posttoday
ทึ้งเงินแบงก์สูญเปล่าชาวนาแหงนรอต่อไป

ทึ้งเงินแบงก์สูญเปล่าชาวนาแหงนรอต่อไป

24 กุมภาพันธ์ 2557

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

กระแสต่อต้านโครงการรับจำนำข้าว เพราะเชื่อว่าน่าจะมีปมการทุจริตซ่อนอยู่หลังจากใช้เงินรับจำนำไปแล้ว 7.5 แสนล้านบาท ทำให้เกิดการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการแห่ไปถอนเงินตามธนาคารต่างๆ ที่มีกระแสข่าวลือในโลกโซเชียลมีเดียว่าเป็นธนาคารที่จะปล่อยกู้ให้โครงการรับจำนำข้าว ที่ยังค้างเงินเกษตรกรอีก 1 ล้านราย คิดเป็นเงินกว่า 1.2 แสนล้านบาท

ปรากฏการณ์แห่ถอนเงินเริ่มที่ธนาคารกรุงไทยเป็นแห่งแรก เมื่อต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา จากการโพสต์ในเฟซบุ๊กว่า ธนาคารกรุงไทยเตรียมปล่อยกู้รัฐบาล 1.6 แสนล้านบาท เอามาใช้ในโครงการรับจำนำข้าว เล่นเอา วรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ถึงกับเต้น ต้องแถลงข่าวด่วนเพื่อกลบกระแสคัดค้าน แม้ฝ่ายบริหารจะไม่ยอมแจ้งตัวเลขเงินที่ถูกถอน แต่วงในยอมรับว่าเป็นหลักหมื่นล้านบาท

รายต่อมาคือ ธนาคารออมสิน ซึ่งมีฐานเงินฝากมากกว่า 1.2 ล้านล้านบาท และมีสภาพคล่องส่วนเกินถึง 2 แสนล้านบาทมากที่สุดในบรรดาแบงก์รัฐ ถูกบีบเช้าบีบเย็นทั้งจากในและนอกประเทศให้ปล่อยกู้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหรือ ธ.ก.ส. ตั้งแต่เดือน ม.ค.

สุดท้าย จึงตัดสินใจเปิดวงเงินให้ ธ.ก.ส.กู้ 2 หมื่นล้านบาท ก้อนแรกผ่านช่องทางอินเตอร์แบงก์ 5,000 ล้านบาท ช่วงกลางเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ส่งผลให้ถูกแห่ถอนเงินตั้งแต่วันแรกที่เปิดทำการ 17 ก.พ. กว่า 3 หมื่นล้านบาท ขณะที่มีคนนำเงินมาฝาก 1 หมื่นล้านบาท

ยิ่งฝ่ายหนุนรัฐบาล พลพรรคคนรักเสื้อแดงอย่าง จตุพร พรหมพันธุ์ กระพือข่าวว่าใครถอนเงินไปเท่าไรจะให้คนเสื้อแดงเอาเงินมาฝากคืนเท่านั้น ยิ่งเป็นเหมือนเอาน้ำมันราดกองไฟ เงินฝากยิ่งไหลออก โดยวันที่ 18 ก.พ. มียอดถอนกว่า 4 หมื่นล้านบาท แต่ยอดฝากเข้ามีเพียง 1.2 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ วรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ต้องยอมลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ตามข้อเรียกร้องของพนักงาน และลามไปถึงการไล่คณะกรรมการให้ลาออกด้วย และทำให้ตลอด 4 วัน ออมสินถูกแห่ถอนกว่า 1 แสนล้านบาท แต่มีเงินฝากเฉียด 5 หมื่นล้านบาท สุทธิแล้วถูกถอนไปกว่า 5 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ยังมี ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารทหารไทย รวมถึงธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือ ไอแบงก์ ที่ถูกลือว่ารัฐบาลจะมากู้เงินเพื่อไปอุ้มจำนำข้าวด้วย จนผู้บริหารแต่ละแห่งต้องรีบแถลงด่วนปฏิเสธข่าว

การนำประเด็นการเมืองเรื่องช่วยชาวนา จนเกิดปรากฏการณ์แห่ถอนเงินฝาก และลามไปถึงการถอนเงินจากสถาบันการเงินหนึ่งไปฝากอีกสถาบันการเงินหนึ่ง ส่งผลให้ระบบการเงินปั่นป่วนไปทั่ว

แต่ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าใครจะหอบเอาเงินมากแค่ไหนไปฝากไว้ที่ออมสิน หรือ ธ.ก.ส. ก็ไม่สามารถช่วยชาวนาได้ กลับกันการประกาศตัวไปฝากเงินของพลพรรคคนรักเสื้อแดง ยิ่งทำให้เกิดการถอนเงินจากคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นภาพที่ไม่มีสถาบันการเงินแห่งไหนอยากให้เกิด ไม่มีสถาบันการเงินใดต้องการให้เกิดการแบ่งแยกสี แบ่งฝ่าย เพราะทุกธนาคารต่างต้องการให้บริการประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

