
อุปสรรครายล้อม "ยิ่งลักษณ์" ไปต่อลำบาก
โดย...ทีมข่าวการเมือง
โดย...ทีมข่าวการเมือง
สถานการณ์ในทางการเมืองเวลานี้ ถือได้ว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กำลังอยู่ในภาวะสาหัสไม่น้อย เพราะต้องเผชิญกับมวลมหาวิบากกรรม แม้จะมีจุดแข็งในฐานะที่ยังอยู่ในอำนาจรัฐ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะฝ่าอุปสรรคเพื่อให้รัฐบาลอยู่ไปตลอดรอดฝั่งได้
เงินจำนำข้าวไม่ถึงมือชาวนา
กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง พยายามสยบม็อบชาวนาด้วยการอ้างว่า ภายในสัปดาห์นี้จะมีเงินจำนำข้าวมาจ่ายให้กับชาวนา แต่ท่าทีของกิตติรัตน์ที่ออกมากลับถูกตั้งคำถามว่า รัฐบาลจะเอาเงินมาจากที่ไหน เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 181 บัญญัติข้อห้ามไม่ให้รัฐบาลรักษาการอนุมัติ หรือดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดที่อาจมีผลผูกพันกับรัฐบาลใหม่ในอนาคต
สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ต่างอะไรกับหนีเสือปะจระเข้ เพราะถ้าไม่จ่ายเงินให้กับชาวนาตามสัญญาก็อาจถูกกล่าวหาว่าผิดสัญญา หรือครั้นจะเอาเงินมาจ่ายจะถูกตรวจสอบจากองค์กรอิสระ
ปปช.เร่งสอบคดีจำนำข้าวแก้ รธน.
การทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีผลต่อการอยู่หรือไปของยิ่งลักษณ์เป็นอย่างมาก ขณะนี้มี 2 คดีที่คาดว่า ป.ป.ช.จะวินิจฉัยชี้ขาดได้ในเร็วๆ นี้ คือ คดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งป.ป.ช. นัดนายกฯ มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 27 ก.พ. และคดีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ สว. โดยทั้งสองคดีต่างมีส่วนเกี่ยวพันกันอย่างไม่น่าเชื่อ
กล่าวคือ หาก ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนายกฯ และส่งให้เรื่องวุฒิสภาถอดถอน จะมีผลให้ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ เช่นเดียวกับ สว.อีก 50 คน ที่ร่วมกันเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ต้องเว้นวรรคชั่วคราว ภายหลัง ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดเช่นกัน
การหยุดทำหน้าที่ของ สว. 50 คน ทำให้มติ 3 ใน 5 ของ สว.ที่จะสามารถถอดนายกฯ ได้จะเหลือเพียง 60 เสียง จาก สว.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 99 คน จากเดิมที่ต้องใช้ถึง 90 เสียง จาก สว.ทั้งหมด 149 คน ซึ่งจำนวนเสียงที่ลดลงย่อมไม่เป็นผลดีต่อความมั่นคงในตำแหน่งของยิ่งลักษณ์
ศาล รธน.ชี้ชะตาเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท
วันที่ 27 ก.พ. ศาลรัฐธรรมนูญนัดให้นายกฯยิ่งลักษณ์ ยื่นคำแถลงปิดคดีความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ คาดว่าหลังจากยื่นคำแถลงปิดคดีทางศาลจะกำหนดวันอ่านคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการต่อไป
คดีนี้อาจไม่มีผลต่อสถานะของรัฐบาล แต่หากศาลวินิจฉัยว่ากฎหมายดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ ย่อมเป็นเหตุให้มีการยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.เอาผิดกับรัฐบาลต่อไป
เปิดประชุมสภาไม่ทันตั้งรัฐบาลไม่ได้
รัฐธรรมนูญกำหนดว่าหลังจากวันเลือกตั้งจะต้องเปิดประชุมสภาภายใน 30 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 4 มี.ค. แต่เวลานี้เป็นที่แน่นอนแล้วว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่สามารถจัดเลือกตั้งเพื่อให้มี สส.ครบเบื้องต้น 475 คน เพื่อเปิดประชุมรัฐสภาและสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาล
เมื่อการเลือกตั้งไม่ได้ช่วยให้มีรัฐบาลใหม่ที่มีอำนาจเต็มเข้ามาบริหารประเทศได้ทันตามเงื่อนเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความถึงสถานะของรัฐบาลรักษาการในปัจจุบันด้วย
สว.ชุดใหม่ถอดถอนนายกฯ
นัยของการเลือกตั้ง สว. ในวันที่ 30 มี.ค. อยู่ที่การเข้ามามีบทบาทต่อการชี้ชะตาของนายกฯ ด้วย เพราะหาก ป.ป.ช. ส่งเรื่องถอดถอนนายกฯ ในคดีจำนำข้าวมาให้วุฒิสภาหลังจาก กกต.ประกาศรับรอง สว.ชุดใหม่ จะทำให้ สว.ชุดนี้มีอำนาจลงมติว่าถอดถอนยิ่งลักษณ์หรือไม่
ถ้า สว.หน้าใหม่ที่เข้าสภาส่วนใหญ่มีจุดยืนตรงข้ามกัน ก็ย่อมมีผลต่อสถานะของนายกฯ ไปในตัว เพราะกลุ่ม 40 สว. อาจสามารถรวมเสียงกับ สว.ชุดใหม่เพื่อลงมติให้นายกฯ พ้นจากตำแหน่งได้







