
ราคาน้ำมันสำคัญไฉน?
“น้ำมันแพง” เป็นความขุ่นข้องใจเรื่องหนึ่งในด้านพลังงาน
“น้ำมันแพง” เป็นความขุ่นข้องใจเรื่องหนึ่งในด้านพลังงาน
น้ำมันมี “ราคาตลาด” เหมือนอย่างข้าวหรือทองคำ ราคาขายปลีกน้ำมันในแต่ละประเทศเป็นผลรวมของราคา ณ โรงกลั่น (ซึ่งมีทางปฏิรูปให้ถูกลงได้) ค่าใช้จ่าย/กำไรผู้ค้าปลีก รวมทั้งภาษีต่างๆ และเงินอุดหนุน ซึ่งของไทยคือกองทุนน้ำมันฯ ที่อาจเป็นบวกหรือลบ (Cross Subsidy)
อัตราภาษี + กองทุนของน้ำมันแต่ละชนิดขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐในช่วงนั้นๆ ปัจจุบัน เบนซินแก๊สโซฮอล์ (E20) เป็น : 15% เบนซิน 95 : 38% ดีเซล : 0%
งานวิจัยของ GIZ หรือองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี (เม.ย. 2556) แบ่งประเทศต่างๆ ออกเป็น 4 กลุ่ม ตามนโยบายราคาน้ำมัน ซึ่งมีนัยสำคัญในเชิงเหตุผลและผลกระทบของการตั้งราคา เขาแสดงเป็นกราฟเรียงประเทศจากราคาต่ำสุดไปสูงสุด
กลุ่มที่ 1 รัฐอุดหนุนราคามาก – ราคาขายปลีกไล่เรียงจากที่ต่ำสุด (เวเนซุเอลา) ขึ้นไปจนถึงราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ประเทศในกลุ่มนี้ (รวมอินโดนีเซียและมาเลเซีย) มักมีน้ำมันสำรองสูง ผลิตได้เกินการใช้ ส่งออก (สุทธิ) มาก มีรายได้สูงมากพอที่จะใช้อุดหนุนราคาขายปลีก
กลุ่มที่ 2 รัฐอุดหนุนราคา – ราคาขายปลีกสูงเท่า/กว่าราคาน้ำมันดิบ ไล่เรียงขึ้นไปจนถึงราคาเฉลี่ยของสหรัฐอเมริกา ซึ่งพอจะให้อุตสาหกรรมน้ำมันมีกำไร จ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีการใช้ถนน แต่ยังไม่พอค่ารักษาสุขภาพและความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้น้ำมัน
กลุ่มที่ 3 รัฐเก็บภาษี – ราคาขายปลีกสูงเท่า/กว่าราคาเฉลี่ยสหรัฐ ไล่เรียงขึ้นไปจนถึงราคาขายปลีกประเทศลักเซมเบิร์กที่เป็นราคาต่ำสุดในสหภาพยุโรป ซึ่งกำหนดภาษีขั้นต่ำสำหรับการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เพื่อชดเชยผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
กลุ่มที่ 4 รัฐเก็บภาษีสูง – ราคาขายปลีกสูงเท่า/กว่าลักเซมเบิร์ก ไล่เรียงขึ้นไปจนสูงสุด คือ ตุรกีและนอร์เวย์ ประเทศเหล่านี้เก็บภาษีน้ำมันหารายได้เข้ารัฐเพื่อนำไปใช้ในด้านอื่นๆ อัตราภาษีสูงส่งเสริมประสิทธิภาพในการขนส่ง
ดีเซลไทย อยู่กลุ่มที่ 2 ต่ำกว่าฟิลิปปินส์และต่ำกว่าเวียดนาม ลาว สิงคโปร์ กัมพูชา ฮ่องกง ในกลุ่ม 3
เบนซิน (95) ไทยอยู่กลุ่มที่ 3 สูงกว่าพม่า เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ลาว กัมพูชา แต่ต่ำกว่าสิงคโปร์ ฮ่องกง ในกลุ่ม 4
ถือได้ว่าจริงที่ น้ำมัน (เบนซิน 95) ไทยแพง แต่ดีหรือเลว เป็นอีกประเด็น
ราคาน้ำมันต่ำๆ จะทำให้ประชาชนมีความสุข เพราะใช้ได้อย่างสบายใจ คนจนที่ใช้น้ำมันในการประกอบอาชีพจะได้ประโยชน์โดยตรง และทางอ้อมหากของกินของใช้ราคาถูกเพราะค่าขนส่งอาจจะถูกลง
แนวคิดนี้เป็น “ประชานิยม”!??
