
ปะทะเดือดผ่านฟ้าฯตาย4
ปฏิบัติการขอคืนความสุขให้กับสังคมของรัฐบาลภายใต้การนำของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้อำนวยการ ศรส. วานนี้โดยขอคืนพื้นที่ชุมนุม 5 จุด ได้เกิดการสูญเสียอีกครั้ง โดยมีผู้เสียชีวิต 4 คน บาดเจ็บ 64 คน
ปฏิบัติการขอคืนความสุขให้กับสังคมของรัฐบาลภายใต้การนำของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้อำนวยการ ศรส. วานนี้โดยขอคืนพื้นที่ชุมนุม 5 จุด ได้เกิดการสูญเสียอีกครั้ง โดยมีผู้เสียชีวิต 4 คน บาดเจ็บ 64 คน
ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตทั้ง 4 คน ได้แก่ 1.สุพจน์ บุญรุ่ง อายุ 52 ปี มีบาดแผลที่ศีรษะ 2.ด.ต.เพียรชัย ภารวัตร อายุ 45 ปี ถูกยิงเข้าที่อก และ 3.ธนูศักดิ์ รัตนคช อายุ 29 ปี มีบาดแผลที่หน้าอกซ้าย 4.ชายไทยไม่ทราบชื่อ มีบาดแผลใต้ราวนม
การขอคืนพื้นที่ครั้งนี้เริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าใน 5 จุด คือ ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กระทรวงพลังงานและกระทรวงมหาดไทย โดย สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.นำมวลชนไปปิดล้อมที่ทำเนียบรัฐบาล ขณะที่ ศรส.เกณฑ์กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2.5 หมื่นนาย เข้าโอบล้อมในพื้นที่เป้าหมาย
สำหรับปฏิบัติการของ ศรส.สำเร็จเพียงพื้นที่เดียว คือ กระทรวงพลังงาน โดยตำรวจจับกุมแกนนำได้ 2 คน คือ นพ.ระวี มาศฉมาดล และทศพล แก้วทิมา รวมถึงผู้ชุมนุมรวม 183 คน ในความผิดฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยควบคุมตัวไว้ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 จ.ปทุมธานี ส่วนที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ พระพุทธะอิสระ ยอมเปิดพื้นที่ถนนแจ้งวัฒนะบางส่วนให้สัญจรได้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม การเข้ากระชับพื้นที่ชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศที่ผู้ชุมนุมกลุ่มกองทัพธรรมดูแลอยู่เกิดการปะทะกันรุนแรง ภายหลังตำรวจได้เปิดเจรจากับฝั่งผู้ชุมนุม แต่แกนนำปฏิเสธคืนพื้นที่จากสะพานผ่านฟ้าลีลาศถึงสะพานมัฆวานรังสรรค์ตามที่ตำรวจร้องขอ เจ้าหน้าที่จึงตั้งแนวรุกประชิด ทลายแนวผู้ชุมนุมที่นั่งสวดมนต์ขัดขวางโดยสงบสันติจนกระเจิง ก่อนจะเข้ารื้อเต็นท์รวมถึงใช้กระสุนยางสกัดผู้ชุมนุมจนสามารถจับกุม สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำผู้ชุมนุม ขึ้นรถผู้ต้องขัง
ช่วงเวลาไล่เลี่ยมีเสียงปืนและระเบิดดังเป็นระยะสลับกับการใช้แก๊สน้ำตาขณะเกิดการปะทะกลุ่มไม่ทราบฝ่ายใช้ยิงเอ็ม 79 เข้าใส่ตำรวจ บาดเจ็บหลายสิบราย ในช่วงชุลมุนดังกล่าวนั้น กลุ่มชายนิรนาม 3 คน เข้าไปช่วยนำตัวสมเกียรติออกจากรถตำรวจสำเร็จ ขณะที่ตำรวจต้องถอยร่นไม่เป็นขบวน และมีการยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อเปิดทาง และสกัดกลุ่มผู้ชุมนุมหลายร้อยคนพากันกรูเข้าใส่เพื่อทำร้าย เพราะโกรธแค้นที่มีผู้บาดเจ็บ จนที่สุดตำรวจทั้งหมดถอยไปปักหลักที่สนามหลวง ผู้ชุมนุมสามารถกลับเข้ายึดพื้นที่ตามเดิม สถานการณ์คลี่คลายในช่วงเวลา 13.30 น. หลังจากตำรวจใช้เวลาปฏิบัติการร่วม 4 ชั่วโมง จนยอมยุติการขอคืนพื้นที่ทั้งหมด
ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ แกนนำกองทัพธรรม ยืนยันว่า เสียงปืนและระเบิดไม่ได้มาจากฝั่งผู้ชุมนุม แต่มาจากกลุ่มไม่ทราบฝ่ายที่อยู่นอกเขตพื้นที่ชุมนุม ซึ่งน่าจะอยู่บนอาคารบริเวณถนนราชดำเนินนอก โดยระหว่างที่ตำรวจถอยออกจากพื้นที่ก็มีเสียงปืนและระเบิดดังหลายครั้ง
