
เห็นคนจะฆ่ากัน...เราเป็นกลางไม่ได้
เปิดใจ นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กับท่าทีในการแสดงออกทางการเมือง
โดย...สุภชาติ เล็บนาค
กลายเป็นเป้าโจมตีอีกครั้ง หลัง นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา รวมถึงนายกสภาวิชาชีพสาธารณสุขต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นายกทันตแพทยสภา นายกสภาการพยาบาล นายกสภาเภสัชกร นายกสภาเทคนิคการแพทย์ นายกสภากายภาพบำบัด นายกสัตวแพทยสภา จับมือกับคณบดีคณะแพทยศาสตร์ 9 สถาบัน คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ 6 สถาบัน คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ 2 สถาบัน และกลุ่มประชาคมสาธารณสุข เรียกร้องให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อเปิดทางให้นายกรัฐมนตรี “คนกลาง” เข้ามาทำหน้าที่แทน
“โพสต์ทูเดย์” มีโอกาสพูดคุยกับ นพ.สมศักดิ์ เพื่อเปิดใจถึงท่าทีของเขาในการออกมาแสดงออกทางการเมืองอย่างแข็งกร้าวและดุดันครั้งนี้
คุณหมอสมศักดิ์ ออกตัวก่อนว่า ความคิดเห็นนี้เป็นความเห็นส่วนตัวเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวกับองค์กรแพทยสภาแต่อย่างใด
“ความจริงเราก็ไม่ได้อยากยุ่งกับการเมือง แต่กลุ่มหมอจะแคร์เรื่องคอร์รัปชั่นและจริยธรรมมาก ก็มีคนโทรมาบอกว่าอยากให้เราแสดงออกบ้าง เนื่องจากถ้าปล่อยบ้านเมืองให้เป็นไปในสภาพแบบนี้จะไม่ไหวอย่างแน่นอน”
“หลังรัฐบาลยุบสภาได้มีการหารือภายในการประชุมระหว่างนายกสภาวิชาชีพต่างๆ ว่าควรจะออกแถลงการณ์เพื่อสนับสนุนการปฏิรูปประเทศไทย และคัดค้านการเลือกตั้ง 2 ก.พ. 2557 หรือไม่ จนนำมาสู่การพูดคุยหารือกันและได้ข้อสรุปดังกล่าวออกมา”
หากไม่ได้ดูว่าผู้ที่ลงชื่อในแถลงการณ์มีแต่เครือข่ายสาธารณสุขและแพทย์ล้วนๆ ย่อมคิดว่าเป็นกลุ่มขาประจำที่ขึ้นเวทีร่วมกับ กปปส.แน่นอน เพราะข้อเสนอมีทั้งการโจมตีการคอร์รัปชั่นของรัฐบาลในโครงการรับจำนำข้าว การตำหนิความพยายามดันทุรังจัดการเลือกตั้ง รวมถึงการไม่รับฟังเสียงประชาชน
ทว่า คุณหมอสมศักดิ์ ยืนยันว่า เขาไม่ได้ชื่นชม “สุเทพ เทือกสุบรรณ” เลขาธิการ กปปส. มากมาย ทุกวันนี้แม้แต่ กปปส.เสนออะไรมาก็ไม่เคยติดตาม เพียงแต่มีแนวคิดในการปฏิรูปตรงกันเท่านั้น
“ที่ผ่านมาผมเคยออกมาแสดงจุดยืน 3 ครั้งเท่านั้น เมื่อเราเห็นว่าไม่ไหวจริงๆ ครั้งแรกเมื่อปี 2549 ผมขอให้คุณทักษิณเว้นวรรคชั่วคราว หลังจากนั้นเขาก็ตั้ง รมว.มหาดไทย รักษาการนายกฯ แทน อีกรอบก็ตอนรัฐบาลชุดนี้ ออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม นอกนั้นผมจะไม่ยุ่งการเมืองเลย”
“เราไม่ได้เข้าข้างใคร ผมยืนยันว่าเราเป็นกลาง แต่เวลาเราเห็นการคอร์รัปชั่น เราเป็นกลางไม่ได้ เราเห็นคนจะฆ่ากันแล้ว เราก็เป็นกลางไม่ได้เช่นเดียวกัน วันนี้เราต้องการแสดงให้คุณยิ่งลักษณ์เห็นว่าตัวเขามีคุณค่า เพราะถ้าคุณยิ่งลักษณ์ลาออกแล้ว ประเทศสงบเลย แล้วถ้าคุณยิ่งลักษณ์จะกลับมาใหม่ ก็มาลงเลือกตั้งได้หลังจากนี้”
ถามว่านายกฯ คนกลาง ควรมีคุณสมบัติอย่างไร คุณหมอสมศักดิ์ บอกว่า ต้องสืบประวัติให้ชัดว่าไม่เคยยุ่งกับเรื่องคอร์รัปชั่น และจะต้องไม่ใช่นักการเมือง ไม่เคยเกี่ยวข้องกับการเมือง เพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน ขณะเดียวกันหลังปฏิรูปประเทศเสร็จก็จะต้องไม่กลับมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีก ซึ่งคุณหมอสมศักดิ์เชื่อว่า ณ ขณะนี้ยังมีคนกลางที่เป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่ายอยู่แน่นอน
“เหมือนกับหลังเหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516 มีการไปเชิญอาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ซึ่งท่านเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นอดีตผู้พิพากษา มาเป็นนายกฯ ผมก็เห็นว่าอาจารย์สัญญาใช้ความรู้ความสามารถได้ดี แล้วท่านก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ผมว่าตอนนี้เราก็ยังหาคนแบบอาจารย์สัญญาได้อยู่”
สำหรับแนวทางการปฏิรูป นพ.สมศักดิ์ ให้หลักการไว้ 8 ข้อ ได้แก่ 1.รัฐบาลต้องเข้มงวดเรื่องหลักการจริยธรรม นอกเหนือจากเข้มงวดเรื่องกฎหมายเพียงอย่างเดียว 2.ต้องมีวิธีการขับรัฐมนตรีออก หากคอร์รัปชั่นหรือผิดจริยธรรม 3.คณะรัฐมนตรีต้องผ่านการตรวจสอบประวัติในอดีต รวมถึงนโยบายที่จะทำโดยกรรมาธิการวุฒิสภา
4.ตรวจสอบการเสียภาษีและรายได้ย้อนหลัง 5 ปีของคณะรัฐมนตรีทุกคน 5.การทำงานต้องโปร่งใสตรวจสอบได้ 6.ต้องมีกฎหมายดูแลเรื่องคอร์รัปชั่นอย่างจริงจังและคดีต้องไม่มีอายุความ 7.สส.ไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมืองเพื่อลดการครอบงำโดยพรรค 8.ตำรวจต้องเป็นของประชาชน หากผู้ว่าฯ มาจากการเลือกตั้ง ตำรวจต้องมาจากการแต่งตั้งของผู้ว่าฯ ด้วย
ทั้งหมดนี้ นพ.สมศักดิ์ เชื่อว่าสามารถเริ่มปฏิรูปได้ทันที โดยอาจใช้ระยะเวลามากกว่า 1 ปีในการเสนอกฎหมายและดำเนินการตามกระบวนการต่างๆ แต่เชื่อว่าหลักการทั้งหมดจะตอบโจทย์ปัญหาการเมืองในขณะนี้ได้