คนรวยได้ประโยชน์มากกว่าคนจน เพราะใช้น้ำมันปริมาณสูงกว่ามาก การใช้อย่างฟุ่มเฟือยทำให้ต้องนำเข้าเพิ่ม เกิดผลกระทบทางมลพิษ/สุขภาพ สิ่งแวดล้อม/ภาวะโลกร้อน ทำให้ประเทศในกลุ่ม 4 เก็บภาษีสูงเพื่อลดผลเสียเหล่านี้ และจูงใจให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้ การพัฒนาพลังงานทางเลือก อีกทั้งหารายได้เข้ารัฐ ซึ่งก็จะช่วยลดภาษีตัวอื่นลงได้
มีการ “รั่วไหล” เพราะน้ำมันจะไหลจากที่ที่ราคาต่ำไปสู่ที่ราคาสูง รัฐบาลมาเลเซียตั้งใจขายน้ำมันราคาถูกเฉพาะที่ปั๊ม แต่ถูกลักลอบไปขายให้โรงงานอุตสาหกรรม และออกไปประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยด้วย ไทยเองก็มีก๊าซ LPG ที่ผู้ใช้เบนซิน 95 ต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนเพื่อกดราคาให้ต่ำ แต่ถูกลักลอบไปขายให้คนลาว เขมร พม่า (ควรลดเงินกองทุน LPG เพื่อลดราคาเบนซิน 95)
มีการโกงเงินอุดหนุน เช่น อินโดนีเซียช่วงปี25442551 ตรวจพบการทุจริตกว่า 6 หมื่นล้านบาท ของไทยก็มีข่าวลือ แต่ยังไม่มีการตรวจพบ
หากจะปฏิรูปให้คนจนได้ใช้พลังงานราคาถูก ควรจะทำให้ตรงกลุ่มเป้าหมายและจำกัดปริมาณที่เหมาะสม อย่างกรณีไฟฟ้าฟรีสำหรับคนที่ใช้ไม่เกิน 50 หน่วย
ต้องระวังไม่ให้ต้นทุนการอุดหนุนสูงเกินจำเป็น และไม่บิดเบือนกลไกตลาด อย่าให้เป็นอย่างโครงการจำนำข้าวที่ทำลายตลาด ทำลายฐานะการคลัง ทุจริตมหาศาล และเดือดร้อนไปถึงชาวนาจนๆ ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย แล้วเสียโอกาสพัฒนาด้านอื่นหรือไม่?
น่าสังเกตว่ารัฐบาลมาเลเซียและอินโดนีเซียได้เริ่มที่จะปรับราคาน้ำมันให้สูงขึ้น โดยเฉพาะอินโดนีเซียที่กำลังจะกลายเป็นประเทศนำเข้า (สุทธิ) ในไม่ช้า
ดร.ไสว บุญมา อดีตเศรษฐกรธนาคารโลก ได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับประเทศที่อยู่สุดขั้วของ 4 กลุ่ม GIZ
แพงสุด “ตุรกี นำเข้ามาก เก็บภาษีน้ำมันในอัตราสูงเพื่อจูงใจให้ประหยัดน้ำมันกับเงินตราต่างประเทศ นอร์เวย์ เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ แต่ก็ตั้งภาษีให้สูงไว้เพื่อออมน้ำมันพร้อมกับเงินที่ได้ไว้ให้คนรุ่นหลัง”
ถูกสุด “เวเนซุเอลา (เคย) ส่งออกกาแฟและโกโก้ หลังจากพบน้ำมันค่อยๆ ซบเซาลงด้วยกระบวนการที่เรียกว่า ‘โรคดัทช์’ (Dutch Disease) ซึ่งเกิดจากรายได้จากการขายน้ำมันบิดเบือน ปัจจัยในด้านเศรษฐกิจจนกระทบการผลิตและส่งออก ผลาญน้ำมันไม่อั้น ไม่ได้ลดต้นทุนในการผลิตสิ่งต่างๆ ลงจนสามารถแข่งขันกับผู้อื่นได้ เศรษฐกิจจึงล้มลุกคลุกคลานมาหลายสิบปี 1 ใน 3 ของชาวเวเนซุเอลาถูกจัดว่ายากจนข้นแค้นถึงขั้นอดอยาก”
“ถ้าเป้าหมายคือการใช้ก๊าซและน้ำมันราคาถูกจะมีปัญหาใหญ่หลวงต่อไป” เป็นคำเตือนของ “เจ้าเก่า” บนเวทีต่อต้านทักษิณ ผู้อาวุโสที่เห็นโลกมามาก







