posttoday
สะพัดยึดคืนทำเนียบรัฐบาล

สะพัดยึดคืนทำเนียบรัฐบาล

14 กุมภาพันธ์ 2557

จับตาปฏิบัติการพิเศษวันที่ 14 ก.พ. เริ่มตั้งแต่เวลา 06.00 น. ตามที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ได้นัดหมายสื่อมวลชนให้ไปทำข่าวที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) โดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด

จับตาปฏิบัติการพิเศษวันที่ 14 ก.พ. เริ่มตั้งแต่เวลา 06.00 น. ตามที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ได้นัดหมายสื่อมวลชนให้ไปทำข่าวที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) โดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ศรส.มีแผนปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ราชการที่เป็นสัญลักษณ์อำนาจรัฐ โดยเป้าหมายแรกจะยึดคืนทำเนียบรัฐบาล ที่กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ชุมนุมปิดล้อมบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ซึ่งมี อุทัย ยอดมณี เป็นแกนนำก่อน จากนั้นจะมีการทยอยขอคืนพื้นที่กระทรวงมหาดไทย ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ที่พระพุทธะอิสระ เป็นแกนนำชุมนุม และกระทรวงพลังงาน โดยมีกลุ่มของ นพ.ระวี มาศฉมาดล แกนนำกองทัพประชาชนและเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย (กคป.) ปิดล้อมไว้

แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า หากมีการต่อต้านจากกลุ่มผู้ชุมนุมมากก็อาจไม่เข้าไปขอคืนพื้นที่ โดยจะรอจนผู้ชุมนุมลดจำนวนลงจึงจะเข้าไปดำเนินการ

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า เท่าที่ทราบจากการประชุม ศรส. ทราบว่าทางตำรวจจะเริ่มมีการบังคับใช้กฎหมายในวันที่ 14 ก.พ.นี้ โดยจะไม่ได้มีการสลายการชุมนุม แต่จะมีการบังคับใช้กฎหมายกับบริเวณที่มีการทำผิดกฎหมาย มีการขอคืนพื้นที่ในบางส่วนที่ผู้ชุมนุมไม่ได้ใช้แล้ว

“ตอนนี้ต้องยอมรับว่า ประชาชนเดือดร้อนมากมีการร้องเรียนเข้ามา แล้วตอนนี้คิดว่าตำรวจเรามีความชอบธรรมที่จะบังคับใช้กฎหมาย แต่ไม่ได้มีการใช้ความรุนแรงหรือสลายการชุมนุม” เลขาฯ สมช. กล่าว

พล.ท.ภราดร ยืนยันว่า ไม่มีการใช้ความรุนแรง ไม่มีการสลายการชุมนุม หรือยึดคืนพื้นที่เวทีการชุมนุมใดๆ ดังนั้น ทางตำรวจจึงมีการนัดแนะสื่อมวลชนให้ร่วมเป็นสักขีพยานในการบังคับใช้กฎหมายครั้งนี้ด้วย

“อาจจะมีการบังคับใช้กฎหมายทั้งกับพื้นที่และกับบุคคลด้วย” พล.ท.ภราดร กล่าว

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ และ พล.ต.สุรชาติ จิตต์แจ้ว ตัวแทนจาก ศรส. พร้อมด้วยตัวแทนจากกระทรวงพลังงานและ ปตท.เดินทางมาเจรจากับ นพ.ระวี เพื่อเจรจาขอคืนพื้นที่อาคาร ปตท. และเอนโก้ แต่ไม่ประสบความสำเร็จและบริเวณกระทรวงมหาดไทย พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นตัวแทนเข้าเจรจากับแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณกระทรวงมหาดไทย แต่ไม่ประสบผลสำเร็จเช่นกัน

ด้าน นิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษาเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศ (คปท.) กล่าวว่า ยังไม่ได้ยินข่าวเรื่องการขอคืนพื้นที่การชุมนุมและไม่รู้สึกกังวลใจ เพราะตำรวจไม่น่าจะใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม แต่จะมีขั้นตอนการดำเนินการเริ่มต้นจากการเจรจา

อุทัย กล่าวว่า ข่าวเรื่องปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ได้ยินมาเป็นระยะและเป็นที่สังเกตว่า ตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียงพื้นที่การชุมนุมอย่างในกองบัญชาการตำรวจนครบาลนั้นมีจำนวนมาก แต่เบื้องต้นกำหนดการเดิมที่ คปท.จะเคลื่อนไหวเวลา 08.00 น.

