
ต้องพึ่งตัวเอง
ปัญหาสำคัญประการหนึ่งของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ทั้งหลาย ก็คือ จะทำอย่างไรให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศสามารถพึ่งพาตัวเองได้ ซึ่งสถานการณ์ของเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ต้องยอมรับว่า ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะอยู่ได้ด้วยตัวเอง และยังคงต้องพึ่งพาแรงขับเคลื่อนของเหล่าเขตเศรษฐกิจหลักของโลกมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการพึ่งพา สหรัฐ ยุโรป จีน หรือญี่ปุ่น
ปัญหาสำคัญประการหนึ่งของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ทั้งหลาย ก็คือ จะทำอย่างไรให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศสามารถพึ่งพาตัวเองได้ ซึ่งสถานการณ์ของเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ต้องยอมรับว่า ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะอยู่ได้ด้วยตัวเอง และยังคงต้องพึ่งพาแรงขับเคลื่อนของเหล่าเขตเศรษฐกิจหลักของโลกมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการพึ่งพา สหรัฐ ยุโรป จีน หรือญี่ปุ่น
จะเห็นได้ว่า ผลกระทบจากวิกฤตการเงินในสหรัฐ และต่อเนื่องมายังปัญหาหนี้ในยุโรปนั้น กลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ได้รับผลกระทบตามไปด้วยเนื่องจากประเทศเหล่านี้ล้วนแต่เป็นตลาดส่งออกที่สำคัญ
และที่สำคัญกว่านั้น สหรัฐยังเป็นแหล่งทุนการไหลเข้าออกของทุนจากสหรัฐยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดทุนในประเทศเกิดใหม่อย่างเห็นได้ชัดครับ
ขณะที่สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในตอนนี้ การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่ลดความร้อนแรงลงไปแล้วนั้นก็กำลังส่งผลกระทบต่อตลาดเกิดใหม่หลายๆ ชาติเช่นกัน เพราะจีนเองก็เป็นผู้นำเข้าสินค้าหลักของหลายๆ ประเทศเหล่านั้น เมื่อจีนซบเซาลงกลุ่มประเทศเหล่านั้นก็ซบเซาลงไปด้วยครับ
สำหรับจีน ต้องบอกว่าเริ่มไหวตัวทัน เริ่มที่จะตระหนักได้ถึงการพึ่งพาตัวเองมากขึ้น โดยการปฏิรูปเศรษฐกิจจีนนั้นส่วนสำคัญ ก็คือ จีนพยายามจะลดการพึ่งพาการส่งออกเพียงอย่างเดียว และหันมากระตุ้นให้การบริโภคภายในเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม ดังจะเห็นได้ว่า ในระยะหลังการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศของจีนนั้นเพิ่มตัวเลขที่คึกคักกว่าแต่ก่อน จีนกำลังเร่งปรับสมดุลเศรษฐกิจของตัวเองอย่างน่าดูชมครับ
แต่สำหรับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อื่นๆ โดยเฉพาะในเอเชีย ยังดูเหมือนว่าจะไม่ตื่นตัวเรื่องนี้นัก การเติบโตของเศรษฐกิจนั้นหลักๆ ยังคงขับเคลื่อนไปได้ด้วยไม่กี่ปัจจัย เช่น พึ่งพาการกระตุ้นจากภาครัฐผ่านโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ พึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศในรูปเงินลงทุนตรง รวมไปถึงการลงทุนผ่านตลาดทุนทั้งหลาย และการพึ่งพาภาคการส่งออกไปยังต่างประเทศ
ส่วนการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศนั้น แม้ว่าจะมีความพยายามมากขึ้น แต่กระนั้นการบริโภคในหลายประเทศก็ต้องยอมรับว่าเป็นการบริโภคที่ควบคู่ไปกับการสร้างหนี้ที่เสี่ยงต่อปัญหาระดับหนี้ที่จะก่อตัวขึ้น ซึ่งจะเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจประเทศเข้าไปอีก
ไทยแลนด์บ้านเรานี่เองที่เป็นตัวอย่างเห็นชัดที่สุด นโยบายกระตุ้นทั้งหลายจากภาครัฐล้วนแต่เป็นการกระตุ้นให้เกิดหนี้ทั้งสิ้น
เศรษฐกิจยังต้องพึ่งพาต่างชาติ แถมภายในยังขยันสร้างหนี้กันอย่างนี้ อนาคตไม่น่าจะยั่งยืนครับ







