารงานของรัฐบาลมาปีเศษ หลายเรื่อง คืบหน้าไหมก็บอกว่าไม่คืบหน้า หลายเรื่องปัญหาทางสังคมไทย จะทำจริงจังก็คงต้องมีรัฐบาลใหม่ ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาลถ้าเขามีความมุ่งมั่นจะสามารถทำได้ดีกว่า

“จุดที่เป็นปัญหาคือ ปัญหาเฉพาะหน้า อยู่ในอำนาจนายกฯ คือทำอย่างไรไม่ให้เกิดการปะทะ สูญเสียชีวิตและเลือดเนื้ออีก” นายพงษ์เทพ กล่าว

ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ ให้ความเห็นน่าสนใจว่าการใช้คำกิริยาต่อแผนปรองดองมีผลอย่างมากในสังคมไทย เช่น แผนปกป้องสถาบันกษัตริย์ กริยาน่าใช้ที่สุด คือ “ยก” ถ้าใช้กริยาผิด เช่น ขึ้นต้นว่า ไล่จับ ความขัดแย้งไม่ลดจะเพิ่มขึ้น แต่ถ้ายก คือ “ยก” เชิดชูพระมหากษัตริย์เหนือการเมืองทุกฝ่าย ทำให้สถานการณ์ดูดี

ส่วนความอยุติธรรมในสังคมไทย ต้องใช้คำว่า “เปลี่ยน” ต้องเปลี่ยนวัฒนธรรม เปลี่ยนโครงสร้าง ความรุนแรงที่เกิดขึ้น 10 เม.ย. รัฐบาลจะใช้กลไกภาคราชการในการตรวจสอบ แต่เวลานี้ทราบดีว่ากลไกรัฐบาลเป็นที่พอใจแค่ไหน คนกลุ่มหนึ่งยอมรับ คนกลุ่มหนึ่งไม่ยอมรับ จึงต้องกลายเป็นกระบวนการคัดเลือก การมีส่วนร่วมเลือกคนมาตรวจ เช่น ฝ่ายรัฐบาลเสนอชื่อมา |ฝ่ายค้านเสนอชื่อมาถามว่าทำได้ไหม แต่ตอนนี้มีคู่ขัดแย้ง

การปฏิรูปการเมืองใช้กริยาว่า “การจัด” ถ้าเลือกตั้งปลายปี โจทก์ไม่อยากเห็นความรุนแรงในการเลือกตั้งจะควบคุมได้อย่างไรให้นักการเมืองปลอดภัยจากการถูกล่า ฆ่ายิง หมายความว่า “การจัด” ที่ว่า ถึงเวลาหรือยังกับ “การจัดการ” อาวุธเถื่อนที่แพร่หลายในสังคมไทยสักที การควบคุมอาวุธ การจัดการซุ้มมือปืน การจัดการทหารนอกแถว เป็นเงื่อนไขสำคัญของการปฏิรูปการเมือง ซึ่งจะทำให้การเลือกตั้งปลอดภัยในระยะยาว ที่ทำให้นักการเมืองได้ทำงาน

ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ กล่าวว่า แผนปรองดองไม่สามารถใช้เวลาน้อยๆ ทำเสร็จในตัวของมันได้ อาจใช้เวลา 20-30 ปี ทุกคนสาละวนแก้ปัญหาความปรองดอง แต่ไม่เริ่มต้นที่จะร่วมมือกัน และที่สำคัญไม่เคยเอาปัญหาของชาติมาเป็นตัวตั้ง ปัญหาที่เป็นปัญหาใหญ่ของชาติคือความขัดแย้งทางการเมือง เป็นพวกนักการเมือง แม้กระทั่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ บุคลากรในสถาบันการศึกษาต่างๆ คนมีส่วนได้ส่วนเสีย คนพวกนี้ไม่ได้เอาประเทศชาติมาเป็นตัวตั้ง แต่มองผลประโยชน์ตัวเองเป็นที่ตั้ง ปัญหาเหล่านี้จึงขจัดไม่ได้ จึงมองว่าปัญหานี้ไม่สามารถแก้ได้ในระยะเวลาอันสั้น

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน