
7 องค์กรเอกชนกดดัน เจรจา-เลิก พรกใฉุกเฉิน
7 องค์กรภาคธุรกิจ ประกอบด้วย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้เปิดการเจรจาหาทางออกให้ประเทศ
7 องค์กรภาคธุรกิจ ประกอบด้วย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้เปิดการเจรจาหาทางออกให้ประเทศ
อิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ระบุว่า 7 องค์กรภาคเอกชนสนับสนุนให้ทุกฝ่ายหันหน้าเจรจากันด้วยความจริงใจเพื่อยุติความขัดแย้งโดยเร็วที่สุด โดยต้องยึดถือผลประโยชน์ประเทศชาติและความสามัคคีปรองดองของประชาชนเป็นที่ตั้ง และไม่ควรสร้างเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคต่อการเริ่มเจรจา
นอกจากนี้ ทูตหลายประเทศที่ได้มีโอกาสพูดคุยเป็นห่วงและกังวลการใช้อาวุธสงครามก่อเหตุ ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำธุรกิจและการลงทุน ปัญหาดังกล่าวจะลดขีดความสามารถด้านการค้าและการลงทุนของไทยในภูมิภาค ดังนั้น ให้รัฐบาลเร่งทำความเข้าใจให้เกิดความเชื่อมั่นโดยเร็วที่สุด
ด้าน พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า เหตุการณ์ทางการเมืองส่งผลให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจโตได้เพียง 23% ต่ำกว่าศักยภาพของไทย คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูญเสีย 2.4 แสนล้านบาท ตั้งแต่เริ่มเกิดความขัดแย้งเมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้สูญเสียรายได้ทางเศรษฐกิจไปกว่า 6 หมื่นล้านบาท
เช่นเดียวกับนายกสมาคมธนาคารไทย ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ก็เห็นว่า ภาคท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การเมืองโดยตรง ขณะที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง
สะท้อนจากตัวเลขช่วงไตรมาส 12 ของปีนี้ มีนักท่องเที่ยวลดลงไปกว่า 1.7 ล้านคน รายได้หายไป 8.2 หมื่นล้านบาท หรือเฉลี่ยลดลง 6% จากเป้าหมายทั้งปี ซึ่ง ปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ระบุว่า หากการเมืองจบในเดือน มี.ค.นี้ คงไม่ปรับเป้าหมายการท่องเที่ยวปีนี้ แต่คงเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 2 ล้านล้านบาท บนพื้นฐานนักท่องเที่ยว 28 ล้านคน
ทั้งนี้ คาดว่าช่วงไตรมาส 34 นักท่องเที่ยวจะกลับเข้ามาแต่ต้องติดตามสถานการณ์ในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายของเดือน มี.ค.อีกครั้ง แต่ขอให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะกระทบต่อการทำประกันชีวิตนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในขณะที่การแจ้งเตือนความปลอดภัยนักท่องเที่ยวต่างชาติ ล่าสุดอยู่ที่ 48 ประเทศ ยังเตือนในระดับ 2-3 แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นรุนแรงมากเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ปี 2553
สำหรับการค้าขายในย่านพื้นที่ชัตดาวน์กรุงเทพฯ ซึ่งได้รับผลกระทบก่อนหน้านี้ ชำนาญ เมธปรีชากุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป กล่าวว่า ศูนย์การค้าสยามพารากอนได้กลับมาเปิดให้บริการตามเวลาปกติแล้ว ในเร็วๆ นี้จะทำแคมเปญรับปิดเทอมและซัมเมอร์กระตุ้นการจับจ่าย
ขณะที่สมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (อาร์เอสทีเอ) แจ้งว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือร่วมกับสมาชิกและสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อร่วมกันจัดกิจกรรมทางการตลาดในช่วงซัมเมอร์กระตุ้นกำลังซื้อทั้งชาวไทยและต่างชาติ
ด้าน สุวรรณา พุทธประสาท รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ หรือคิวเฮ้าส์ ผู้บริหารโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ภายใต้แบรนด์ “เซ็นเตอร์พ้อยท์” เปิดเผยว่า การลดเวทีชุมนุมเหลือแค่สวนลุมพินี อาจไม่มีผลให้ยอดผู้เข้าพักโรงแรมในย่านนี้ฟื้นตัวกลับมาเร็วนัก เพราะยังไม่ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งหากยกเลิกทัวร์จะทยอยฟื้นตัวกลับมาเร็วขึ้น
อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมเลือกพักโรงแรมที่เดินทางสะดวก ไม่อยู่ใกล้พื้นที่ชุมนุม สะท้อนได้จากยอดผู้เข้าพักโรงแรมเครือคิวเฮ้าส์ เซ็นเตอร์พ้อยท์ สีลมบางรัก มียอดผู้เข้าพักมากถึง 90% ส่วนเซ็นเตอร์พ้อยท์ เพลินจิต และราชดำริ ผู้เข้าพักลดจากกว่า 90% เหลือ 50% เซ็นเตอร์พ้อยท์ อโศก ลดจากกว่า 90% เหลือ 80%







