
เพื่อไทยจี้ปปช.เร่งสอบข้าวสมัยอภิสิทธิ์
อดีตสส.เพื่อไทย พาเหรดพบปปช. จี้เร่งสอบโครงการข้าวรัฐบาลอภิสิทธิ์ โดนวิชา ย้อนเกล็ด ฝากตามเอกสารให้ด้วย
อดีตสส.เพื่อไทย พาเหรดพบปปช. จี้เร่งสอบโครงการข้าวรัฐบาลอภิสิทธิ์ โดนวิชา ย้อนเกล็ด ฝากตามเอกสารให้ด้วย
คณะอดีตสส.พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดย นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีตสส.แพร่ นายสุนัย จุลพงศธร นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีตสส.ขอนแก่น นายวิชาญ มีนชัยนันท์ อดีตสส.กทม. ได้เข้ามายื่นหนังสือถึงนายปานเทพ กล้านรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ป.ป.ช.เร่งตรวจสอบโครงการประกันราคาข้าวในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ทั้งนี้ในช่วงแรกนายวิทยา อาคมพิทักษ์ รองเลขาธิการป.ป.ช. ได้เป็นตัวแทนของคณะกรรมการป.ป.ช.มารับหนังสือ แต่คณะอดีตสส.ของพรรคเพื่อไทยแสดงความไม่พอใจ เพราะต้องการให้นายวิชา มหาคุณ โฆษกคณะกรรมการป.ป.ช.ในฐานะผู้รับผิดชอบการไต่สวนโครงการรับจำนำข้าวมาเป็นผู้รับเรื่อง
นายสุนัย กล่าวว่า ในเมื่อคณะอดีตสส.จำนวนมากได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อป.ป.ช.ก็อยากให้มีตัวแทนที่เป็นระดับกรรมการป.ป.ช.มาเป็นผู้รับเรื่องด้วยตัวเอง ซึ่งจะได้ถือโอกาสนี้สอบถามความคืบหน้าในการตรวจสอบโครงการประกันราคาข้าวด้วยว่าทำไมถึงได้มีความล่าช้า
จากนั้นนายวิทยา ได้รับเรื่องและไปแจ้งยังที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ที่กำลังอยู่ในระหว่างการประชุม ก่อนที่ต่อมานายวิทยาจึงได้แจ้งให้คณะอดีตสส.พรรคเพื่อไทยทราบว่านายวิชา จะมาเป็นผู้รับเรื่องด้วยตัวเองที่ห้องรับรอง
ขณะที่นายวรวัจน์กำลังยื่นหนังสือให้กับนายวิชาเป็นทางการนั้นทว่านายวิชา ได้กล่าวว่า คณะกรรมการป.ป.ช.ได้ประชุมร่วมกันและเตรียมที่จะแถลงข่าวชี้แจง แต่อยากฝากพวกท่านด้วยว่าช่วยตามเอกสารที่เกี่ยวข้องให้กับป.ป.ช.ด้วย หลังจากนั้นได้นายวิชาได้กลับไปประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ตามปกติ
สำหรับสาระสำคัญในหนังสือที่คณะอดีตสส.พรรคเพื่อไทย ยื่นให้กับป.ป.ช. มีการระบุว่า โครงการประกันราคาข้าวมีการทุจริตที่เรียกว่าทุจริตจดทะเบียนลม คือ ปัญหาในการสำรวจผลผลิตของครัวเรือนที่ทำประกันและข้อมูลพื้นที่เพาะปลูกจริงตามโครงการประกันรายไก้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวพบว่าจำนวนพื้นที่ผลผลิตจากการเพาะปลูกซึ่งเป็นเงื่อนไขในการขอรับเงินค่าชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาอ้างอิงกับราคาประกันมีจำนวนสูงเกินจริง
กล่าวคือ เป็นการแจ้งผลผลิตและเนื้อที่การเพาะปลูกเกินความเป็นจริง โดยข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(สทอภ.) กับข้อมูลพื้นที่เพาะปลูกที่ขึ้นทะเบียนได้ใบรับรองแล้ว ปรากฎว่าพื้นที่ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนและออกใบรับรองแล้วมีจำนวนสูงกว่าพื้นที่ตามภาพถ่ายดาวเทียมถึงกว่า1.72ล้านไร่ คิดเป็น 10.39%ของผลการขึ้นทะเบียน นอกจากนี้ ยังมีเกษตรกรจำนวนมากที่ปลูกข้าวหอมมะลิซึ่งไม่ได้อยู่ในเกณฑ์จะได้รับเงินจากโครงการก็กลับใช้วิธีการทุจริตจดทะเบียนลมว่าปลูกข้าวเจ้าเพื่อใช้สิทธิรับเงินในโครงการด้วย
ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.)ขณะนั้นได้รู้ถึงปัญหาเป็นอย่างดี แต่เพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ราชการ ถือได้ว่ามีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยมีความเสียหายตลอดระยะเวลา2ปีเป็นจำนวนเงินประมาณ130,455.35ล้านบาท จึงอยากขอให้ป.ป.ช.เร่งดำเนินการตรวจสอบหลังจากที่ได้มีการร้องเรียนมายังป.ป.ช.ตั้งแต่พ.ศ.2552







