
ช่วยชาวนากันเถอะ
ไม่น่าเชื่อว่า ชาวนาของไทยจะตกทุกข์ได้ยากถึงเพียงนี้ ในอดีตแม้ชาวนาไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็ไม่เคยลำบากยากเข็ญเท่าวันนี้ วันที่รัฐบาลใช้ประชานิยมกับชาวนา เพียงเพื่อหวังคะแนนเสียงจากการเลือกตั้ง ใช้ชาวนาเป็นเกราะกำบังในการแสวงหาประโยชน์ด้วยการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว
ไม่น่าเชื่อว่า ชาวนาของไทยจะตกทุกข์ได้ยากถึงเพียงนี้ ในอดีตแม้ชาวนาไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็ไม่เคยลำบากยากเข็ญเท่าวันนี้ วันที่รัฐบาลใช้ประชานิยมกับชาวนา เพียงเพื่อหวังคะแนนเสียงจากการเลือกตั้ง ใช้ชาวนาเป็นเกราะกำบังในการแสวงหาประโยชน์ด้วยการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว
โครงการรับจำนำข้าวที่โฆษณาหาเสียงไว้ว่า ทักษิณคิดเพื่อไทยทำ นั้น กรรมได้ตกกับชาวนาแล้ว คนที่ได้ประโยชน์เป็นกอบเป็นกำจริงๆ จากโครงการ คือ เจ้าของพรรคและบริวาร นักการเมืองขายตัว ข้าราชการที่ยอมเป็นขี้ข้ารับใช้ และเจ้าของโรงสีที่เป็นนอมินี หรือหัวคะแนนของพรรคเพื่อไทย
โครงการรับจำนำข้าวเป็นโครงการหาเสียงที่บิดเบือนกลไกตลาด ขัดต่อความเป็นจริง จึงไม่สามารถฝืนธรรมชาติ ฝืนความเป็นจริงไปได้ รัฐบาลจึงติดกับดักของตัวเอง เข้าตำรา หมองูตายเพราะงู
ข้าวที่รับจำนำไว้จากชาวนา พรรคเพื่อไทยของชายหน้าเหลี่ยม เคยหาเสียงไว้ว่า สามารถขายได้กำไร ฉะนั้น จึงไม่จำเป็นต้องกู้เงินมาชำระค่าข้าว
แต่ความเป็นจริง รัฐบาลเพื่อไทยของชายหน้าเหลี่ยมกลับใช้วิธีกู้เงินมาชำระค่าข้าวจากชาวนา โดยเก็บข้าวไว้ในสต๊อก ไม่นำออกมาขายอย่างจริงจัง ระยะเวลา 2 ปี ใช้เงินไป 7 แสนล้านบาท วันนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่า โครงการขาดทุนหรือกำไรเท่าไร
รัฐมนตรีพาณิชย์ไม่สามารถตอบคำถามนักข่าวได้ว่า โครงการนี้ขาดทุนหรือกำไรเท่าใด อ้างแต่ว่าข้าวในสต๊อกยังไม่ได้ขาย จึงไม่รู้ว่าขาดทุนเท่าไร
วิกฤตชาวนาครั้งนี้เกิดขึ้นจากการกระทำของรัฐบาลเอง เป็นไปตามกฎแห่งกรรม เป็นกรรมหนักที่ให้ผลไว ไม่ต้องรอชาติหน้า กรรมตามสนองทันตาเหมือนติดจรวดเทอร์โบ
รัฐบาลติดปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่สามารถกู้เงินในระหว่างที่เป็นรัฐบาลรักษาการอันเนื่องมาจากการยุบสภาหนีการชุมนุม ซึ่งเป็นข้อห้ามสร้างภาระผูกพันรัฐบาลหน้า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181
ข้อกฎหมายดังกล่าวเป็นที่ทราบกันดี เพราะเป็นบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ฉะนั้น จึงไม่แต่เฉพาะรัฐบาลเท่านั้นที่ต้องปฏิบัติ แต่ทุกองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนต้องถือปฏิบัติด้วย หากฝ่าฝืนเท่ากับทำผิดกฎหมาย จึงไม่แปลกที่แม้รัฐบาลจะหาญกล้ายอมหลับหูหลับตาทำผิดกฎหมาย ด้วยการให้ธนาคารของรัฐกู้เงินโดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน จึงไม่มีธนาคารไหนกล้าเล่นด้วย
