
แฉขนย้ายข้าวจากโกดังภาคใต้ส่งพ่อค้า
นครศรีธรรมราช-นายกสมาคมโรงสีภาคใต้แฉขนย้ายข้าวจากโกดังในภาคใต้ไปส่งพ่อค้าภายในประเทศ
นครศรีธรรมราช-นายกสมาคมโรงสีภาคใต้แฉขนย้ายข้าวจากโกดังในภาคใต้ไปส่งพ่อค้าภายในประเทศ
นายสุทธิพร กาฬสุวรรณ นายกสมาคมโรงสีข้าวและกลุ่มชาวนาภาคใต้ และเจ้าของโรงสีพัฒนโสภณเจริญภานิชย์ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวยถึงการขนย้ายข้าวสารจากโกดังต่างๆ ในภาคใต้ว่า ต้องถามรัฐบาลโดยกรมสินค้าระหว่างประเทศนำข้าวไปขายที่ใด เพราะหลักฐานการขนย้ายข้าวนั้นจะออกโดยกรมการค้าระหว่างประเทศ สถานการณ์ของโครงการรับจำนำข้าวนั้นไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะรัฐบาลขายข้าวออกสู่ตลาด ขณะที่ชาวนาก็ไม่ได้จำนำราคาตกต่ำ สะท้อนให้เห็นว่าการับจำนำข้าวไม่ได้ทุกเมล็ด
ขณะนี้ชาวนาและโรงสีเป็นห่วงมากว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาอย่างไร เนื่องจากข้าวในภาคกลางมีปัญหามากมาย ส่วนข้าวใน จ.นครศรีธรรมราช ก็กำลังออกผลผลิตนำมายังโรงสี ทีนี้เมื่อเกษตรกรจำนำข้าวไปแล้วไม่ได้เงินจากรัฐบาล จะทำให้ปัญหาเกิดขึ้นแล้วใครรับผิดชอบ ส่วนโรงสีเป็นเพียงคนกลางรับข้าวจากชาวนาส่งให้รัฐบาล ก็ช่วยเหลือได้เพียงแค่นี้เอง และเรื่องเงินนั้นไม่สามารถซับพอร์ตกับรัฐบาลได้ ถ้ารัฐบาลยังรับจำนำแบบนี้แล้วขายข้าวภายในประเทศอยู่ จะทำให้สถานการณ์ข้าวในประเทศเกิดปัญหากับชาวนาตลอดไป
นายกสมาคมโรงสีข้าว กล่าวว่า การขนย้ายข้าวออกจากโกดังในจ.นครศรีธรรมราช จำนวนมากในช่วงนี้ในความเห็นส่วนตัวน่าจะไปส่งให้กับพ่อค้าภายในประเทศ จะอยู่กับพ่อค้ากลุ่มไหนยังไม่สามารถรับรู้ได้ เพราะทำกันแบบไม่เปิดเผยและไม่น่าจะขายออกต่างประเทศ เพราะเท่าที่ทราบตอนนี้มีการซื้อขายกันภายในโดยเฉพาะภาคใต้ตอนนี้เยอะมากจนทำให้มันไปทำลายกลไกของตลาดโรง ส่วนโรงสีนั้นไม่สามารถที่จะรับซื้อข้าวในราคาที่แพงกว่าปกติได้ โดยราคาที่โรงสีรับซื้อความชื้น 15 เปอร์เซ็นต์ตันละ 7,500 บาท ส่วนข้าวพื้นเมืองอยู่ที่ตันละ 10,500 บาท หรือ 8,500 บาท
นายสุทธิพร กล่าวอีกว่า ทางออกของชาวนาในตอนนี้ ต้องทำวิกฤตให้เป็นโอกาส อย่ารอจำนำข้าวกับรัฐบาลเพียงอย่างเดียว ต้องพัฒนาข้าวให้มีคุณภาพ อย่ามุ่งแต่ปริมาณ ต้องหาช่องทางหาเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพเพื่อสร้างมูลค่าของข้าวด้วยชาวนาเอง มิฉะนั้นแล้วผลกระทบจากนโยบายการรับจำนำข้าวของรัฐบาลจะมีปัญหาอย่างนี้ตลอดไป ทางออกที่ดีที่สุดควรยกเลิกโครงการแล้วปล่อยให้เป็นไปตามกลไกของตลาดโลกต่อไป







