
ขุนค้อนแจงปปช.ยันแก้รธน.ที่มาสว.ถูกต้อง
"สมศักดิ์" ชี้แจงป.ป.ช. ยันแก้รัฐธรรมนูญที่มาสว.ถูกต้อง ระบุไม่เคยใช้อำนาจรวบรัดปิดปากใคร นัดชี้แจงอีก 28 ก.พ.
"สมศักดิ์" ชี้แจงป.ป.ช. ยันแก้รัฐธรรมนูญที่มาสว.ถูกต้อง ระบุไม่เคยใช้อำนาจรวบรัดปิดปากใคร นัดชี้แจงอีก 28 ก.พ.
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานรัฐสภา กล่าวภายหลังชี้แจงกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในคดีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาสว.ว่า เป็นการชี้แจงขั้นตอนเนื่องจากเอกสารที่ตนนำมายังไม่ครบถ้วน ป.ป.ช.จึงนัดให้มาชี้แจงอีกครั้งในวันที่ 28 ก.พ.2557 เวลา 14.00 น.
เบื้องต้นเชื่อว่าจะชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้หมด ว่าสิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง โดยเฉพาะกรณีที่มีการระบุว่ามีการปลอมร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งที่การแก้ไขถ้อยคำในร่างกฎหมายก่อนที่จะมีการบรรจุในระเบียบวาระการประชุม เป็นขั้นตอนปกติทางธุรการ เหมือนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ นพ.เหวง โตจิราการ รวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 7 หมื่นรายชื่อเสนอ ก็เคยมีการแก้ไขถ้อยค่าในร่างก่อนบรรจุวาระเช่นกัน ทั้งนี้จะแก้ไขไม่ได้ก็ต่อเมื่อบรรจุในวาระการประชุมแล้วเท่านั้น
“ศาลรัฐธรรมนูญไม่เข้าใจกระบวนการทางนิติบัญญัติ การแก้ไขถ้อยคำในร่างกฎหมายก่อนบรรจุในระเบียบวาระ เป็นขั้นตอนปกติทางธุรกิจซึ่งปฏิบัติมาแต่ไหนแต่ไร”นายสมศักดิ์กล่าว
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เชื่อมั่นใน ป.ป.ช.ว่าจะพิจารณาโดยยึดพยานหลักฐาน และเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำว่าถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับทุกประการ เรื่องการปิดอภิปรายก็ไม่ได้เป็นการรวบรัดตัดตอน เพราะเวลานั้นได้พยายามไกล่เกลี่ยประนีประนอมแล้ว แต่ในเมื่อมีผู้เสนอญัตติให้ปิดอภิปราย และคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล)กับ(วิปฝ่ายค้าน)ตกลงกันไม่ได้ จึงจำเป็นต้องให้ที่ประชุมรัฐสภาตัดสิน
เมื่อถามถึงกรณีถอดถอนที่ สว.ซึ่งถูก ป.ป.ช.ชี้มูลจะลงมติด้วยไม่ได้ มีความกังวลหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้การลงมติถอดถอนต้องใช้เสียงสว. 3 ใน 5 ของจำนวนเท่าที่มีอยู่ ซึ่ง สว.แม้จะถูกชี้มูลก็เพียงแค่หยุดปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้น ในความเห็นส่วนตัวยังถือเป็นองค์ประชุมอยู่ ส่วนใครจะตีความเป็นอย่างอื่นก็ไม่อาจรู้ได้
ขณะเดียวกัน นายสมศักดิ์ กล่าวถึงปัญหาการเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัครสส.ใน 28 เขตเลือกตั้งว่า การจัดการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยตรง กรณี 28 เขตที่ไม่มีผู้สมัครคิดว่าไม่สามารถออก พรฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ตามที่ กกต.เสนอได้ เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ และจะกลายเป็นการออก พรฎ.กำหนดวันเลือกตั้งซ้อน และยังมีปัญหาเรื่องการนับวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปีของ ส.ส.ว่าจะนับจากวันไหน ระหว่างวันที่ 2 ก.พ.2557 หรือวันอื่น ทั้งนี้ กกต.จะต้องจัดเลือกตั้งจนกว่าจะมี สส.ครบจำนวนเพียงพอที่จะเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกได้ ทั้งนี้ หากการเลือกตั้งไม่ประสบความสำเร็จ กกต.จะไปโยนความรับผิดชอบให้คนอื่นไม่ได้