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ขอคืนพื้นที่ที่แยกผ่านฟ้าฯ มี 15 นาย เสียชีวิต 1 นาย ส่วนใหญ่ถูกสะเก็ดระเบิดมีบาดแผลตามร่างกาย ส่วนผู้เสียชีวิต คือ ด.ต.เพียรชัย ตำรวจ สภ.ห้วยโป่ง จ.ระยอง ถูกยิงที่หน้าอก นอกจากนี้ มี ส.ต.ต.ศราวุฒิ ชัยปัญหา สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี อาการสาหัสถูกยิงที่หน้าผากทะลุศีรษะ กะโหลกแตก
ก่อนหน้านี้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวก่อนเริ่มปฏิบัติการ “ขอคืนความสุข” ว่า นายกฯ ได้โทรมากำชับเตือน ศรส.อย่าใช้ความรุนแรง และสิ่งใดควรทำไม่ควรทำแก่ผู้ชุมนุม ส่วนพื้นที่บริเวณราชดำเนินได้สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ดำเนินการเก็บสิ่งกีดขวางเพื่อจัดงานกาชาด และนอกจากนี้บริเวณดังกล่าวยังเป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยหลังร่วมประชุมหารือกับ ร.ต.อ.เฉลิม ทำหน้าที่ผู้อำนวยการ ศรส.ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปตัวเลขตำรวจที่เสียชีวิต และความรุนแรงที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากบุคคลที่ 3 ซึ่งสื่อต่างประเทศทั้งซีเอ็นเอ็นและรอยเตอร์ส รายงานว่า วิถีกระสุนอาวุธสงครามเอ็ม 79 เล็งจากตึกสูงฝั่งอาคารการบินไทยยิงใส่ฝ่ายตำรวจ ดูแล้วน่าจะเป็นมืออาชีพ เป็นผลให้ พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ. 2 ต้องสั่งถอนกำลังโดยด่วน และในจังหวะชุลมุนนั้นได้มีชายลึกลับมาช่วยชิงตัวสมเกียรติที่ตำรวจรวบตัวได้ก่อนหน้านั้น จึงตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะมีความเกี่ยวข้องกัน
แหล่งข่าวจาก ศรส. เปิดเผยว่า เหตุที่ไม่สามารถขอคืนพื้นที่ได้ เพราะมีกลุ่มกองกำลังไม่ทราบฝ่ายซึ่งเชื่อว่ามีทหารสนับสนุน ได้ติดตามการเคลื่อนกำลังของตำรวจทุกจุดผ่านการพูดคุยทางวิทยุสื่อสาร จนเข้าสกัดไม่ให้ตำรวจรุกคืบเข้าพื้นที่ผู้ชุมนุม ซึ่งหากตำรวจเดินหน้าต่อก็จะเกิดการปะทะหนักหน่วงขึ้นและอาจทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ จึงต้องยกเลิกแผนการขอคืนพื้นที่เพื่อระงับการสูญเสีย
วิทยา แก้วภราดัย แกนนำ กปปส. ชี้แจงว่า รัฐบาลกระทำเกินกว่าความจำเป็น เพราะการใช้กำลังตำรวจจำนวนหมื่นนายและใช้ข้ออ้างที่เป็นเท็จขอพื้นที่ถนนราชดำเนิน เพื่อจัดงานกาชาดประจำปี 2557 ไม่มีมูลความจริงสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลและ ศรส.ต้องการสลายการชุมนุมเกินกว่ามาตรฐานสากล ทั้งที่ ศรส.รับรู้แล้วว่าผู้ชุมนุมมีทั้งผู้หญิง เด็ก และคนชราที่ไม่มีอาวุธ แต่กลับใช้แก๊สน้ำตา กระสุนยาง และกระสุนจริงจนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 50 คน และมีผู้เสียชีวิต
วันชัย สอนศิริ สว.สรรหา กล่าวว่า การสั่งสลายการชุมนุมครั้งนี้มีการใช้อาวุธจริงจนเกิดเหตุบานปลายและมีผู้เสียชีวิต รัฐบาลซึ่งเป็นผู้สั่งการจะต้องถูกดำเนินคดี และในฐานะประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนฯ วุฒิสภา จะรวบรวมข้อมูลที่เกิดขึ้น ส่งต่อให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เอาผิด ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ร.ต.อ.เฉลิม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ต่อไป