อีกทั้งในกระบวนการขั้นตอนการจ่ายเงินให้ชาวนาในโครงการรับจำนำข้าวของ ธ.ก.ส. ซึ่งทำหน้าที่เป็นเหมือนเคาน์เตอร์จ่ายเงินให้รัฐบาลนั้น ได้ทำการแยกบัญชีในโครงการรับจำนำข้าวไว้ชัดเจน เรียกว่าบัญชีพิเศษ หรือ พีเอสเอ เพื่อที่ว่าหากมีความเสียหายเกิดขึ้น รัฐบาลจะต้องตั้งงบประมาณชดใช้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยทั้งหมด

ดังนั้น การนำเงินไปฝากให้ ธ.ก.ส. จึงถือเป็นการทำธุรกรรมปกติ โดยที่ ธ.ก.ส.ไม่สามารถนำสภาพคล่องส่วนนี้มาใช้ในโครงการรับจำนำได้ เนื่องจากการเป็นรัฐบาลรักษาการ ทำให้เงินที่จะเอามาใช้คืนชาวนานั้นถูกบล็อกไว้หมด ไม่สามารถกู้หนี้ยืมสินจากแหล่งอื่นได้

ทั้งนี้ เงินที่รัฐจะจ่ายชาวนาได้ต้องมาจาก 3 ทางเท่านั้น คือ

1.เงินจากการระบายข้าว ถือเป็นทางออกที่ถูกต้อง เหมาะสมที่สุดในภาวะนี้ แต่กระทรวงพาณิชย์กลับทำกระมิดกระเมี้ยนที่จะเอาข้าวในสต๊อกเกือบ 20 ล้านตันออกมาขาย ยิ่งทำให้สังคมสงสัยว่าข้าวหายไปไหน และทำไมเหลือแต่ข้าวที่เป็นรา ข้าวเสื่อมคุณภาพเต็มโกดัง!!!!!

2.เงินที่กระทรวงการคลังจัดหามาให้จากการกู้ โดยให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ หรือ สบน. เปิดวงเงินไว้ 1.3 แสนล้านบาท จากเป้าหมายการใช้เงินทั้งโครงการที่ 2.7 แสนล้านบาท แต่เนื่องจากเป็นรัฐบาลรักษาการ ทำให้ไม่มีสถาบันการเงินใดเข้าร่วมประมูลเงินกู้เพราะกลัวผิดกฎหมาย

ส่วนวิธีการล่าสุดคือ เปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์ให้รายย่อยเข้ามาซื้อ ซึ่ง กิตติรัตน์ ณ ระนอง รมว.คลัง บอกว่า จะขายในอีก 78 สัปดาห์ข้างหน้า หรือราว 2 เดือนจากนี้ แต่วิธีการออกพันธบัตรยังไม่ชัดเจนว่าจะทำได้หรือไม่ในภาวะเช่นนี้ เพราะ ธ.ก.ส.เองก็มีทีท่าปฏิเสธที่จะเป็นฝ่ายออกพันธบัตรแล้ว และใครจะกล้าลงนามการออกพันธบัตร เพราะภาระดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจะตกเป็นภาระรัฐบาลถือว่าเข้าข่ายผิดมาตรา 181 (3) อีก

ทางออกที่ 3.การใช้เงินจากงบประมาณชดเชยส่วนต่างราคา แต่เป็นหนทางที่ปิดตายแล้วสำหรับรัฐบาลรักษาการชุดนี้ เพราะปีที่ผ่านมารัฐบาลได้ตั้งงบปี 2557 ใช้หนี้ ธ.ก.ส.แล้ว 8.2 หมื่นล้านบาท ส่วนงบประมาณปี 2558 ยังไม่ตั้งไข่ ต้องรอการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ก่อน

นอกจากนี้ ยังมีการเสนอแนวคิดเรื่องการตั้งกองทุนชาวนา โดยให้เปิดบัญชีไว้ที่ ธ.ก.ส. เพื่อทำหน้าที่จัดสรรเงินให้ชาวนาที่มีใบประทวน ซึ่งวิธีการนี้ทาง ธ.ก.ส.ก็ออกตัวแล้วว่า ต้องขอหารือในคณะกรรมการธนาคารก่อน

อย่างไรก็ดี ดูเหมือนการหาเงินมาช่วยชาวนาในโครงการรับจำนำในช่วงรัฐบาลรักษาการจะแทบไม่มีทางออก นอกเสียจากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ขึ้นเพื่อให้มีอำนาจเต็มในการบริหารงบประมาณ

ดังนั้น การแห่ฝากเงินหรือถอนเงิน จึงไม่มีผลอะไรโดยตรงในการช่วยเหลือชาวนาในโครงการรับจำนำได้ ซ้ำจะกลายเป็นการหวังดีที่ประสงค์ร้ายต่อสถาบันการเงินไป ขณะที่รัฐบาลจะช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับสถาบันการเงินไว้ได้ จะต้องดึงโครงการรับจำนำข้าวอยู่ให้ห่างแบงก์เข้าไว้ เพราะการแห่ถอนเงินฝากของธนาคารออมสินเพียงไม่กี่วันเป็นแสนล้าน ถือเป็นการสะท้อนภาพว่า ประชาชนไม่เอารัฐบาลที่ชัดเจนอีกภาคส่วนหนึ่งแล้ว

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69