นพ.ระวี ชี้แจงว่า ตอนนี้ยังตั้งรับในพื้นที่ไม่ไปไหนและจะระดมมวลชนให้เข้ามาในพื้นที่ชุมนุมให้มากที่สุด ส่วนกระแสข่าวที่ตำรวจจะเข้าขอคืนพื้นที่ 4 จุดนั้น จะตั้งรับไม่ให้เกิดความรุนแรง อีกทั้งจะใช้ระบบการสื่อสารประสานในแต่ละพื้นที่ หากพื้นที่ใดถูกเข้าสลายก็จะระดมคนจากเวทีอื่นเข้าไปช่วยเหลือ

อีกด้านหนึ่งวานนี้ศาลแพ่งนัดสืบพยานจำเลยคดีที่ ถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. ยื่นฟ้อง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้อำนวยการ ศรส. และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผู้อำนวยการ ศรส. จากการประกาศ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งหลังจากสืบพยานครบทุกปากศาลมีคำสั่งให้ทนายทั้งสองฝ่ายยื่นคำให้การแถลงปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษรในวันที่ 18 ก.พ. และนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 19 ก.พ. เวลา 15.00 น. ว่าจะมีคำสั่งให้เพิกถอน พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่

ขณะที่ศาลอาญาได้ยกคำร้องของพนักงานสอบสวนที่ขอขยายเวลาควบคุมตัว สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม หนึ่งในแกนนำ กปปส. ออกไปอีก 7 วัน จากที่ถูกควบคุมตัวในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยให้ปล่อยตัวในวันที่ 17 ก.พ. เนื่องจากเห็นว่าการควบคุมตัวตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะต้องกระทำการเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

นอกจากนี้ ศาลแพ่งมีคำสั่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถอนการสั่งอายัดบัญชีเงินฝากธนาคารรวม 7 บัญชีของ เสรี วงษ์มณฑา แนวร่วม กปปส.จากการเคลื่อนไหวร่วมชุมนุมทางการเมือง ซึ่งเสรีได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราวสั่งการถอนอายัดบัญชีดังกล่าว โดยศาลเห็นว่าคดีมีมูลเพียงพอว่าน่าจะมีการใช้อำนาจเกินสมควร ไม่ได้ดำเนินการสอบสวนจนได้ความว่ามีการกระทำที่ไม่ถูกต้องเสียก่อน และเมื่อศาลได้พิจารณายอดเงินทั้ง 7 บัญชี พบว่ามีเงินคงเหลือเพียงหลักร้อยถึงหลักแสนบาทเท่านั้น และไม่พบว่าเส้นทางการเงินไหลเวียนที่ผิดปกติ

ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ในฐานะกรรมการ ศรส. ระบุว่า ในวันที่ 16 ก.พ. ดีเอสไอ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานอัยการสูงสุด จะร่วมแถลงต่อศาลเพื่อขอฝากขังสนธิญาณต่ออีก 12 วัน ฐานเป็นผู้ต้องหาร่วมกันกบฏตามกฎหมาย ป.วิอาญา มาตรา 113 ส่วนกรณีศาลแพ่งสั่งถอนการอายัดเงินของเสรี ดีเอสไอพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งศาล แต่ในทางปฏิบัตินั้น ศรส.กำลังจะออกคำสั่งระงับการทำธุรกรรม ซึ่งมีผลเหมือนกับการอายัด โดยครั้งนี้ไม่ได้ใช้กฎหมายของดีเอสไอ แต่จะใช้กฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ด้าน เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง หนึ่งในแนวร่วม กปปส.ที่ถูกอายัดบัญชีธนาคาร กล่าวว่า จะส่งเรื่องถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และผู้ตรวจการแผ่นดินให้ตรวจสอบการใช้อำนาจของ ธาริต และดีเอสไอ ว่าใช้อำนาจเกินขอบเขตของกฎหมาย ผิดจริยธรรมในกระบวนการยุติธรรม หากผู้ตรวจการแผ่นดิน เห็นว่าขัดจริยธรรมก็สามารถยื่นถอดถอนธาริต และจะฟ้องทุกธนาคารที่ได้ทำการอายัดบัญชีตามคำสั่งดีเอสไอ เพราะถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนตัวของลูกค้า

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่