posttoday
ยิ่งแรง ยิ่งอยู่ยาก

ยิ่งแรง ยิ่งอยู่ยาก

25 กุมภาพันธ์ 2557

สัญญาณอันตรายเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับสองเหตุการณ์ความรุนแรงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

สัญญาณอันตรายเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับสองเหตุการณ์ความรุนแรงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่าความขัดแย้งในบ้านเมืองซึ่งยกระดับความร้อนแรงใกล้สู่จุดแตกหัก ที่นอกจากจะไม่สามารถจับมือใครดมได้แล้ว ยังไม่มีวี่แววว่าจะหาทางป้องปรามสกัดความสูญเสียไม่ให้เกิดขึ้น ที่สำคัญตราบเท่าที่สถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้สุดท้ายแรงความกดดันทั้งหมดจะย้อนกลับมาที่นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซ้ำเติมมรสุมรุมเร้ารอบด้านอยู่ในเวลานี้

ยิ่งรอบนี้เป็นความรุนแรงที่อุกอาจกว่าทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการโยนระเบิดและกราดยิงใส่กลุ่มผู้ชุมนุมที่เวที กปปส. อ.เขาสมิง จ.ตราด จนมีผู้เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บกว่า 30 คน เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 22 ก.พ. ต่อเนื่องด้วยเหตุรุนแรงกลางกรุงระเบิดหน้าห้างบิ๊กซี สาขาราชดำริ ห่างจากเวที กปปส.แยกราชประสงค์ไม่ถึง 100 เมตร ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 3 คน และบาดเจ็บ 21 คน ในช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 23 ก.พ.

แต่ที่หนักกว่าเหตุการณ์อื่นๆ ที่ผ่านมาคือรอบนี้ทั้งสองเหตุการณ์มีเด็กอายุไม่กี่ขวบในที่เกิดเหตุต้องมารับเคราะห์โดนระเบิดและกระสุนจนเสียชีวิต สร้างความสะเทือนใจให้สังคมเป็นอย่างมาก และวิเคราะห์กันว่านี่ยิ่งจะเป็นการเติมเชื้อความขัดแย้งที่เป็นอยู่ให้หนักขึ้น อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นว่านับจากนี้ต่อไปเหตุการณ์ความรุนแรงคงจะเพิ่มดีกรีมากขึ้นเรื่อยๆรวมทั้งไม่สนใจว่าความรุนแรงนี้จะนำไปสู่ความสูญเสียกับใครบ้าง

ความรุนแรงที่ปะทุหนักขึ้นกับกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ในช่วงนี้ เป็นช่วงเดียวกับที่นายกฯยิ่งลักษณ์ ถูกไล่บี้หนักขึ้นจากกลุ่มผู้ชุมนุมที่ยกระดับขับไล่แบบถึงตัว แถมงัดยุทธศาสตร์บีบท่อน้ำเลี้ยงถล่มธุรกิจในกลุ่มชินวัตร จนหุ้นบริษัทในเครือร่วงยกแผงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่คดีความของนายกฯ ยิ่งลักษณ์เองก็งวดเข้ามาทุกที

ท่ามกลางกระแสข่าวว่าทางศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) เตรียมดึง พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี นายทหารสายเหยี่ยวมาเป็นที่ปรึกษารับมือการชุมนุมของ กปปส. ไปจนถึงนักรบป๊อปคอร์น หรือกองกำลังไม่ทราบฝ่ายที่เปิดตัวตอบโต้ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เค้าลางความรุนแรงที่ทำท่าจะบานปลายหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ นี้ ส่วนหนึ่งมาจากฝีมือกองกำลังต่างชาติ โดยเฉพาะในส่วนของเหตุการณ์ที่ อ.เขาสมิง จ.ตราด ซึ่ง พล.ร.ต.วินัย กล่อมอินทร์ ผู้บัญชาการหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ หรือผู้บัญชาการหน่วยซีล ออกมาฟันธงว่าเหตุการณ์โหดเหี้ยมเช่นนี้ เป็นฝีมือของกองกำลังต่างชาติแน่นอน สอดรับกับที่ตัวเขาเคยออกมาเตือนว่ามีกองกำลังจากต่างชาติเข้ามาเตรียมก่อเหตุ

แม้ในส่วนของมือมืดที่ก่อเหตุที่หน้าบิ๊กซีราชดำริ จะยังไม่มีความชัดเจนว่าเป็นฝีมือจากฝ่ายใด จะเป็นฝ่ายตรงข้าม กปปส. หรือเป็นมือที่สามหวังสร้างสถานการณ์ แต่หากยังปล่อยให้เกิดความรุนแรงเช่นนี้ต่อไป โดยที่รัฐบาลไม่สามารถสืบหาตัวคนร้าย หรือหาทางสกัดกั้นเหตุการณ์ความรุนแรงเช่นนี้ แม้จะเกิดขึ้นกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ออกมาต่อต้านขับไล่รัฐบาลก็ตาม แต่ในฐานะรัฐบาลย่อมไม่อาจปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้ และหากไม่สามารถหาทางคลี่คลาย นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ย่อมไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบ

