
เขื่อนยักษ์ภาคเหนือเร่งพร่องน้ำดันน้ำเค็ม
2 เขื่อนยักษ์ภาคเหนือ เร่งระบายน้ำจืดผลักดันน้ำเค็มเข้าแม่น้ำท่าจีนและเจ้าพระยา ทุบสถิติปี 2553
2 เขื่อนยักษ์ภาคเหนือ เร่งระบายน้ำจืดผลักดันน้ำเค็มเข้าแม่น้ำท่าจีนและเจ้าพระยา ทุบสถิติปี 2553
นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) (สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้เขื่อนภูมิพล จ.ตาก และเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ เร่งปล่อยน้ำออกจากเขื่อนเพื่อผลักดันน้ำเค็มรวมกันวันละ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร จากน้ำที่มีอยู่ในเวลานี้รวมกันทั้งสองเขื่อน 4,700 ล้านลูกบาศก์เมตร
ทั้งนี้ เนื่องจากปีนี้น้ำเค็มทะลักเข้าแม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำเจ้าพระยามากกว่าทุกปี หรือทำลายสถิติปี 2553 เนื่องจากวิกฤตภัยแล้งมาเร็วกว่าทุกปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะระหว่างวันที่ 20-23 ก.พ.นี้ น้ำทะเลจะหนุนสูงกว่าปกติ จะส่งผลต่อระดับความเค็มของน้ำในแม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำเจ้าพระยา
นายรอยล กล่าวว่า วิธีการแก้ปัญหาน้ำทะเลหนุนสูง คือ การดูจังหวะการปิดเปิดประตูน้ำ และการส่งน้ำจืดเข้าไปผลักดันน้ำเค็มให้ได้ถึงวันละ 60 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือเดือนละ 1,800 ล้านลูกบาศก์เมตร ถึงจะสามารถแก้ปัญหาหรือทำให้ปัญหาน้ำเค็มรุกเข้ามาให้น้อยที่สุดได้
อย่างไรก็ตาม 2 เขื่อนยักษ์ดังกล่าวปล่อยน้ำไหลรวมกันวันละ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่เมื่อไหลผ่านมาถึงแม่น้ำเจ้าพระยา จะเหลือเพียงแค่ 6 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น เนื่องจากระหว่างทางมีการนำน้ำไปใช้จนเหลือแค่นี้ ทำให้การเอาน้ำจืดไปผลักดันน้ำเค็มน้อยมาก ดังนั้น จะต้องวางแผนเรื่องการบริหารจัดการน้ำให้ดี และได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย
นายรอยล กล่าวอีกว่า สิ่งที่ต้องระวัง คือ ต้องประหยัดน้ำ ที่ต้องอาศัยการบริหารจัดการที่แม่นยำ โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำอย่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานที่คลองลัดโพธิ์มากขึ้น คือ ช่วงที่มีน้ำทะเลหนุนขึ้นสูงจะต้องปิดประตูคลองลัดโพธิ์ทันที ส่วนการใช้น้ำภาคการเกษตร ต้องประหยัด เพราะไม่มีน้ำแล้ว นอกจากนี้ ปีนี้ประเทศไทยจะเจอแล้งกว่าปกติ แต่ไม่ทั่วประเทศ จะหนักเฉพาะพื้นที่ภาคกลางกับภาคเหนือเท่านั้น แต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือปีนี้กลับมีน้ำดี จะมีปัญหาเล็กน้อยเฉพาะ จ.ขอนแก่น เท่านั้น
นายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ทางจังหวัดจะเรียกประชุมหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งราชการส่วนภูมิภาคประจำจังหวัด และหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาประชุมเพื่อกำหนดมาตรการเร่งด่วน เพราะมีรายงานว่าน้ำเค็มหนุนมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา หนุนมาถึงเขต อ.บางไทร ที่เป็นรอยต่อของ จ.ปทุมธานี แล้วเช่นกัน