เพราะเห็นผลข้างหน้าว่า ถ้าการกู้เงินเป็นโมฆะ ผู้ให้กู้จะไปเรียกร้องจากใคร จะอ้างว่าสุจริตไม่รู้ว่ารัฐธรรมนูญห้าม ศาลก็คงไม่เชื่อ นอกจากผลทางแพ่งแล้ว หากเป็นธนาคารของรัฐก็ยังเจอมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญา ที่รู้จักกันดีว่า การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ผู้บริหารธนาคารกรุงไทยคงจำได้ดีกับการจำคุกอดีตกรรมการผู้จัดการท่านหนึ่งเมื่อหลายปีมาแล้ว สำหรับธนาคารพาณิชย์ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ก็ต้องอยู่ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ด้วยการปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใส ไม่ทำผิดกฎหมาย
หากธนาคารใดฝืนทำผิดกฎหมายร่วมกับรัฐบาล ย่อมเสี่ยงกับการกระทำความผิดทางอาญา และเสี่ยงกับความเสียหายในทางแพ่งที่อาจเรียกหนี้คืนไม่ได้ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมกระทบถึงสถานะของธนาคาร และหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องกระทบถึงผู้ฝากเงินและผู้ถือหุ้นของธนาคาร รวมถึงพนักงานธนาคารด้วย
หลักกฎหมายดังกล่าวถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ ประชาชนทั่วไปทราบถึงข้อกฎหมายดังกล่าวดี รวมถึงพนักงานของธนาคารต่างๆ ที่ยิ่งต้องทราบข้อกฎหมายและความเสี่ยงที่ธนาคารจะได้รับ การต่อต้านการให้กู้เงินเพื่อให้รัฐบาลนำไปใช้ในโครงการรับจำนำข้าวจึงเกิดขึ้น เป็นการต่อต้านการกู้เงินที่ผิดกฎหมาย ไม่ได้ต่อต้านการช่วยชาวนา
กปปส.ไม่มีอิทธิพลที่จะขัดขวางการดำเนินธุรกิจของธนาคารโดยเฉพาะธนาคารของรัฐได้ ผู้ที่ออกมาแต่งชุดดำต่อต้านคือพนักงานของธนาคารเอง
รัฐมนตรีของรัฐบาลนี้คนหนึ่ง ที่แสดงอาการโมโหโกรธาที่ธนาคารไม่ยอมให้กู้ โดยกล่าวหาว่า มีกระบวนการขัดขวางไม่ให้มีการช่วยชาวนา จึงเป็นการแสดงความอ่อนด้อยแห่งภาวะผู้บริหาร และแสดงถึงการเป็นขี้ข้ารับใช้คนโกงอย่างไม่รู้ผิดชอบชั่วดี
ประชาชนที่ออกมาต่อต้านการให้กู้เงินเพื่อนำไปใช้ในโครงการรับจำนำข้าวนั้น เขาต่อต้านการทำผิดกฎหมาย ไม่ใช่ต่อต้านการช่วยชาวนา
ผมยกตัวอย่างให้เห็นง่ายๆ สมมติว่า รัฐบาลไปปล้นเอาเงินที่ต้องจ่ายเงินเดือนให้ข้าราชการมาชำระค่าข้าวชาวนา โดยบอกว่าขอติดค้างเงินเดือนข้าราชการไว้ก่อน หลังเลือกตั้งจะตกเบิกให้ ซึ่งผิดกฎหมาย ถามว่า เราจะยอมให้ทำอย่างนั้นไหม ข้าราชการจะยอมไหม
การที่ประชาชนแห่ไปถอนเงินจากธนาคารออมสิน ก็ด้วยเหตุผลนี้ เหตุผลที่การให้กู้เงินเป็นการกระทำผิดกฎหมาย เขาห่วงว่าจะกระทบกับเงินฝากของพวกเขา ไม่ใช่ขัดขวางการช่วยชาวนา
แต่ก็ต้องยอมรับว่า การถอนเงินในช่วงหลัง คือหลังจากที่พวกขี้ข้าคนหน้าเหลี่ยมทำตัวเป็นข่าวนำเงินไปฝากธนาคารออมสินนั้น เป็นการถอนจากความหมั่นไส้
การถอนเงินจากธนาคารออมสินที่รัฐบาลอ้างว่าเป็นการเมืองนั้น ความจริงแล้วขี้ข้าแม้วที่เอาไปฝากต่างหากที่เป็นการเมือง ใช้ธนาคารออมสินเป็นสนามการเมือง เป็นสนามประลองกำลังในทางการเมือง หากพวกขี้ข้าหน้าเหลี่ยมนิ่งเฉยเสียหรือจะฝากก็ทำกันอย่างเงียบๆ การแห่ถอนเงินคงจะหยุดเมื่อผู้จัดการประกาศลาออก ประธานกรรมการประกาศยุติโครงการให้กู้
แต่เพราะความอหังการจนเคยตัว จึงเอาธนาคารออมสินเป็นสนามประลองกำลังทางการเมือง แล้วความเสียหายก็ตกอยู่กับธนาคาร โดยคนพวกนี้ไม่มีสำนึก ไม่มีแม้แต่จะขอโทษ
หากจะช่วยชาวนาจริง หากมั่นใจว่าใบประทวนสามารถขึ้นเงินได้ ช่วยบอกชายหน้าเหลี่ยมกับหญิงซาลาเปา และคนในตระกูลชิน ให้ควักเงินออกมาตั้งโต๊ะรับซื้อใบประทวนจากชาวนาโดยตรง ไม่ต้องไปหาวิธีทำผิดกฎหมายมาจ่ายหนี้ชาวนา
กล้าทำกันไหมละ