โดยเฉพาะเมื่อไล่เรียงเหตุการณ์ในช่วงที่ผ่านมา ที่ความรุนแรงเพิ่มระดับทั้งความหนักและจำนวนครั้งจากระเบิดปิงปอง ประทัดยักษ์ มาเป็น M79 หรือระเบิด RGD5 ซึ่งจนถึงวันนี้หลายเหตุการณ์ที่ผ่านมายังไม่มีความคืบหน้าในทางคดีว่าเป็นฝีมือจากฝ่ายไหนอย่างไร ยังไม่รวมกับศึกใหม่ที่ต้องเผชิญกับกองกำลังจากต่างชาติ

ไม่ใช่เพียงแค่เหตุระเบิดรายวัน สัญญาณอันตรายที่น่าห่วงอีกจุดคือการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เปิดหน้าออกมาเคลื่อนไหว“ลั่นกลองรบ” เตรียมชนกับ กปปส. พร้อมตั้งกำลังเป็นองครักษ์พิทักษ์รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ประกาศเคลื่อนไหวแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน เหมือนกลุ่ม กปปส. จนห่วงกันว่าจะนำไปสู่การปะทะกันเองของประชาชนหรือขยายวงลุกลามบานปลายกลายเป็น “สงครามกลางเมือง”ในที่สุด

ยิ่งเมื่อดูรายละเอียดการเคลื่อนไหวของเสื้อแดงพบว่ามีการจัดตั้งกองกำลังชายฉกรรจ์แต่ละจังหวัดไม่ต่ำกว่า 100 คน และให้มีผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน จัดตั้งเครือข่ายลูกเมียของทหาร ตำรวจ เพื่อทำงานสื่อสารมวลชนในที่ตั้งของตนเอง ให้ตั้งเวทีชุมนุมรอบปริมณฑล เพื่อกดดัน กปปส.ไม่ให้เคลื่อนไหวได้อย่างมีอิสระ จัดตั้งหน่วยให้ความรู้ประชาชนในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อเป็นนักรบไซเบอร์ เมื่อสถานการณ์คับขันและต้องเข้ากรุงเทพฯ ให้มีการชัตดาวน์องค์กรอิสระทั้งหมด

สอดรับกับที่ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเสื้อแดง ประกาศชัดว่า “ต่อไปนี้เราจะไม่ถอยอีกแล้ว เมื่อเราสู้จนชนะ เราจะเอานายสุเทพเข้าคุก จะไม่ไล่ใครออกนอกประเทศหรือยึดทรัพย์ เพราะเราไม่ต้องการยึดอำนาจรัฐ ต้องการเพียงระบอบประชาธิปไตย”

แต่แน่นอนว่าความรุนแรงไม่อาจทำให้สถานการณ์ตึงเครียดที่เป็นอยู่คลี่คลายลงไป ตรงกันข้ามกลับมีแต่จะทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลง โดยเฉพาะกับนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ที่จะยิ่งส่งผลเสียต่อการยื้ออยู่ในตำแหน่งต่อไป ท่ามกลางความสูญเสียที่เป็นอยู่

ยิ่งเวลานี้สถานการณ์ในประเทศกำลังถูกจับจ้องในเวทีโลก โดยเฉพาะหลังจาก บันคีมุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ออกแถลงการณ์ประณามการทำให้เกิดความรุนแรงในประเทศไทย พร้อมเรียกร้องให้ยุติการใช้ความรุนแรงในประเทศไทยโดยทันที ขอให้รัฐบาลนำตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษตามกฎหมาย พร้อมขอให้ทุกฝ่ายหันหน้าเจรจากันอย่างจริงจัง เพื่อให้วิกฤตการณ์ยุติลง

นี่จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับนายกฯยิ่งลักษณ์ ว่าจะหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีหรือป้องปรามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ ยิ่งกว่านั้น กปปส.ยังผลักดันเรื่องนี้ไปถึงสหประชาชาติฮิวแมน ไรต์ส วอตช์ สภากาชาดสากล เพื่อชี้แจงกรณีเหตุรุนแรงที่ผ่านมา และจะขอให้องค์กรเหล่านี้จับตาการทำงานของรัฐบาลยิ่งจะทำให้รัฐบาลลำบากมากขึ้น

ตราบใดที่รัฐบาลไม่อาจหาทางสกัดความรุนแรง ซึ่งไม่ว่าจะมาจากฝ่ายไหนก็ตามให้ได้ ย่อมต้องย้อนกลับมาเป็นปัญหากับรัฐบาลที่พยายามจะยื้ออยู่ในตำแหน่งต่อไปในที่สุด

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม